ชาวสวนโวยพ่อค้า กดจมดิน ซื้อผักกิโลละบาท
ฉวยโอกาสไปขายขูดเลือด คนนครศรีระทมฝนถล่มซ้ำ สคบ.ให้ไฟแนนซ์ช่วยลูกค้า
คนเมืองคอนสุดระทม เจอพิษฝนถล่มซ้ำ ระลอกสอง ส่งผลให้ระดับน้ำท่วมที่เพิ่งจะลดระดับกลับเพิ่มสูงขึ้นอีก หลายพื้นที่ต้องประกาศ เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยจากดินโคลนถล่ม ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางเริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีหลายพื้นที่ของอยุธยา อ่างทอง และสิงห์บุรีต้องทนทุกข์จากสภาพน้ำท่วมขัง ชาวนาต้องลุยน้ำเกี่ยวข้าวก่อนจะเน่าตาย แถมราคาพืชผักยังพุ่งกระฉูดหลายเท่าตัวแทบซื้อกินไม่ลง ขณะที่ชาวสวนผักแฉถูกกดราคารับซื้อแต่พ่อค้าคนกลางนำไปขายแพง ด้าน "นายกฯอภิสิทธิ์" ล่องใต้เยี่ยมปลอบขวัญชาวบ้านที่ปัตตานี "ศชอ." สรุปยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด 185 ศพ ส่วน "สคบ."กล่อมไฟแนนซ์ช่วยลูกค้าผ่อนรถ-กู้เพิ่ม 7 มาตรการเร่งด่วน ตัวเลขผู้ป่วยจากภัยน้ำท่วมทั่วประเทศทะลักกว่า 5 แสนคน เป็นโรคน้ำกัดเท้ามากที่สุด พบครอบครัวเสี่ยร้านอะไหล่รถ จยย.เมืองหาดใหญ่สุดรันทด ถูกน้ำท่วมทำไฟไหม้บ้านแถมไฟยังลวกเมียปางตาย เพียงชั่วพริบตากลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน ด้านสภาอุตสาหกรรม จ.สงขลา ระบุน้ำท่วมวันที่ 1 พ.ย. ทำธุรกิจเสียหายย่อยยับกว่า 7 พันล้านบาท
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ยังน่าเป็นห่วง หลังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องเป็นระลอกที่ 2 หลายพื้นที่ต้องประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยจากดินและโคลนถล่ม ต้องเร่งอพยพประชาชนออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยชั่วคราว เนื่องจากสภาพดินอุ้มน้ำเอาไว้จนชุ่ม ขณะที่สถานการณ์ในภาคกลางหลายจังหวัดยังคงมีน้ำท่วมขัง ส่วนพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน ต้องผจญกับภัยหนาวที่คาดว่าจะรุนแรงกว่าทุกปี
ท่วมซ้ำ 3 อภ.อ่างทองลุยน้ำเกี่ยวข้าว
ผู้สื่อข่าว จ.อ่างทอง รายงานถึงสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อวันที่ 10 พ.ย.ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงอย่างต่อเนื่อง จนพื้นที่ริมฝั่งเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ แต่พื้นที่ฝั่งตะวันตกของถนนอ่างทอง-สิงห์บุรี ซึ่งเป็นเขตติดต่อกันของ 3 อำเภอยังมีน้ำท่วมหนัก โดยเฉพาะที่บ้านท่าแดงใต้ อ.เมืองอ่างทอง ไปจนถึงบ้านท่าแดงเหนือ บ้านราชสถิตย์ อ.ไชโย ระดับน้ำที่ท่วมยังคงเพิ่มสูงขึ้นอีก ทำให้ท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรจมมิด ถนนเข้า-ออกหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร นอกจากนั้นยังมีกระแสน้ำที่ไหลบ่าจากบ้านทับน้ำ อ.บางปะหัน และ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ทะลักเข้าท่วมทุ่งนา ต.สายทอง อ.ป่าโมก บริเวณรอบหนองเจ็ดเส้น หมู่ 5 ต.สายทองอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวนาเจ้าของพื้นที่ต้องลงไปลุยน้ำเกี่ยวข้าวอย่างรีบเร่งใส่เรือขึ้นมาก่อนที่จะถูกน้ำท่วมจมมิดเสียหายทั้งหมด แม้ว่าข้าวยังไม่สุกเต็มที่ก็ตาม
พืชผักพุ่งกระฉูดซ้ำเติมชาวบ้าน
ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบในตลาดกลางเกษตร จ.อ่างทอง พบว่า ราคาผักสด อาทิ ผักคะน้า ผักกาดขาว มะเขือ แตงกวา ขึ้นฉ่าย ถั่วฝักยาว และพริก มีราคาเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว เช่น มะเขือเดิมราคา กก.ละ 6-10 บาท เพิ่มเป็น 30 บาท แตงกวา กก.ละ 5-10 บาท เป็น 25 บาท ขึ้นฉ่ายจากเดิม กก.ละ 25-30 บาท เป็น 70 บาท ทำให้ประชาชนผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า สอบถามแม่ค้าผักรายหนึ่งอ้างว่า พ่อค้าที่มาส่งอ้างว่าพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมพืชผักตายเกือบหมด ทำให้ผักขาดตลาดจึงต้องขึ้นราคา เมื่อต้นทุนสูงขึ้นแม่ค้าขายปลีกต้องปรับราคาขึ้นตามไปด้วย
คนปลูกผักโวยรับซื้อถูก–ขายแพง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 พ.ย. นายจรัญ เจริญทรัพย์ ประธานวิสาหกิจชุมชนอําเภอดําเนินสะดวก จ.ราชบุรี ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวกรณีที่มีข่าวว่าพืชผักขายแพงว่า ความจริงคนสวนที่ปลูกผักไม่ได้ขายแพงอย่างที่เป็นข่าว เวลาที่มารับซื้อจากชาวสวนก็ถูกกดราคาจนขาดทุนป่นปี้ อย่างผักกวางตุ้งรับซื้อจากสวนแค่ กก.ละ 1 บาท ทั้งๆที่ต้นทุนการปลูกอยู่ที่ กก.ละ 4-5 บาท อ้างว่าขายไม่ค่อยได้ ขณะที่เวลาไปขายในตลาดกลับขายแพงไม่รู้กี่สิบเท่า คนซื้อกินก็เลยรู้สึกว่าไม่อยากจะซื้อกิน สิ่งที่เกิดขึ้นอยากจะให้รัฐบาลเข้ามาดูแลปัญหาซึ่งเกิดจากพ่อค้าคนกลางโดยด่วน
"กรุงเก่า" ยังท่วมหนักใน 9 อำเภอ
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ในเขต อ.ท่าเรือ และ อ.นครหลวงที่เคยถูกน้ำท่วมหนักสูง 4-6 เมตร ได้ลดลงเกือบปกติ อย่างไรก็ตาม ยังมีอำเภอที่ได้รับผลกระทบขั้นวิกฤติคือพื้นที่ด้านฝั่งตะวันตกของจังหวัดอีก 9 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.บางซ้าย อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางไทร อ.บางปะอิน อ.บางปะหัน และ อ.ลาดบัวหลวง ยังมีท่วมขังระดับน้ำสูง 1-2 เมตร ด้าน พ.ต.อ.อภิชิต เทียนเพิ่มพูน รอง ผบก.ทล. ร่วมกับบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) นำไก่สดซีพีจำนวน 20 ลัง มูลค่า 2 แสนบาท มามอบให้ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมตำบลตาลเอน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายสมชาย แก้วนิล กำนันตำบลตาลเอนให้การต้อนรับและรับมอบ ซึ่งศูนย์ดังกล่าวเป็นครัวพระราชทานกลุ่มแม่บ้านงานครัว ประจำโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
ศธ.ควักจ่าย สพท.เขตละ 2 แสน
สายวันเดียวกัน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว. ศึกษาธิการ พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมคณะผู้บริ หารสถานศึกษาใน จ.สิงห์บุรี ที่โรงเรียนวัดโบสถ์ หมู่ 3 อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพแก่นักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจำนวน 500 คน และประชาชน 1,000 คน ทั้งนี้ นายชินวรณ์กล่าวว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการจะจ่ายค่าชดเชยให้กับโรงเรียนที่ประสบภัยน้ำท่วมเขตพื้นที่การศึกษาละ 200,000 บาท และนักเรียนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมครั้งนี้ ไม่ว่าจะท่วมแบบฉับพลัน หรือท่วมเกินกว่า 7 วัน หนังสือเรียนหรือเสื้อผ้าสูญหาย ทางกระทรวงศึกษาธิการจะชดเชยให้ทุกอย่าง สำหรับลูกหลานประชาชนที่เรียนระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำมาหากินไม่ได้ ให้ไปทำเรื่องผ่อนผันค่าเล่าเรียนได้ที่ต้นสังกัด เพราะเป็นการบรรเทา ความเดือดร้อนของประชาชน สำหรับครูที่ได้รับผลกระทบ จากน้ำท่วมครั้งนี้ประมาณ 500 ครัวเรือน วันที่ 16 พ.ย. 53 นี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการจะมอบเงินให้เป็นขวัญและกำลังใจ 1 ล้านบาท เป็นงวดแรก พร้อมทั้งเร่งซ่อมแซมอาคารเรียนที่ชำรุดเสียหายให้พร้อมใช้งานได้โดยเร็วที่สุด ส่วนเวลาเรียนที่ขาดหายไป ให้แต่ละโรงเรียนพิจารณา จัดตารางเวลาเรียนชดเชยต่อไป
ฝนถล่ม 2 วัน เมืองคอนกระอักซ้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ว่า ฝนที่ตกหนักรอบใหม่ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่าน มา รวม 2 วัน 2 คืน ทำให้ระดับน้ำท่วมที่ลดลงไปแล้วกลับเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะแม่น้ำหลายสาย เช่นแม่น้ำท่าดี แม่น้ำท่าใหญ่ แม่น้ำตาปี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราช กับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นมาอีกจนล้นตลิ่งไหลบ่า เข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่การเกษตรอีกครั้ง ทำให้ สัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะวัว ควาย ต้องหนีน้ำขึ้นมาบนที่สูงและ บนถนนกันจ้าละหวั่น ทั้งนี้จากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น ได้เริ่มไหลเข้าท่วมถนนหลายสายในตัวเมืองนครศรีธรรมราช อาทิ ถนนสะพานยาว ถนนท่าโพธิ์ ถนนรามราชท้ายน้ำ ถนนประตูขาว ทั้งนี้ ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังถูกน้ำท่วมขัง มานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว
อพยพ 20 ครอบครัว หนีภัยดินถล่ม
ส่วนที่อำเภอลานสกา นายอภินันท์ เผือกผ่อง นาย อำเภอลานสกา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายชาวบ้านกว่า 20 ครัวเรือน ในหมู่ที่ 8 ต.กำโลน อ.ลานสกา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม เนื่องจากอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้ภูเขา เนื่องจากเกิดฝนตกหนักจนดินชุ่มน้ำไปพักอาศัย อยู่ที่โรงเรียนประชาบาลในหมู่บ้านเป็นการชั่วคราว นอกจากนั้น มีการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังภัยบริเวณที่ว่าการอำเภอลานสกา มีการผลัดเปลี่ยนเวรยามตรวจสอบปริมาณน้ำฝน และการไหลหลากของน้ำตลอด 24 ชั่วโมง หากมีเหตุน้ำป่า ไหลหลากดินโคลนถล่ม จะมีการแจ้งเตือนภัยประชาชนทันที
2 ล้นเกล้าพระราชทานน้ำดื่มไฟฉาย
สายวันเดียวกัน นายธีระ มินทราศักดิ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช เผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์จัดหาของใช้ที่จำเป็นสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้พระ ราชทานน้ำดื่มสะอาดจำนวน 10,000 ขวด และไฟฉายพร้อมถ่าน จำนวน 4,400 ชุด สำหรับแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่แล้ว สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมของ จ.นครศรีธรรมราช จนถึงวันที่ 10 พ.ย. มีพื้นที่ได้ รับความเสียหายรวม 164 ตำบล 1,275 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 7 หมื่นครอบครัว รวม 2.2 แสนคน ความเสียหายเบื้องต้น บ้านพังเสียหายเพิ่มเป็น 19 หลัง และเสียหายบางส่วน 2,417 หลัง สถานที่ราชการ วัด โรงเรียนอีกหลายแห่ง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 2 แสน 1 หมื่น 8 พันกว่าไร่ นอกจากนี้ยังมีถนนเสียหาย 1,852 สาย สะพาน 61 แห่ง และยังมีด้านการปศุสัตว์และประมงอีกจำนวนมาก โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 9 ราย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น กว่า 260 ล้านบาท
ลุ้นอพยพอีก 4 หมู่บ้านเสี่ยงเขาถล่ม
ล่าสุด เมื่อเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน นายคเณศวร์ คงหอม รักษาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้ในพื้นที่ภูเขาบ้านช่องเหรียง หมู่ 10 ต.บ้านนิคม อ.บางขัน เกิดรอยแยกเป็นทางยาวประมาณ 5-6 เมตร มีความกว้างราว 1 เมตรเศษ ลักษณะเช่นนี้อาจกลายเป็นดินถล่มได้ตลอดเวลา เนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่อง ดินอุ้มน้ำเต็มที่ ชุมชนในพื้นที่หมู่ 6 หมู่ 8 หมู่ 10 และหมู่ 12 เป็นพื้นที่เสี่ยงมาก ได้สั่งเตรียม แผนที่จะอพยพประชาชนทั้ง 4 หมู่บ้านกว่า 100 ครัวเรือนไปอยู่โรงเรียนบ้านวังหิน ต.บ้านนิคม อ.บางขัน เป็นการ ชั่วคราว โดยจะเฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. ส่วนในพื้นที่เกิดเหตุยังไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เนื่องจากดินและหินอยู่ในสภาพพร้อมที่จะถล่มลงมาได้ตลอดเวลา
ดินสไลด์ทับบ้านพังที่สุราษฎร์ฯ
ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 พ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 99/507 หมู่ 1 หมู่บ้านเสาวลักษณ์ ต.บางกุ้ง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่กลางเมืองสุราษฎร์ธานี สร้างติดกับเนินดินสูงที่มีการปรับพื้นที่เพื่อสร้างหมู่บ้าน โดยบ้านหลังเกิดเหตุเป็นหลังสุดท้ายของหมู่บ้าน เป็นทั้งบ้านพักและทำเป็นโรงงานผลิตน้ำพริกสำเร็จรูปยี่ห้อ "ป้าสุ" สินค้าโอทอปชื่อดังของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจสอบพบว่าบริเวณโรงงานน้ำพริก ห้องผสมและบรรจุกระป๋อง ถูกดินโคลนจากเนินดินไหลลงมาทับตัวอาคารเสียหายทั้งหมดมูลค่ากว่า 4 แสนบาท โดยนางยุภา เทียบกุล อายุ 42 ปี เจ้าของบ้านและเจ้าของโรงงานระบุว่า ช่วงประมาณห้าทุ่มคืนวันที่ 9 พ.ย. ได้ยินเสียงดังรัวคล้ายเสียงปืน เมื่อออกมาดูพบว่าเนินดินที่อยู่หลังโรงงานเกิดสไลด์ตัวลงมาทับตัวโรงงานจนเสียหายดังกล่าว
ผู้ว่าฯแจงน้ำเริ่มลดระดับ
ด้านนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.สุราษฎร์ธานี เผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เริ่มคลี่คลาย สภาพน้ำท่วมขังเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้วเกือบทุกพื้นที่ ส่วนความเสียหายเบื้องต้นพบว่าราษฎรได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ 19 อำเภอ 116 ตำบล 858 หมู่บ้าน 60,748 ครัวเรือน 203,446 คน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย บ้านพักอาศัยเสียหายทั้งหลัง 2 หลัง เสียหายบางส่วน 1,332 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย จำนวน 41,055 ไร่ ปศุสัตว์ 1,589 ตัว บ่อปลา 651 บ่อ ถนนชำรุด 385 สาย สะพานและคอสะพาน 54 แห่ง ฝาย 5 แห่ง วัด 4 แห่ง และท่อระบายน้ำเสียหาย 54 แห่ง รวมมูลค่าความเสียประมาณ 33,733,560 บาท ทั้งนี้ หากพื้นที่ใดได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ ทางสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชั้น 1 ศาลา–กลางจังหวัด (หลังใหม่) โทรศัพท์ (077) 275-550-1
วอนช่วยน้ำเซาะตลิ่งดินยุบบ้านพัง
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 68/10 ถนนสตูลธานี ซอย 1 อ.เมืองสตูล ของนายประเสริฐ หลีหนุด อายุ 42 ปี ถูกน้ำกัดเซาะตลิ่งริมคลองมำบัง ทำให้ดินยุบและบ้านพัง โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นห้องแถวชั้นเดียว 5 คูหา ช่วงด้านหลังบ้านถูกน้ำกัดเซาะตลิ่ง จนดินยุบและบ้านพังลงไปทั้งแถบรวม 5 คูหา นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังสังเกตเห็นมีรอยแตกรอยแยกพร้อมที่ยุบพังทลายอีกหลายจุด ทางเจ้าของบ้านรีบอพยพคนและสิ่งของต่างๆ มาอยู่บริเวณตัวบ้านด้านหน้า นายประเสริฐ หลีหนุด กล่าวว่า เหตุการณ์ ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อตอนดึกของคืนที่ผ่านมา ก่อนที่จะเกิดดินยุบมีเสียงดังสนั่นเหมือนคนตีเหล็ก จากนั้นดินยุบและบ้านพัง อยากวอนผู้เกี่ยวข้องให้ไปดูแลช่วยเหลือด้วย
นายกฯล่องใต้เยี่ยมคนปัตตานี
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 14.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่หมู่ 4 บ้านดาโต๊ะ ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบเหตุพายุดีเปรสชันทำให้บ้านเรือนประชาชนเกือบทั้งตำบลเสียหายอย่างหนัก เมื่อคืนวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีประชาชนจากหลายตำบลมารอรับนับพันคน นายกรัฐมนตรีได้เดินทักทายประชาชนรวมไปถึงเยาวชนและผู้นำศาสนาอย่างเป็นกันเอง โดยนายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผวจ.ปัตตานี ได้รายงานสรุปสถานการณ์ว่าพื้นที่ ต.แหลมโพธิ์ มีจำนวน 4 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับความเสียหายพังทั้งหลังจำนวน 62 หลัง เสียหายบางส่วนจำนวน 480 หลัง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 1,650 ครัวเรือน 6,250 คน อพยพออกจากพื้นที่จำนวน 2,150 คน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดฝั่งทะเลอ่าวไทย และมีอาชีพประมงพื้นบ้าน จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุพายุดีเปรสชัน จำนวน 5 ราย รายละ 7 หมื่นบาท พร้อมกันนี้ยังได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนใน ต.แหลมโพธิ์ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชม.จึงเดินทางกลับกรุงเทพฯทันที
สั่ง รพ.พื้นที่เสี่ยงรับมือน้ำท่วมซ้ำ
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจมีการท่วมซ้ำที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช และอาจทำให้ประชาชนเกิดภาวะความเครียดว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งทีมแพทย์เคลื่อนที่ ทั้งทีมสุขภาพจิต ควบคู่กับทีมสุขภาพกาย ลงพื้นที่ดูแลประชาชนโดยตลอดอยู่แล้วตามแนวทางปฏิบัติที่ได้สั่งการตั้งแต่เริ่มประสบอุทกภัยใหม่ๆ และขณะนี้มีตัวเลขผู้ป่วยที่มีความเครียดสูงประมาณ 500 ราย ที่จะต้องติดตามเป็นพิเศษป้องกันการเปลี่ยนแปลงไปเป็นโรคซึมเศร้า โดยมีทีมแพทย์ติดตามโดยตลอดเป็นกรณีพิเศษ สำหรับโรงพยาบาล สถานบริการสาธารณสุขในเขตพื้นที่ภาคใต้ ที่อาจจะเกิดน้ำท่วมได้สั่งการให้ปฏิบัติตาม 4 แผนงานหลัก แม้ว่าในช่วงน้ำจะมารอบสอง ก็ตาม โดยให้เตรียมการป้องกันน้ำท่วมของโรงพยาบาล การสำรองยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือต่างๆ ออกซิเจนเหลว การส่งต่อถ้าไม่สามารถให้บริการได้ และสุดท้ายคือการปรับรูปแบบการให้บริการนอกพื้นที่ถ้าถูกน้ำท่วม
ป่วยทะลุ 5 แสนคน-น้ำกัดเท้าอื้อ
ด้าน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอุทกภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผลการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ประสบภัยจำนวน 201 ครั้ง มีผู้เจ็บป่วย 23,820 คน ยอดสะสมตั้งแต่ 20 ต.ค. จนถึง 10 พ.ย. 53 มีผู้เจ็บป่วยรวม 541,792 คน พบโรคน้ำกัดเท้ามากเป็น อันดับ 1 ส่วนไข้หวัดมีแนวโน้มลดลง
โชคร้ายไฟไหม้บ้านเมียถูกไฟลวก
เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากนายอนันตพงษ์ คงเลี่ยม อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/13 ถนนพลพิชัย ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายอะไหล่รถจักรยานยนต์ ถูกน้ำท่วมและเกิดไฟไหม้เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่นางจันทร์ เชื้อทอง อายุ 51 ปี ภรรยา ก็ยังถูกไฟลวกตามร่างกายเป็นแผลพุพองร้อยละ 20 ของร่างกาย ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่) ส่งผลให้ครอบครัวรวม 4 ชีวิตทั้งตัวเอง ภรรยา ลูกชายและลูกสะใภ้ ต้องอาศัยโรงพยาบาลเป็นที่พักพิงชั่วคราว เพราะยังไม่มีที่อยู่อาศัยและอยู่ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัว
แฉนาทีวิกฤติยา 4 เม็ด ยื้อชีวิตเมีย
นายอนันตพงษ์เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณสี่ทุ่มคืนวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดภาวะน้ำท่วมหนักในเมืองหาดใหญ่ บ้านของตนเองซึ่งอยู่ใกล้คลองอู่ตะเภาและเป็นหนึ่งในจุดที่น้ำท่วมสูงที่สุด น้ำได้ทะลักเข้าบ้านและเอ่อล้นจมปลั๊กไฟทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรจนกระทั่งเกิดลุกไหม้ขึ้นและลามไปติดยางล้อรถจักรยานยนต์ที่อยู่ใกล้ปลั๊กไฟทำให้ลุกลามไปทั้งบ้าน ขณะนั้นทุกคนในบ้าน พยายามหนีทั้งน้ำท่วมที่ท่วมสูงและหนีทั้งไฟไหม้ ส่งผลให้ภรรยาถูกไฟลวกที่แขนทั้งสองข้าง ใบหน้า หน้าท้องและขาซ้ายอาการสาหัส ก่อนที่จะช่วยกันพยุงร่างออกมาจากบ้าน แต่กว่าที่รถดับเพลิงจะไปถึงไฟได้ไหม้บ้านเสียหายทั้งหมด ที่โชคร้ายคือไม่สามารถนำร่างของภรรยาที่บาดเจ็บเป็นแผลพุพองตามร่างกายไปส่งโรงพยาบาลได้ เพราะถนนทุกสายถูกน้ำท่วมสูง การสื่อสารถูกตัดขาดและเมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยความโกลาหลและต่างคนต่างเอาตัวรอด ตนจึงพาภรรยาไปอาศัยอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งเป็นเวลา 3 คืน ท่ามกลางความทุกข์ทรมานจากอาการปวดแสบปวดร้อน มีเพียงยาพารา 4 เม็ดที่ติดกระเป๋าไว้บรรเทาอาการปวด จนย่างเข้าวันที่ 4 จึงสามารถติดต่อหน่วยกู้ชีพช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้
ขอรับบริจาคเงินทุนสร้างชีวิตใหม่
"ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้ช่วยเหลือเรื่องเสื้อผ้าและอาหารการกิน ล่าสุดตนได้ไปลงชื่อขอความช่วยเหลือกับทางเทศบาลนครหาดใหญ่ที่รัฐบาลจะจัดสรรให้ครอบครัวละ 5,000 บาท แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะหากเป็นไปได้ครอบครัวตนต้องการที่จะได้รับการช่วยเหลือเรื่องเงินทุนการประกอบอาชีพ ซึ่งหากมีผู้ใจบุญรายใดต้องการช่วยเหลือก็สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายสิทธิประโยชน์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หรือหมายเลขโทรศัพท์ 08-1543-2176 จะเป็นพระคุณอย่างสูง" นายอนันตพงษ์สรุป
รถไฟสายใต้เปิดเดินรถ 12 พ.ย.
สำหรับการให้บริการรถไฟสายใต้จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ทั้งระบบหลังถูกน้ำท่วมอย่างหนักทำให้รางรถไฟและคอสะพานเสียหาย โดยนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ หัวหน้าสำนักงานประจำการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ศูนย์ภาคใต้ เปิดเผยว่า การเปิดเดินรถไฟสายใต้โดยเฉพาะรถด่วนและรถเร็วยังคงเปิดเดินรถทั้งขาขึ้นและขาล่องจากกรุงเทพฯสุดปลายทางแค่สถานีหาดใหญ่เท่านั้น ยังไม่สามารถลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ อยู่ระหว่างการซ่อมแซมรางรถไฟและคอสะพานที่ชำรุด ส่วนการให้บริการรถไฟในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มเปิดให้บริการรถไฟท้องถิ่นระหว่างสถานีสุไหงโก-ลก ถึงสถานีรถไฟยะลาแล้ว ส่วนเส้นทางจากยะลาถึงหาดใหญ่ยังไม่สามารถใช้การได้เพราะเส้นทางชำรุดหลายจุด คาดว่าการเดินรถไฟสายใต้ทั้งระบบจะสามารถเปิดเดินรถได้อย่างช้าในวันที่ 12 พ.ย.นี้
อุตสาหกรรมสงขลาพังยับ 7 พันล้าน
มีรายงานข่าวจากสภาอุตสาหกรรม จ.สงขลาเปิดเผยว่า สมาชิกของสภาอุตสาหกรรมประมาณ 90 กว่าแห่ง ขณะนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเกือบทั้งหมด ที่ได้รับแจ้งความเสียหายมาก 25 แห่ง ทรัพย์สินเสียหายประมาณ 810 ล้านบาท ค่าเสียโอกาสประมาณ 88 ล้านบาท คาดว่ามูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินและค่าเสียโอกาสไม่น้อยกว่า 7,000 ล้านบาท โดยนายโอฬาร อุยกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยส่วนภาคใต้ เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าสถานการณ์น้ำท่วมได้ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมทั้งทางตรงและทางอ้อม เครื่องจักรและโรงงานจมน้ำ ต้องมีการซ่อมแซมและบูรณะ ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล และต้องใช้เวลานานพอสมควรอยากจะให้รัฐบาลเร่งเข้ามาดูแลและให้การช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมโดยด่วน
"กาฬสินธุ์" เสริมพนังกั้นน้ำชีล้น
วันที่ 10 พ.ย. นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวภายหลังเดินทางไปให้กำลังใจชาวบ้าน หมู่บ้านโนนแดง บ้านหนองหวาย บ้านหนองคล้า บ้านวังยาง บ้านท่าเยี่ยม บ้านสะดำศรี ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย กว่า 2 พันคน ที่ช่วยกันบรรจุกระสอบทรายเสริมความสูงตลอดแนวพนังกั้นลำน้ำชีฝั่ง ต.ลำชีที่มีระยะทางยาว 54 กม. โดยมีพนังส่วนที่ ลาดยางเสริมความแข็งแรงแล้วเพียง 20 กม. เท่านั้น ส่วนที่เหลือยังเป็นพนังดินลูกรังหลายจุดมีน้ำซึม โดยเมื่อคืนวันที่ 9 พ.ย. ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 10 พ.ย. ระดับน้ำในแม่น้ำชีได้เอ่อล้นพนังกั้นตลอดแนวเป็นจุดๆ บริเวณรอยต่อ ต.บ้านลาด อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรฝั่งน้ำชี วัดบวรดิตถาราม สถานีอนามัยท่าเยี่ยม ทางหลวงชนบทสาย 012 เชื่อมบ้านโนนแดง ต.ลำชี อ.ฆ้องชัยสะพานท่าตูม จ.มหาสารคาม ถูกน้ำท่วมซัดถนนพัง ราษฎรอาศัยตามหมู่บ้านตลอดพนังกั้นน้ำชีต้องช่วยกันเสริมกระสอบทรายตลอดแนวพนังในจุดต่ำสุดหลายจุด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเครื่องจักรมาเตรียมพร้อมไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าดูสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด พนังมีอายุใช้งานหลายสิบปี หลังน้ำลดจะตรวจสอบและหาช่องทางเสริมความแข็งแรงต่อไป
มทภ.2 ลุยทำความสะอาดโคราช
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.30 น. ที่หน้าตึกบริษัทประกันชีวิต เอไอเอ สี่แยกบ้านประโดกโคกไผ่ ถนนช้างเผือก อ.เมืองนครราชสีมา พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมทำความสะอาดเทศบาลนครนครราชสีมาหลังน้ำลด หรือ Big Cleaning Day ที่ถนนช้างเผือกตลอดสายระยะทาง 2 กม. ซึ่งเป็นถนนเข้าและออกทั้งสองฝั่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยมีนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศ–มนตรีนครนครราชสีมา และคณะรองนายกเทศมนตรีฯ พร้อมกำลังทหารและเจ้าหน้าที่ของเทศบาล นักศึกษาวิชาทหาร ตลอดจนประชาชนกว่า 500 คน พร้อมรถฉีดน้ำ รถสูบน้ำจากท่อร่องน้ำ รถเก็บขยะจากเทศบาลนครนครราชสีมาและเทศบาลใกล้เคียงจำนวนกว่า 20 คัน มาช่วยกันทำความสะอาดเก็บกวาดสิ่งปฏิกูลที่มากับน้ำ
ทุ่ม 45 ล. ทำเขื่อนรอบ รพ.มหาราชฯ
ด้าน พญ.สุวรรณี ตั้งวีระพรพงศ์ รักษาการ ผอ. โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กล่าวถึงสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลที่ถูกน้ำท่วมใหญ่ว่า ได้เตรียมแผนป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ โดยเตรียมก่อสร้างเขื่อนรอบโรงพยาบาลมหาราชฯฝั่งที่อยู่ติดกับลำน้ำลำตะคองเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากลำน้ำลำตะคอง เอ่อเข้าท่วมโรงพยาบาล รวมถึงวางระบบระบายน้ำใต้ดินใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำจากท่อระบายน้ำใต้ดินดันขึ้นมาสู่พื้นที่ด้านบนจนท่วมโรงพยาบาลได้ ใช้งบประมาณ 45 ล้านบาท ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้ ทางกองแบบแผนกระทรวงสาธารณสุขได้มีการสำรวจและประเมินความเสียหายในส่วนของอาคารสถานที่ 40 ล้านบาท และส่วนของอุปกรณ์สำนักงานอีก 40 ล้านบาท รวมแล้วจะต้องใช้งบประมาณประมาณ 80 ล้านบาท หากรวมกับค่าก่อสร้างเขื่อนรอบโรงพยาบาลอีก 45 ล้านบาท ก็จะต้องใช้งบประมาณกว่า 125 ล้านบาท
ช่วยยืดส่งค่างวด–ใช้รถกู้ซ่อมบ้าน
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 14.30 น. นายถนอม อ่อน–เกตุพล เลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ในฐานะกำกับดูแล สำนักงานคุ้มครอง ผู้บริโภค) เปิดเผยว่า ได้เชิญสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยหรือผู้ประกอบการธุรกิจไฟแนนซ์รถยนต์และผู้แทนบริษัทลิสซิ่ง มาร่วมประชุมขอความร่วมมือในการเยียวยาช่วยเหลือลูกค้าเช่าซื้อรถที่ประสบภัยน้ำท่วมและวาตภัย ได้ข้อสรุป 7 แนวทาง คือ 1.ยกเว้นค่าติดตามทวงถามและเบี้ยปรับ 3 เดือน ตั้งแต่งวดเดือน ต.ค.-31 ธ.ค.นี้ 2.ให้พักการชำระค่างวดเช่าซื้อโดยยืดเวลาออกไปตามแต่ตกลงกัน 3.ให้มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แก่ลูกค้า เช่น ขยายระยะเวลาผ่อนชำระค่างวดเช่าซื้อออกไปตามความเหมาะสม 4.ให้หยุดการทวงถามหนี้ลูกหนี้เช่าซื้อ 5.ลูกค้าที่เช่าซื้อรถยนต์เพื่อการพาณิชย์หลายคันจะได้รับการช่วยเหลือตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าแต่ละราย 6.สนับสนุนวงเงินฉุกเฉินเพิ่มเติมให้เป็นกรณีพิเศษ โดยยกเว้นการชำระค่างวดใน 2 เดือนแรก และ 7.มาตรการอื่นๆที่ลูกค้าผู้เช่าซื้อร้องขอ เช่น เจ้าของรถยนต์ที่ไม่ได้เป็นลูกค้าบริษัทเช่าซื้อ นำรถไปขอกู้เงินเพื่อนำเงินมาซ่อมแซมบ้านเรือนจะได้รับสิทธิ พิเศษเช่นเดียวกัน นายนพปฏล เมฆเมฆา รองเลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า กรณีที่มีข้อห่วงใยว่าหากลูกค้าผู้เช่าซื้อมีการพักการชำระหนี้หรือยืดการชำระหนี้ออกไป อาจทำให้ประวัติการชำระหนี้เสียหายกับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโรนั้น ทาง สคบ.รับจะไปหารือกับ ธปท.และบริษัทเครดิตบูโรเพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ มีผลกระทบต่อประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าต่อไป
ยอดตาย 30 จังหวัดรวม 185 ศพ
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.15 น. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผอ.ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) แถลงสถานการณ์น้ำประจำวัน ว่ามีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 30 จังหวัด 217 อำเภอ 1,488 ตำบล 10,562 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,015,300 ครัวเรือน 3,155,112 คน มีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยและวาตภัย 185 ราย แยกเป็นเฉพาะภาคใต้ 58 ราย โดยกรมอุตุฯ แจ้งเตือนเฝ้าระวังในวันที่ 10-11 พ.ย. ในพื้นที่ตั้งแต่ จ.ชุมพรลงมาจนถึง จ.นราธิวาสที่จะมีปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่และตรัง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน
เร่งชดเชย 7 จว.ก่อนสิ้นเดือน พ.ย.
"สำหรับแผนการฟื้นฟูนั้น ศชอ.ได้หารือพื้นที่ 7 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จ.นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี นครราชสีมา ชัยภูมิ สุพรรณบุรี และปราจีนบุรี ซึ่งได้ประสานเตรียมการกับทางจังหวัด อปท.องค์กรเอกชน เครือข่ายภาคประชาชน และเหล่าทัพเข้าสำรวจพื้นที่ เสียหาย และ ศชอ.ได้ประสานกับมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ในการกำหนดพื้นที่เป้าหมายเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูอาชีพประชาชน โดยเฉพาะหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์ ชุมชน โดยพื้นที่แรกที่จะเข้าไปฟื้นฟูคือ จ.นครสวรรค์ในวันที่ 11 พ.ย. เวลา 09.00 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะประธาน คชอ.จะแถลงรายละเอียดการเข้าไปฟื้นฟูพื้นที่ และทาง ศชอ.จะประสานกับสำนักงาน กปร. เพื่อหารือการฟื้นฟูสภาพน้ำท่วมและแนวทางป้องกันแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาวในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา สำหรับการเร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือ 6.3 แสนครัวเรือน ครัวละ 5 พันบาท จะเร่งให้ส่งรายชื่อให้ครบในวันที่ 15 พ.ย. และจ่ายเงินได้ทั้งหมดภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้" นายอภิรักษ์สรุป
ไม่พบทุจริตอมเงินช่วย 5 พันบาท
เมื่อวันที่ 10 พ.ย. นายประยงค์ ปรียาจิตต์ รองเลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่ามีการทุจริตหักเงินชดเชยค่าเสียหายบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม ซึ่งรัฐบาลมีมติจ่ายค่าชดเชยให้ ครัวเรือนละ 5,000 บาท แต่กลับพบว่ามีการร้องเรียนว่าประชาชนได้รับเงินค่าชดเชยไม่เต็มจำนวนว่า เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการร้องเรียนในลักษณะดังกล่าวเข้ามาที่สำนักงาน ป.ป.ท. ดังนั้น จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่เนื่องจากหลังจากนี้จะมีการจ่ายค่าชดเชยเพื่อเยียวยาความ เสียหายแก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอยู่เป็นระยะ ดังนั้น ป.ป.ท.จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสุ่มตรวจสอบข้อเท็จจริงในบางพื้นที่ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม หากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงก็เป็นเรื่องที่น่าละอาย เพราะถือเป็นการกระทำที่ซ้ำเติมผู้เดือดร้อน
ใต้ฝนหนักแต่เหนือ–อีสานหนาว
นายต่อศักดิ์ วานิชขจร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย.นี้ บริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศไทยตอนบน และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้อ่าวไทยมีคลื่นลมแรง ความสูงของคลื่น 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ส่วนภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ สงขลา และตรัง ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยที่ลาดเชิงเขา ที่ลุ่มใกล้ทางน้ำไหลผ่านหรือใกล้ริมฝั่งแม่น้ำระมัดระวังอันตรายน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งที่จะเกิดขึ้นในระยะ 1-2 วันนี้ไว้ด้วย ส่วนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศเย็นกับมีลมแรง และมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส จึงขอให้ประชาชนนุ่งห่มเสื้อผ้าเพื่อให้เกิดความอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา
แนะ 11 จว.เหนือ-อีสานสู้ภัยหนาว
ด้าน นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาภัยหนาว กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการฯ และประเมินสถานการณ์ ของภัยหนาวในปีนี้ ซึ่งคาดหมายว่าอากาศจะหนาวเย็นที่สุดในรอบ 30 ปี และจะหนาวยาวนานกว่าทุกปี ที่ประชุมจึงได้ออกคำแนะนำการป้องกันโรคภัยหนาวที่พบได้บ่อย 6 โรค ได้แก่ โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม โรคหัด โรคหัดเยอรมัน โรคอีสุกอีใส และอุจจาระร่วง รวมถึงโรคที่เกิดจากสภาพอากาศแห้ง เช่น โรคผิวหนังและการเสียชีวิตของผู้สูงอายุจากภัยหนาว โดยเน้นให้ทุกจังหวัดโดยเฉพาะ 11 จังหวัดที่มีอากาศหนาวจัดกว่าที่อื่น ได้แก่ ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน เลย อุดรธานี หนองคาย สกลนคร และนครพนม โดยกลุ่ม ที่มีความเสี่ยงเจ็บป่วยง่าย จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากภูมิต้านทานต่ำกว่ากลุ่มอื่น ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคหอบหืด โรคปอดเรื้อรัง โรคตับแข็ง โรคไต และโรคโลหิตจาง เป็นต้น
ที่มา http://www.thairath.co.th/content/126096
ไม่มีความคิดเห็น :
แสดงความคิดเห็น