วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ไข่ไก่กลมดิ๊กเหมือนลูกปิงปอง

ไข่ไก่กลมดิ๊กเหมือนลูกปิงปอง


หนึ่งในพันล้าน!


ชายอังกฤษพบไข่ไก่กลมดิ๊กเหมือนลูกปิงปอง

คนขับรถยกของในอังกฤษค้นพบไข่ไก่กลมดิกเหมือนลูกปิงปอง ที่หายากระดับ 1 ในพันล้าน และประมูลขายมันบนเว็บไซต์ อีเบย์ ในราคา 91 ปอนด์ หรือราว 4,495 บาท

โดยเงินที่ได้ครึ่งหนึ่งจะถูกนำไปบริจาคเพื่อการกุศล

yengo หรือ buzzcity

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

คําสาปในสวนอีเดน (Garden of Eden)

คําสาปในสวนอีเดน (Garden of Eden)



นับเป็นคําสาปแรกเริ่มสุดๆ ตั้งแต่ครั้งพระเจ้าสร้างโลกโน่นเลย โดยปรากฏเรื่องราวอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า ก็อดทรงเสกอาดัม-มนุษย์ผู้ชายขึ้นก่อน จากนั้นก็แซะเอาซี่โครงของอาดัมมาเสกเป็นอีฟ แล้วส่งทั้งคู่ไปอยู่ในสวนอีเดน 

พร้อมรับสั่งว่าจะกินอะไรก็ได้ทุกอย่าง

ยกเว้นผลไม้จากต้นแห่ง ความรู้หรือแอปเปิ้ล

แต่งูตัวแสบซิครับ มันยุยงอีฟให้หมํ่าแอปเปิ้ลเข้าไป 

หมํ่าคนเดียวไม่พอ อีฟยังชักชวนให้อาดัมหมํ่าด้วย เมื่อขัดคําสั่งของพระเจ้า ก็เป็นเรื่องซิ

ที่มา http://variety.teenee.com/world/2296.html

yengo หรือ buzzcity

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

คําสาปวัฏจักรมรณกรรมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

คําสาปวัฏจักรมรณกรรมของประธานาธิบดีสหรัฐ ฯ



นี่ก็เป็นอาถรรพณ์อีกอย่างซึ่ง โด่งดังมาก นั่นคือ ปธน. สหรัฐฯ ท่านใดที่ได้รับเลือกตั้งในปี ค.ศ. ที่ลงท้ายด้วยเลข 0 จะต้องถึงแก่ มรณกรรมในหน้าที่ ตํานานระบุว่า ผู้ที่สาปก็คือ เตคัมเซ่ หัวหน้าเผ่าอินเดียนแดง ผู้คับแค้นจากการถูกชนผิวขาวเข้ามายํ่ายีแย่งแผ่นดิน

เขาได้สาปไว้ก่อนที่จะถูกฆ่าตายในปี ค.ศ. 1813 

ปธน.คนแรกที่ตกเป็นเหยื่อก็คือ วิลเลียม เฮนรีย์ แฮร์ริสัน ที่ได้รับเลือกตั้งใน ค.ศ. 1840

ถัดจากนั้นคําสาปก็เป็นจริงมาตลอด ไม่ว่าจะเป็น 

ลิน-คอล์น (1860) 
การ์ฟิลด์ (1880) 
แม็คคินลีย์ (1900) 
ฮาร์ดิ้ง (1920) 
รูสเวลท์ (1940) 
เคนเนดี้ (1960)

ที่มา http://variety.teenee.com/world/2296.html

yengo หรือ buzzcity

วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

คําสาปตะกั่วแห่งกรีซ ใน ค.ศ. 1979

คําสาปตะกั่วแห่งกรีซ ใน ค.ศ. 1979



มีการขุดค้นโบราณสถานชื่ออโกรา, นครเอเธนส์ ทําให้พบแผ่นม้วนตะกั่วบางๆ ซึ่งมีจารึกภาษาโบราณอันเป็นคําสาปปรากฏอยู่ แผ่นตะกั่วนี้เรียกกันว่า คาตาเรส (Katares) ใช้ใส่ลงในโลงศพก่อนจะฝัง

เชื่อกันว่า

ตะกั่วจะทําให้คําสาปจมลงไปอย่างรวดเร็วถึงขุมนรกพร้อมกับวิญญาณผู้ตาย เพื่อที่พระยมจะได้อ่านคําสาปและดลบันดาลให้เป็นไปตามนั้น 

นอกจากนี้ การฝากหรือทิ้งแผ่นคําสาปลงไปในนํ้าก็เป็นอีกวิธีการหนึ่ง

เพราะนํ้าจะสามารถสื่อ ไปถึงผู้ที่เราต้องการสาปได้ ซึ่งแผ่นคาตาเรสกว่า 100 แผ่นที่ค้นพบนี้ได้ระบุจ่าหน้าถึง ซูลิส ไมเนอร์วา ซึ่งเป็นเทพีด้านอุทกของโรมัน

ที่มา http://variety.teenee.com/world/2296.html

yengo หรือ buzzcity

วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อีกา แห่งป้อมปราสาท ลอนดอน (Tower of London)

อีกา แห่งป้อมปราสาท ลอนดอน (Tower of London)



ป้อมปราสาทนี้ เป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะถูกใช้เป็นที่คุมขังและ ประหารบุคคลสําคัญๆ ของอังกฤษมากมาย หลายท่าน ณ ลานปราสาทแห่งนี้จะมีการเลี้ยงดูอีกา จํานวน 6 ตัว เนื่องจากมีคําสาปมานานกว่า 900 ปี ว่า ถ้าหากอีกาลดจํานวนลงเมื่อใด เมื่อนั้นความหายนะจะมาเยือน นครลอนดอน และสิ้นสุดพระราชวงศ์แห่งอังกฤษ!

เรื่องนี้มีตํานานปรากฏเป็นเอกสาร 

ในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ราวศตวรรษที่ 17 ด้วยนะคะ ไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยแต่อย่างใด และทําให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นยาม หรือกษัตริย์ถือเป็นเรื่องจริงจังอย่างเคร่งครัด 

เช่นว่า ถ้ามีอีกาตายหนึ่งตัว จะต้องรีบถวายรายงานต่อควีนทันที 

และต้องจัดหาอีกาตัวใหม่ มาทดแทนโดยด่วน ซึ่งอีกาทุกตัวจะมีชื่อเรียก และถ้าตายก็จะถูกนําไปฝังอย่างมีพิธีการ จะมีการเลี้ยงอีกาไว้สํารองตลอดเวลา

ถ้าตัวใดล้มป่วย ก็ต้องรีบตรวจสอบ 

หาไม่ถ้าหากตายโดยโรคติดต่อ (เช่น ไข้หวัดนก) และเช้าขึ้นมาอีกาตายเกลี้ยงละก้อ เชื่อกันว่าทั้งพระราชวงศ์ก็จะอันตรธานไปเช่นกัน 

ที่มา http://variety.teenee.com/world/2296.html

yengo หรือ buzzcity

วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

คําสาป ตุตันคาเมน อียิปต์

คําสาป ตุตันคาเมน อียิปต์



เรื่องของคำสาปนับเป็นเรื่องเหลือเชื่ออย่างหนึ่งในบรรดาสิ่งลึกลับทั้งหลายในโลก ในบรรดาคำสาปทั้งหลายที่มีอาถรรพณ์แรงกล้าในโลกเรานี้ เห็นจะต้องนับว่าคำสาปของพวกอียิปต์โบราณโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบรรดาสุสานกษัตริย์ เป็นคำสาปที่ขลังและดุที่สุด สามารถเจาะจงติดตามรังควานเฉพาะคนที่ล่วงละเมิดความสงบสุขของผู้เสียชีวิตไปแล้วเท่านั้น

ชาวอียิปต์โบราณเป็นพวกที่มีศรัทธาแน่นแฟ้นในเรื่องชีวิตหลังความตาย ศาสนาเก่าแก่ของเขาสอนให้เชื่อว่าคนที่ตายไปแล้วอาจฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ได้ ด้วยศรัทธาอย่างนี้ชาวไอยคุปต์จึงนิยมรักษาซากศพไว้เป็นอย่างดี ฝังไว้ในสุสาน ลึกลับพร้อมกับของใช้ส่วนตัวมากมาย รอวันที่จะกลับฟื้นคืนชีพอีกในอนาคต

แผ่นดินไอยคุปต์จึงเต็มไปด้วยสุสานทั้งในที่ลับและที่แจ้งนับไม่ถ้วน ทั้งแบบของข้าแผ่นดินที่ยากจน ร่ำรวย และสุสานกษัตริย์อันใหญ่โตโอฬารจนกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก สมบัติมหาศาลในสุสานต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งเย้ายวนใจพวกมิจฉาชีพ จึงพากันลักลอบขโมยขุดสุสานเพื่อขโมยเอาทรัพย์เหล่านั้นไป

เจ้าของสุสานจึงพยามยามหาทางป้องกันทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ หนึ่งในจำนวนวิธีการนั้นได้แก่การร่าย " คำสาป"

การค้นพบสุสานของยุวกษัตริย์สำคัญองค์หนึ่งที่สำคัญยิ่งองค์นี้คือ ตุตันคาเมน ที่เราจะพูดถึงอาถรรพณ์ของคำสาปของพระองค์

โดยความจริงแล้ว ตุตันคาเมน ยุวกษัตริย์องค์นี้ไม่ได้เป็นนักปกครองที่เก่งกาจอะไร ตุตันคาเมนเป็นเพียงยุวราชาที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์ไอยคุปต์ในเวลาที่สั้นมาก แต่ที่พระองค์ดัง เป็นเพราะการค้นพบสุสานของพระองค์ซึ่งนับว่าสมบูรณ์ที่สุดนั่นต่างหาก แม้ว่าสุสานของพระอง���์อาจจะถูกหัวขโมยรบกวนบ้าง แต่ก็ไม่ได้พระราชทรัพย์ที่สำคัญไปมากเท่าไหร่ ของที่เหลืออยู่จึงทำให้คนรุ่นหลังได้รู้เรื่องราวของคนอียิปต์โบราณมากกว่าเดิม

แต่...การค้นพบครั้งนี้นอกจากได้ความรู้มากขึ้น ก็กลับมีการสูญเสียมาพร้อมกัน เป็นการสูญเสียที่ผู้คนทั่วโลกจำนวนมากเชื่อว่ามาจาก คำสาป ที่วนเวียนอยู่ที่นั่น

''มรณะจักโบยบินมาสังหารสู่ผู้บังอาจรังควานสันติสุขแห่งพระองค์ฟาโรห์''

ข้อความนี้ เป็นคำสาปที่นักบวชไอยคุปต์ได้บรรจุไว้ในสุสานลี้ลับของฟาโรห์ตุตันคาเมน และมันก็แสดงผลในเวลาต่อมาว่าขลังและเปี่ยมด้วยอาถรรพณ์อันน่าพึงสยดสยองจริงๆ

บรรดาผู้ใกล้ชิดคลุกคลีกับการเปิดสุสานและหีบศพของพระองค์...คนแล้วคนเล่ามีอันต้องตายด้วยลักษณะแปลกๆโดยไม่คาดฝันถึง 22 คน !...! ประหนึ่งว่ามรณะได้โบยบินมาสังหารทุกผู้ทุกคนที่รังควานนิทรารมย์แห่งยุวราชา ตามคำสาปแช่งทุกประการ

ที่แปลกกว่านั้น หลังจากมรณกรรมของผู้คนจำนวนมากเมื่อห้าสิบปีก่อนผ่านไป ก็ยังมีการตายที่น่าแปลกที่เชื่อกันว่าเป็นเพราะฤทธิ์คำสาปเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง

สุสานตุตันคาเมนถูกเปิดในปี ค.ศ. 1922(พ.ศ. 2465) หลังจากนั้นผู้ร่วมพิธีเปิดได้เสียชีวิตไป 22 คน ครั้นห้าสิบปีผ่านไป เมื่อมีการแสดงสมบัติตุตันคาเมนเพื่อฉลองครบรอบห้าสิบปีแห่งการเปิดสุสาน ก็เกิดมรณกรรมแก่ผู้ที่บังอาจรบกวนฟาโรห์อีกครั้งอย่างไม่น่าเป็นไปได้

การค้นคว้าหาอดีตอันรุ่งโรจน์ของไอยคุปต์นับเป็นเรื่องที่นักโบราณคดีทุกคนใฝ่ฝัน ตลอดเวลากว่า3,000-4,000 ปีของอียิปต์ หลักฐานที่มีอยู่นอกจากสถาปัตยกรรมอย่างปิรามิดที่เกือบสูญหายไปหมดแล้ว ยังคงมีเพียงการตามขุดค้นด้วยความหวังที่จะพบโบราณวัตถุตามสุสาน ซึ่งคนอียิปต์โบราณก็นำของมีค่าเหล่านี้ฝังไว้ในที่เก็บศพตามความเชื่อของตน

ตามประวัติความเป็นมา บริเวณที่นักโบราณคดีสนใจ คือ บริเวณเทือกเขาธีบัน (หุบเขาสุสานกษัตริย์)ทางด้านตะวันตกของนครธีบีส อดีตราชธานีของไอยคุปต์ ณ ที่นี้เป็นสถานที่ฝังพระศพของฟาโรห์แห่งราชวงศ์ 18 และ 19 จำนวนมากกว่า 30 แห่ง ในระยะเวลาที่เริ่มมีการขุดค้นนักโบราณคดีชาวตะวันตกคนแล้วคนเล่าพากันมาขุดที่นี่และต่างก็ได้รับความสำเร็จ คือ พบสุสานกับหีบพระศพ ตลอดจนโลงรูปตัวคนอยู่ในสุสานที่นั่นหลายต่อหลายครั้ง

น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ว่าบรรดาสุสานที่ได้พบในครั้งนั้นส่วนมากว่างเปล่าปราศจากทรัพย์สมบัติใด ๆ บางแห่งแม้แต่มัมมี่เจ้าของสุสานก็ยังไม่มีในนั้นด้วยซ้ำ เพราะพวกหัวขโมยเข้าไปขุดลักสมบัติในนั้นไปจนหมดสิ้น เพราะเวลาผ่านมานานมากสุสานก็เลยถูกขโมยซ้ำแล้วซ้ำอีกจนไม่เหลือมีอะไร

เหตุฉะนี้ทำให้สุสานตุตันคาเมนโดดเด่นขึ้นมาเหนือการสำรวจครั้งใดๆทั้งสิ้น เพราะเมื่อมีการพบสุสาน ครั้งนี้ทำให้ได้รับรู้ว่าที่พำนักนิทรารมย์ของกษัตริย์หนุ่มองค์นี้กลับเป็นที่เพียงแห่งเดียว ที่ไม่ถูกขโมยพระราชทรัพย์ไปจนหมด

นักโบราณคดีที่สามารถค้นพบสุสานนี้เป็นชาวอังกฤษชื่อโฮเวิร์ด คาร์เตอร์ ส่วนผู้ริเริ่มและอุดหนุนทุนในการสำรวจครั้งสำคัญที่สุดนี้ได้แก่ขุนนางผู้มั่งคั่งมีชื่อว่า ยอร์ช.อี.เอส.เอ็ม.เฮอร์เบิร์ต เอิร์ล ที่ห้าแห่งคาร์นาวอน ซึ่งทั่วโลกรู้จักกันในนาม ลอร์ดคานาวอน

การสำรวจค้นหาสุสานเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1916 ในชั้นแรกทั้งสองก็ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่ เมื่อขุดไปพบคูหาลับในหน้าผาเป็นที่เก็บวัสดุเหลือใช้จากพิธีการฝังศพฟาโรห์ กับพบแผ่นจารึกนามาภิไธย "ตุตันคาเมน" ทำให้คาร์เตอร์ตั้งสมมติฐานว่าคงจะมีสุสานของฟาโรห์นาม “ตุตันคาเมน” อยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งในบริเวณหุบผากษัตริย์แห่งนี้

อย่างไรก็ตาม งานครั้งนี้ก็ใช้เวลานานถึง 6 ปีกว่าจะพบสุสานของยุวราชาในวันที่ 4 พฤศจิกายน1922 คนงานชาวพื้นเมืองขุดพบบันไดหินทอดลงไปจากระดับพื้นซึ่งอยู่ใต้สุสานของฟาโรห์รามิเซสที่ 6 ลงมาประมาณ 13 ฟุต หลังจากขุดลงไปตามขั้นบันไดจำนวน 16 ชั้น ก็พบประตูปิดสนิทแน่น เมื่อเจาะประตูนี้ออก จึงพบระเบียงทางเดินยาว 10 ฟุต ทอดไปสู่ประตูซึ่งปิดสนิทแน่นอีกบานหนึ่งขวางประตูอยู่ด้านในสุด หลังประตูนี้ความลับทั้งมวลของไอยคุปต์เมื่อสามพันปีแอบแฝงอยู่!

หากแต่ใช่ว่าเมื่อเปิดประตูนี้จะเจอห้องเก็บสมบัติหรือห้องบรรจุพระศพเลย กลับพบช่องทางเดินทอดยาวไปในความมืดซึ่งไปสิ้นสุดลงที่บานประตูอันปิดแน่นสนิทอีกบานหนึ่งตรงมุมด้านในสุดเช่นเดียวกับประตูแรกที่พบประตูนี้เป็นจุดความหวังของคาร์เตอร์และลอร์ดนาวอนให้ลุกโพลง เพราะหน้าประตูนั้นมีตราผนึกปิดแน่นเป็นราชลัญจกรของตุตันนคาเมนประทับไว้ แสดงว่า สุสานนี้เป็นของยุวราชาตุตันคาเมนแน่นอน

เบื้องหลังประตูนี้ คือ ที่ซ่อน " สิ่งมหัศจรรย์" นั่นคือห้องมุขที่เก็บพระราชทรัพ์ของตุตันคาเมนส่วนหนึ่ง ถัดห้องนี้ไปก็เป็นห้องเก็บพระบรมศพ ด้านข้างห้องเก็บพระบรมศพก็มีห้องเก็บสมบัติหรือ "ห้องพระคลังข้างที่'' กับห้องเก็บของเล็กๆ อยู่ติดกับห้องมุขอีกห้องรวมเป็นสี่ห้องแห่งความมหัศจรรย์

ความตายตามคำสาปครั้งหลังเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1972 (พ.ศ.2515) หลังจากที่ทางราชการอียิปต์เก็บบรรดาสมบัติชิ้นสำคัญๆ ไว้ในพิพิธภัณฑ์กรุงไคโร จนกระทั่งทางอังกฤษคิดจะจัดเสดงสมบัติ ตุตันคาเมนขึ้นในกรุงลอนดอนเพื่อฉลองวาระครบ 50 ปี ที่ได้เปิดสุสานยุวราชา บุคคลสำคัญในการลำเลียงสมบัติของฟาโรห์ออกจากพิพิธภัณฑ์ คือ อธิบดีกรมโบราณณณคดีของอียิปต์ ซึ่งขณะนั้นได้แก่ ดร.กามาล เมห์เรช เขาเป็นผู้ที่นำเอาครอบพระพักตร์ทองคำและโลงศพทองคำของตุตันคาเมนออกมาจากที่เก็บ เพื่อบรรจุหีบห่อแล้วส่งขึ้นเครื่องบินไปยังลอนดอนเพื่อเตรียมเปิดการแสดงครั้งสำคัญนี้

yengo หรือ buzzcity

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

คําสาปวูดูแห่งนิวออร์ลีนส์ สหรัฐฯ

คําสาปวูดูแห่งนิวออร์ลีนส์ สหรัฐฯ



แม่มดวูดูผู้นี้มีนามว่า มารี ลาโว มีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ. 1800 กว่าๆ เพื่อนบ้านรํ่าลือกันว่าเธอสามารถสาปได้ทั้งคนและสัตว์ โดยใช้มนต์ดําของวูดู กระทั่งทุกวันนี้ยังมีการ จัดทัวร์พาไปชมบ้านของเธอ รวมทั้งบนบานขอให้เธอช่วยสาปใครก็ได้ เรียกกันว่า บลัดดี้มารีทัวร์

ทั้งนี้ ผู้ขอจะต้องปฏิบัติดังนี้

เริ่มจากเคาะ 3 ครั้งบนโลงศพของมารี แล้วหมุนกายทวนเข็มนาฬิกา 3 รอบ เซ่นเหล้ารัม ข้ามหลุมศพ 3 หน แล้วเปล่งชื่อของเธอออกมาดังๆ

จากนั้นก็บอกกล่าวถึงจุดประสงค์ของคุณ

(ว่าจะให้เธอดลให้ศัตรูของคุณวิบัติอย่างไร) ไม่เชื่อก็เดินทางร่วมทัวร์ไปพิสูจน์ได้

ที่มา http://variety.teenee.com/world/2296.html

yengo หรือ buzzcity

วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

คําสาปของ อลิสแตร์ ครอว์ลีย์ พ่อมดแห่งทะเลสาบล็อคเนสส์, สกอตแลนด์ ปี 1899

คําสาปของ อลิสแตร์ ครอว์ลีย์ พ่อมดแห่งทะเลสาบล็อคเนสส์, สกอตแลนด์ ปี 1899



คําสาปของ อลิสแตร์ ครอว์ลีย์ พ่อมดแห่งทะเลสาบล็อคเนสส์, สกอตแลนด์ ปี 1899


ครอว์ลีย์อาศัยอยู่ในบ้านอย่างโดดเดี่ยว ทางตอนใต้ของทะเลสาบที่ลือลั่นในเรื่องอสุรสัตว์ กล่าวกันว่า เขาขมังในเรื่องเวทมนตร์และเลี้ยงวิญญาณภูตไว้ถึง 115 ตน เขาสามารถดลบันดาลให้ เพื่อนบ้านหลายคนมีอันเป็นไปนานา จนเป็นที่หวาดหวั่นไปทั่ว

ก่อนตาย ครอว์ลีย์ ได้สาปทิ้งท้ายไว้กับยอด เขาแห่งหนึ่ง

ซึ่งเรียกกันว่า ปล่องไฟปีศาจ และครอว์ลีย์เคยหลงทางที่ยอดเขานี้ ซึ่งทําให้เขาขัดเคืองใจ จึงสาปว่าเมื่อใดที่ยอดเขานี้พังทลาย สิ่งชั่วร้ายต่างๆก็จะถูกปลดปล่อยแผ่กระจายไปด้วย

ปล่องไฟปีศาจ ยืนหยัดอยู่นานนับพันปี 

แต่แล้วในเดือนเมษายน 2001 ยอดสูงราว 70 เมตร ก็มีอันถล่มทลายลงมาในทะเล เรื่องนี้ทําให้ผู้ที่เชื่อถือในตํานานพากันผวาไปตามกันเลยครับ ป่านนี้นรกคงครอบคลุมแผ่นดินแล้ว!

ที่มา http://variety.teenee.com/world/2296.html

yengo หรือ buzzcity

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ละครเรื่อง แม็คเบ็ธ (Macbeth) ของเชคสเปียร์

ละครเรื่อง แม็คเบ็ธ (Macbeth) ของเชคสเปียร์



ละครเรื่องนี้มีฉากที่เกี่ยวกับแม่มดและ คําสาปมนต์ดํา ว่ากันว่าทําให้แม่มดตัวจริงสมัยนั้น เคืองแค้น ที่เชคสเปียร์นําเอาเรื่องลับของพวกเขามาเปิดเผย จึงสาปให้ละครเรื่องนี้มีอันเป็นไป-หากใครนํามาแสดงโดยเฉพาะตัวละครที่เล่นบท แม็คเบ็ธ

ผลของคําสาปอุบัติขึ้นตั้งแต่หนแรกสุดที่ละครนี้ออกแสดง

โดยผู้แสดงที่ชื่อ ฮัล เบอร์ริดจ์ ซึ่งสวมบทเลดี้เอม ได้ล้มเจ็บลงในคืนนั้น และสิ้นใจตายหลังเวที

และนับแต่นั้นมาเกือบ 400 ปี ละครเรื่องนี้ก็มีอาถรรพณ์เกิดขึ้นกับนักแสดงมาตลอด

เช่น มีอุบัติเหตุบาดเจ็บ ล้มตาย บางคนฆ่าตัวตาย และที่น่าพรึงเพริดที่สุดก็คือ ในปี ค.ศ. 1947 นักแสดงชื่อ ฮาโรลด์ ทอร์แมน เป็นผู้รับบทแม็คเบ็ธ

ในระหว่างการดวลดาบนั้น คู่ต่อสู้ของเขาลืมสวมที่ครอบปลายดาบ

พอแม็คเบ็ธ ถูกแทงล้มลง กลางเวที ผู้ดูต่างก็ปรบมือพอใจในบทบาท หากทว่า หลังเวทีนั่นซิ ต่างก็ตกใจกันยิ่งนักที่เขาโดน แทงจริงๆ ทอร์แมนตายใน 3 สัปดาห์ต่อมา

ที่มา http://variety.teenee.com/world/2296.html

yengo หรือ buzzcity

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วิหารกระดูก แห่งเมือง อีโวราโปรตุเกส

วิหารกระดูก แห่งเมือง อีโวราโปรตุเกส



วิหารกระดูก แห่งเมือง อีโวราโปรตุเกส วิหารนี้สร้างในศตวรรษที่ 15

โดยพระนิกายฟรานซิสกัน ที่ประหลาดพิสดารคือ ผนังภายในวิหารนี้สร้างขึ้นจากกระดูกของมนุษย์กว่า 5,000 คนครับ เท่านั้นไม่พอ มีซากศพ 2 ร่าง ห้อยแขวนติดผนังด้านหนึ่งด้วย! 

ตํานานวัดระบุว่า

ครั้งกระโน้นมีสตรีนางหนึ่งซึ่งยึดมั่น ในคาทอลิก แต่ได้ถูกสามีผู้โมโหร้ายกับลูกชายของ เธอเองช่วยกันโบยตีจนตาย ก่อนสิ้นชีวิต เธอได้สาป ให้วิญญาณของเขาทั้ง 2 ลงนรก แม้แต่พื้นพสุธา ก็จะไม่ยินดีรับร่างของเขาไว้ 

ไม่นานนัก ชายทั้งสองก็ถึงแก่มรณกรรม

ชาวเมืองพยายามขุด หลุมฝังศพของเขา แต่ขุดลงไปที่ใดก็เจอะแต่หิน เมื่อจนปัญญา พวกเขาจึงนําเอาซากศพทั้งสองขึ้น ไปห้อยแขวนไว้กับ ผนังวิหารดังกล่าว สําหรับให้นักบวชได้ใช้ปลง ในระหว่างทําสมาธิ ก็นับเป็นคําสาปที่ขลังยิ่ง 

ที่มา http://variety.teenee.com/world/2296.html

yengo หรือ buzzcity

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เพชรโฮป (Hope Diamond) เพชรคําสาป

เพชรโฮป (Hope Diamond) เพชรคําสาป



เป็นเพชรสีนํ้าเงินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีนํ้าหนักถึง 45.52 กะรัต โดยพ่อค้าฝรั่งเศสนาม จอห์น แบ็บติส ทราวิเนียร์ ได้ขโมยมาจากพระนลาฏ (หน้าผาก) เทวรูปฮินดูในวิหารแห่งหนึ่งของอินเดีย เมื่อราว ค.ศ. 160

โดยหารู้ไม่ว่าโคตรเพชรนี้มีคําสาปติดมาด้วย นั่นคือ

มันผู้ใดที่ขโมยหรือครอบครองเพชรโฮป จะต้องประสบความวิบัติทุกรายไป!

และก็จริงตามคําสาป นับตั้งแต่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งทรงซื้อเพชรนี้

จากนายทราวิเนียร์ พระองค์และพระราชวงศ์ก็ทรงได้รับภัยร้ายกาจจากการปฏิวัติของฝรั่งเศสตลอด กระทั่งนาย เฮนรีย์ ฟิลิป โฮป (เจ้าของชื่อเพชรเม็ดนี้) นายปิแอร์ คาร์เทียร์ (พ่อค้าอัญมณีชื่อดังที่เรารู้จักกันดี) ฯลฯ ล้วนประสบกับอัปมงคล


จนถึงผู้ครอบครองรายสุดท้ายคือ ตระกูลของ เซอร์ ฮาร์รีย์ วินสตัน

ได้ให้เลดี้ไฮโซ ผู้หนึ่งยืมสร้อยคอเพชรโฮป สวมใส่ในงานราตรี สองเดือนต่อมา ลูกน้อยของเธอก็ตายอย่างลึกลับ สามีกลายเป็นบ้าและต้องหย่าขาดกัน

ในที่สุด

ทายาทตระกูลวินสตันจึงมอบเพชรโฮปให้สถาบันสมิธ โซเนียนของสหรัฐฯ เป็นผู้อนุรักษ์แทน

ที่มา http://variety.teenee.com/world/2296.html

yengo หรือ buzzcity

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

cannibal พฤติกรรมที่สิ่งมีชีวิตกินเนื้อพวกเดียวกันเอง

cannibal พฤติกรรมที่สิ่งมีชีวิตกินเนื้อพวกเดียวกันเอง


cannibal คือพฤติกรรมที่สิ่งมีชีวิตกินเนื้อพวกเดียวกันเอง เช่น คนกินเนื้อคน หมากินเนื้อหมา ปลากินเนื้อปลาสายพันธุ์เดียวกัน โดยปกติแล้วสิ่งมีชีวิตมักจะเลี่ยงพฤติกรรมการกินเนื้อพวกเดียวกัน เพราะจะมีโอกาศติดโรคที่มีเฉพาะในสายพันธุ์เดียวกันได้สูงมาก และค่อยๆสูญพันธุ์กันไป เช่นพวกซาลามานเดอร์บางสายพันธุ์ที่ชอบกินเนื้อพวกเดียวกัน เมื่อมีตัวอื่นตายด้วยโรค ตัวที่ไปกินจะพลอยติดโรคไปด้วย ทำให้ค่อยๆทยอยสูญพันธุ์กันไป

ในมนุษย์พฤติกรรมเหล่านี้มีมาตั้งแต่ในอดีตและยังเหลืออยู่บ้างในบางชนเผ่า เช่นในแถบลุ่มน้ำอเมซอน อินโดนีเซีย แอฟริกา แคริเรียน ฟิจิ และนิวกีนี

สาเหตุสาเหตุพฤติกรรมกินเนื้อคนนี้มีด้วยกันหลายสาเหตุเช่น การขาดแคลนอาหาร ลัทธิความเชื่อทางศาสนา สาเหตุทางการทหาร และอาการทางจิตประสาท ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มีหลักฐานชัดเจนและมีบันทึกในช่วงบุกเบิกอเมริกา เช่น Donny Party ซึ่งเป็นกลุ่มนักเดินทางตั้งรกรากในอเมริกาแล้วติดพายุหิมะทำให้ขาดแคลนอาหาร หลังจากมีสมาชิกเสียชีวิตไปสองคน Donny และพวกจึกตัดสินใจว่าจะรับประทานเจ้าสองนั่นเป็นอาหาร แต่มีชาวอินเดียแดงที่เป็นคนนำทางคัดค้าน จึงถูกสอยร่วงไปสองคน กลายเป็น4ชีวิต ที่เหลือก็กินกันเปรมรอดชีวิตจนมีคนมาช่วยได้ หลังจากนั้นจึงมีการตัดสินว่า Donny และพวกมีความผิดหรือไม่ ซึ่งก็ได้รับคำตัดสินว่าไม่มีความผิด ส่วนอีก2คนที่ตายเพิ่มเป็นอินเดียแดงเลยช่างมันไป

นอกจากเรื่องขาดเคลนอาหาร ก็มีเรื่องพฤติกรรมในท้องถิ่น เช่น พวกเผ่ากินคนตามป่าดงดิบ ส่วนใหญ่เป็นลักษณะการจัดการกับพวกเผ่าอื่นที่เข้ามารุกราน แล้วส่วนใหญ่ก็ไม่ได้แบ่งสรรปันส่วนทานเข้าไปทั้งตัว แต่จะแล่เนื้อบางๆมาแบ่งกันกิน เพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณร้ายของผู้ตายตามมารังคราญ หรือบางทีก็เชื่อว่าทานเนื้อผู้ตายแล้วจะเสริมสร้างพละกำลัง และอำนาจให้กับตัวเองด้วย

สำหรับความเชื่อเรื่องกินเนื้อคนเข้าไปแล้วจะมีพลังวังชาเพิ่มขึ้นมีให้เห็นโดยเฉพาะในหมู่ประเทศจีน ที่ชอบรับประทานอาหารแปลกๆ โดยเฉพาะตับ มักมีหมอยาเถื่อนซื้อตับนักโทษมาบดเป็นยา หรือการนำเลือดคนมาดื่มและอาบเพื่อให้ตัวเองหนุ่มสาวขึ้น สำหรับพวกที่กินรกเด็กเพื่อเป็นยาก็จัดว่าเป็น Cannibalism แบบหนึ่งเหมือนกัน

ในลักษณะการกินเนื้อคนเพื่อการทหารมีในแถบประเทศตะวันออก ที่มักจะแสดงการกินเลือดเนื้อของศัตรูให้เห็นเพื่อข่มขวัญ บางพวกก็กินเพื่อความแค้น เช่น เหตุการณ์ไม่สงบจีนตอนปลายราชวงศ์หมิง มีขันทีทรราชถูกประหารโดยวิธีใช้ม้าแยกร่าง แล้วนำเลือดและเนื้อแจกให้คนที่แค้นกิน นอกจากความแค้นก็ยังมีเรื่องความรักที่อยากอยู่ด้วยกันทั้งตายและเป็น ก็เลยกินคนตายทั้งตัวเลยก็มี

Cannibalism ที่เกิดจากสงครามระหว่างศาสนาในอินโดนีเซีย
สำหรับเรื่องลัทธิทางศาสนาก็มีให้เห็นบ่อยในพวกSatanistบางกลุ่ม ที่นิยมนำสมาชิกหรือลักพาตัวคนนอกมาบูชายัญ แล้วแหวะกินกันสดๆบ้างนำไปอบมาแบ่งกันกินบ้าง ซึ่งพวกนี้ก็จะทำด้วยความบ้าคลั่ง ส่วนคนที่ถูกบูชายัญมีทั้งเด็กเล็กๆและคนจรจัด สำหรับคนจรจัดพอหายไปแถบไม่มีใครรู้ คนกลุ่มนี้จึงสามารถหลบสายตาของตำรวจได้ ถ้าไม่มีคนบังเอิญไปเห็นตอนทำพิธีเข้าก่อน

สุดท้ายก็เป็นพวกโรคจิตที่รู้จักกันดี ก็คือซีอุย ฆาตกรต่อเนื่องในไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน แล้วก็มีอีกหลายรายในไทยที่ฆ่าคนเพื่อกินเนื้อ อย่างฆาตกรทุบหัวคนข้างบ้านลอกเอาหนังศีรษะมากินกันสดๆ ตอนตำรวจมาจับนี่ยังกินอยู่เลย หรือข่าวพี่ฆ่าน้องแขวนคอกับต้นไม้แล้วก็ควักเอาตับกับหัวใจไปจิ้มพริกกับเกลือกิน ทำเอาพ่อแม่ร้องไห้โฮเลย

นาย ซีอุย แซ่อึ้ง ฆาตกรต่อเนื่องและ Cannibalism คนแรกของไทย

นอกจากนี้ยังมีพวกโรคจิตอีกหลายคนที่มีพฤติกรรมกินเนื้อคน บางคนก็ไม่ได้กินเอง แต่ชำแหละเนื้อไปขายเป็นเนื้อหมูในตลาดมืดให้คนอื่นกิน แต่ก็โดนจับได้ตอนเอากระดูกไปทิ้งแม่น้ำ

ที่มา http://www.oknation.net/blog/print.php?id=452854

yengo หรือ buzzcity

วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

"จิ้งจก" ห้อยหัวบนเพดานบ้านใกล้หิ้งพระ แห่ตีเลขเด็ดแน่นขนัด

"จิ้งจก" ห้อยหัวบนเพดานบ้านใกล้หิ้งพระ แห่ตีเลขเด็ดแน่นขนัด



เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายธเนศ เลิศมงคลตระกูล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/7 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ว่ามีจิ้งจกห้อยหัวลงมาจากเพดานบ้านของตนเองมานานกว่า 2 วันแล้ว และเชื่อว่าจิ้งจกตัวนี้จะมาให้โชคลาภแก่ครอบครัว ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว โดยบริเวณห้องโถงใกล้กับหิ้งพระพบจิ้งจกขนาดความยาวประมาณ 6 เซนติเมตร เอาขาหลังทั้งสองข้างยึดไว้และห้อยหัวลงมาจากเพดานบ้าน ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าของบ้านและเพื่อนบ้านเป็นอย่างมาก และพากันตีเป็นเลขเด็ดต่าง ๆ นา ๆ

สอบถามนายธเนศ เลิศมงคลตระกูล อายุ 42 ปี เจ้าของบ้านเล่าว่า เมื่อเช้าของวันที่ 13 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ลูกชายของตนเอง คือเด็กชายราเชนท์ เลิศมงคลตระกูล ได้วิ่งมาเรียกตนและภรรยา พร้อมกับชี้นิ้วไปที่เพดาน ใกล้กับหิ้งพระ และเมื่อมองขึ้นไปก็พบจิ้งจกห้อยหัวลงมาจากเพดานบ้าน ซึ่งเป็นจิ้งจกตัวเดียวกันกับที่ลูกชายชอบมองดูเป็นประจำ แต่มาวันนี้กลับห้อยหัวลงมาจากเพดานบ้าน จึงเชื่อว่าการที่จิ้งจกทำท่าประหลาดครั้งนี้ เพื่อต้องการให้โชคลาภแก่ครอบครัวก่อนที่จะถึงวันที่ 16 มกราคม 2556 ซึ่งเป็นวันหวยออกอย่างแน่นอน ทั้งนี้หลังจากชาวบ้านทราบข่าวก็เดินทางมาดูและต่างตีเป็นเลขเด็ด ได้แก่ 97, 79, 77,71,771,707,797

อย่างไรก็ตามจากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การที่จิ้งจกห้อยหัวลงมานั้นเป็นภาวะผ่อนคลายของมันเท่านั้น และหลังจากได้เห็นลักษณะของจิ้งจกตัวนี้ก็สามารถสรุปเบื้องต้นได้ว่า เป็นจิ้งจกบ้าน ชนิดหางหนาม ส่วนบริเวณหัวที่โตนั้น คาดว่ามันป่วย ซึ่งอาจจะเกิดจากการกินเศษอาหารที่มีการปนเปื้อนของสารเคมี แมลงที่ถูกกำจัดโดยน้ำยาฆ่าแมลง หรือผลพวงจากยากันยุง และคาดว่าจิ้งจกตัวนี้จะหายจากการห้อยหัวและกลับมาปกติเช่นเดิม

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์

yengo หรือ buzzcity

วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ซากประหลาดคล้ายเอเลี่ยนตัวจิ๋ว

ซากประหลาดคล้ายเอเลี่ยนตัวจิ๋ว

ข่าวแปลกๆมาฝากกัน แต่ก็น่าจะเป็นข่าวคราวที่มีมานานแล้วสำหรับข่าวนี้ ยังไงก็เผื่อว่าจะยังมีใครที่พลาดไปก็ดูกันได้น่ะครับสำหรับข่าวของการออกมาอธิบายซากประหลาดคล้ายเอเลี่ยนของนักวิทยาศาสตร์ว่าเป็นเป็นซากมนุษย์ ตามที่มีข่าวลงในเว็บ mthai จึงขอนำมาเผยแพร่ให้ทุกท่านได้อ่านกันอีก เป็นเวลานานกว่า 10 ปี ที่มีการถกเถียงกันว่า โครงกระดูกความยาวเพียง 6 นิ้ว ที่ถูกพบในทะเลทรายประเทศชิลีเมื่อปี 2003 มีลักษณะประหลาด หัวโตคล้ายกับเอเลี่ยนหรือมนุษย์ต่างดาวนั้น แท้จริงแล้วเป็นสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก หรือว่า เป็นเพียงซากของเด็กทารกกันแน่

ล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Stanford ของสหรัฐ เผยผลการตรวจพบว่า เป็นเพียงโครงกระดูกมนุษย์

โดยก่อนหน้านี้ นักวิจัยได้ตั้งสมมติฐานว่า มันอาจจะเป็นซากของทารก ซากของลิงซิมแปนซี หรือแม้กระทั่งมนุษย์ต่างดาว โดยทีมนักวิจัยได้นำเอาชิ้นส่วนไปตรวจเพื่อเปรียบเทียบพันธุกรรม พบว่าเป็นซากทารกเพศชาย ที่มีโครงสร้างเป็นมนุษย์ ทั้งทางเดินอาหาร การหายใจ และกระบวนการขับถ่าย

อย่างไรก็ตาม ด้วยโครงสร้างที่มีขนาดเล็ก และแปลกประหลาด ทำให้หลายคนยังอดตั้งข้อสงสัยไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วเป็นซากของมนุษย์จริงหรือไม่







ที่มา http://news.mthai.com/world-news/232632.html

yengo หรือ buzzcity

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

พบกบประหลาด 9 ขา แม่ค้าปลาในอ่างทองฮือฮาเชื่อให้โชคลาภ

พบกบประหลาด 9 ขา แม่ค้าปลาในอ่างทองฮือฮาเชื่อให้โชคลาภ



(9พ.ค.56) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า พบกบประหลาดมีขามากถึง 9 ขา ในตลาดสดสุวพันธุ์ (พระพรหมใน) ต.ตลาดหลวง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบ พบว่าที่แผงขายปลาป้าเปี่ยม ในตลาดสดสุวพันธุ์ มีบรรดาแม่ค้า รวมทั้งประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อข้าวของจำนวนมาก พากันมุงดู กบเพศเมีย ขนาดใหญ่หนักประมาณ 200 กรัม แต่มีลักษณะประหลาดไม่เหมือนกบทั่วไป คือมีขามากถึง 9 ขา จากการตรวจดูอย่างใกล้ชิด พบว่านอกจากขาหน้าและขาหลัง 4 ขาแล้ว ที่บริเวณท้องยังมีขางอกออกมาเป็นพุ่มอีก 5 ขา รวมเป็น 9 ขา และยังมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ที่พบเห็น บางคนลงทุนขอซื้อเพื่อจะนำไปเลี้ยง แต่เจ้าของกบไม่ยอมขาย

น.ส.มะปรางค์ ดวงประทีป อายุ 45 ปี เจ้าของแผงปลาป้าเปี่ยม เจ้าของกบประหลาด เปิดเผยว่า ตนเองซึ่งประกอบอาชีพขายปลาสดและกบมาประมาณ 30 ปี โดยประกอบอาชีพนี้มาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ ไม่เคยพบเห็นกบประหลาดแบบนี้มาก่อน สำหรับกบตัวนี้เมื่อช่วงเช้าเจ้าของฟาร์มเลี้ยงกบนำมาส่งให้จำนวน 60 กิโลกรัม ตนจึงจับขังไว้เพื่อขายให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อไว้ จนกระทั่งมาสังเกตเห็นกบตัวนี้มีลักษณะประหลาด คือ มีขางอกออกมาจากท้องอีกรวมเป็น 9 ขา จึงจับแยกออกมาขังไว้ในถังต่างหาก แต่พอข่าวแพร่สะพัดออกไปมีคนมาขอดูมากมาย บางคนถูกใจมากถึงกับขอซื้อ โดยให้ น.ส.มะปรางค์ผู้เป็นเจ้าของกบ เรียกราคาได้ตามใจชอบ แต่ น.ส.มะปรางค์บอกว่า ไม่ขายเพราะตั้งใจจะนำไปเลี้ยงไว้ที่บ้าน โดยเชื่อว่ากบตัวนี้อาจจะนำโชคลาภมาให้ก็ได้

ที่มา : news.springnewstv

yengo หรือ buzzcity

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ฮือฮาตะพาบน้ำสีทองชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ด

ฮือฮาตะพาบน้ำสีทองชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ด



(14 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก ดร.เฉลิมพล ชุมสาย ณ อยุธยา นายกเทศบาลเมืองลาดสวาย จ.ปทุมธานี ว่า มีชาวบ้านยกยอได้ตะพาบน้ำซึ่งผิดปกติจากตะพาบทั่วไป โดยมีสีทองทั้งตัว สวยงามมาก หลังจากได้รับแจ้งผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านเลขที่12/14 หมู่ที่ 1 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา ซึ่งเป็นบ้านของนางลำภู ราดบุญศึก อายุ 53 ปี เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงพบชาวบ้านจำนวนหลายสิบคน ได้มาดูตะพาบสีทองตัวดังกล่าว บ้างก็จุดธูปจุดเทียนกราบไหว้ อธิษฐานขอในสิ่งดีๆ และบางคนก็ได้เพ่งสังเกตไปยังตัวตะพาบเพื่อหาเลขเด็ด ตามความเชื่อ ในส่วนของพ่อค้าแม่ค้าขายล็อตเตอรี่ก็ได้นำล็อตเตอรี่มาขาย ซึ่งถ้ามีเลขตรงกันกับที่เห็นและตีเป็นเลขออกมา ก็จะซื้อกันจนหมด และตลอดทั้งวัน วันนี้ชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเมื่อทราบข่าวก็จะเดินทางมาที่บ้านของนางลำภูฯ เพื่อมาดูและมาขอเลขเพื่อเอาไปเสี่ยงดวง



นางลำภู เปิดเผยว่า ตะพาบตัวนี้ได้มาเมื่อวันพืชมงคล ลูกชายของตนเอง คือนายกิตติ ตนตรีเจริญ อายุ 33 ปี ได้ไปยกยอที่คลองหน้าบ้าน ในครั้งแรกที่ยกติดขึ้นมาลูกชายคิดว่าเป็นใบไม้ แต่เมื่อสังเกตดุพบว่า เป็นตะพาบน้ำแต่สีจะเป็นสีทองซึ่งจะไม่เหมือนกับตะพาบน้ำทั่งไป ที่มีตัวเป็นสีดำ หลังจากที่ลูกชายพบว่าเป็นตะพาบและมีสีที่เป็นทอง ก็ได้ตะโกนเรียกให้มาดูแล้วหลังจากนั้นตนเองก็นำมาขังไว้ ส่วนขนาดของตะพาบนั้นยังเป็นตะพาบขนาดเล็กประมาณอายุไม่เกิน 1 ปี วัดความกว้างได้ประมาณ 5 นิ้ว ความยาวเมื่อยืดคอออกวัดได้ประมาณ 10 นิ้ว และเมื่อข่าวนี้ได้แพร่ออกไปไม่นาน ก็มีผู้ที่ติดต่อขาขอซื้อโดยให้ราคาสูงพอสมควรแต่ก็ได้ปฏิเสธไป โดยจะเลี้ยงเอาไว้ก่อน เพราะว่าตะพาบที่มีสีทองนั้นตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน และจากการสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ เขาก็บอกว่าไม่เคยเห็น อย่างที่พอมีบ้างก็จะออกเป็นสีขาวเผือก แต่ก้ไม่เผือกทั้งตัว วึ่งผิดกับตะพาบน้ำตัวนี้ ที่มีสีเป็นทองทั้งตัว และมีลูกตาสีแดงซึ่งก็เป็นเรื่องที่แปลกพอสมควร..



ที่มา : เดลินิวส์

yengo หรือ buzzcity

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

แปลกแหวกแนว! เอาโดเรมอนจัดแต่งหน้าศพ

แปลกแหวกแนว! เอาโดเรมอนจัดแต่งหน้าศพ



เมื่อ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดยาง ต.คลองกระแชง อ.เมือง จ.เพชรบุรี หลังทราบว่ามีงานศพแปลกตาใช้ตุ๊กตาโดราเอมอนมาจัดประดับตกแต่งร่วมกับดอกไม้สีฟ้าขาว สร้างความแปลกตาให้ผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก พบว่าที่ศาลาตั้งศพของนางพนิชยา เมธาไมตรี อายุ 49 ปี ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง หน้าศพพบดอกไม้ประดับหน้าศพมีทั้งสีฟ้าขาว และที่แปลกตาคือ ตุ๊กตาโดราเอมอน ที่ญาติๆ และบุตรสาวของผู้เสียชีวิตนำมาตกแต่งอย่างสวยหรู

นางสรัญญา เมธาไมตรี อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 ม.6 ถ.บันไดอิฐ ซ.6 ต.บ้านหม้อ จ.เพชรบุรี น้องสาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า พี่สาวเป็นคนที่ชอบสีฟ้าขาวและชอบตุ๊กตาโดราเอมอนมาก ตุ๊กตาดังกล่าวจะมีสีฟ้าและสีขาวที่ชอบอยู่แล้ว จึงเริ่มสะสมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นของใช้ตั้งแต่ผ้าปูที่นอน หมอน ชุดนอน ตุ๊กตา นาฬิกาปลุก ขวดใส่น้ำ และของใช้อื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีสัญลักษณ์ของโอราเอมอนติดอยู่ด้วยทุกชิ้น สะสมมาเกือบ 10 ปี จนกระทั่งพี่สาวมาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ตนและบุตรของพี่สาว รวมถึงญาติๆ จึงมีแนวคิดและเห็นว่าควรนำตุ๊กตาโอราเอมอนที่พี่สาวชื่นชอบและรักมาจัดประดับตกแต่งหน้าศพของพี่สาวเป็นครั้งสุดท้ายให้วัดจัดดอกไม้ออกแบบให้และก็ได้รูปแบบที่จัดออกมาสวยแปลกตาดี อีกทั้งต้องการให้แขกที่มาร่วมงานมีรอยยิ้มแทนความเศร้าโศกด้วย

นางสรัญญายังได้พาไปที่บ้านพี่สาวที่เสียชีวิตพบว่าเปิดเป็นร้านสปามีชื่อว่าโดเราสปามีการตกแต่งไว้อย่างน่ารักตั้งแต่ประตูทางเข้า ทั้งตู้จดหมาย ป้ายบ้านเลขที่ ซึ่งล้วนแต่มีสัญลักษณ์ของโดราเอมอนทั้งหมด และภายในบ้านตามตู้โชว์จะมีตุ๊กตา พวงกุญแจ นาฬิกาแขวน ขวดใส่น้ำ แม้กระทั่งอุปกรณ์ที่ใช้ทำสปาทั้งผ้าเช็ดตัว ตู้ และอีกหลายๆ อย่างภายในบ้านล้วนแล้วแต่มีรูปโดราเอมอนอยู่ทุกซอกทุกมุมของบ้านอันเป็นที่มาของชื่อร้านโดเรสปา

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์

yengo หรือ buzzcity

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

คนแห่ไหว้หลักกิโลเมตร "เลขเบิ้ล"

คนแห่ไหว้หลักกิโลเมตร "เลขเบิ้ล"



วันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณถนนสาย 218 บุรีรัมย์-นางรอง ก.ม.ที่ 22 บ.บุลาว ต.สะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ชาวบ้านและผู้สัญจรไปมาพากันนำสิ่งของ และน้ำแดงมาเซ่นไหว้หลักกิโลเมตรบอกระยะทาง โดยหลักกิโลเมตรดังกล่าว ระบุระยะห่างจาก อ.เมืองบุรีรัมย์ 22 ก.ม. ห่างจาก อ.พุทไธสง 88 ก.ม. ห่างจาก อ.นางรอง 33 ก.ม. และห่างจาก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา 103 ก.ม. เป็นเลขเบิ้ล ไม่เคยพบที่ไหน อีกทั้งมีชาวบ้านนำเลขดังกล่าวไปเสี่ยงโชคและถูกรางวัลมาแล้วหลายราย

ที่มา ข่าวสด

yengo หรือ buzzcity

มะละกอประหลาด แห่ขอหวยกันอลหม่าน

มะละกอประหลาด แห่ขอหวยกันอลหม่าน



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีต้นมะละกอรูปร่างคล้ายลิง หนุมาน ขึ้นอยู่ข้างบ้านของจายโหลง วัย 30 ปี ตั้งอยู่ทางเข้าหมู่บ้านหลักแต่ง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ชาวบ้านไทยใหญ่ ในหมู่บ้านต่างฮือฮา แห่กันมาดู พร้อมกราบไหว้บูชาขอเลขเด็ดกันมากมาย โดยจายโหลงเล่าว่า ก่อนพบต้นมะละกอคล้ายลิงที่ว่า ได้ฝันเห็น บ่อน้ำใกล้ต้นมะละกอ โดยในฝันเห็นชายแก่นุ่งชุดขาวมาบอกว่า ให้ทำความสะอาดบ้านไว้ให้ดี เพราะต่อจากนี้จะมีผู้คนมาเยี่ยมบ้านของตนเป็นจำนวนมาก พอตื่นขึ้นมามาดูข้างบ้าน เห็นต้นมะละกอซึ่งถูกฟันทิ้งเหลืออยู่ครึ่งต้น ระหว่างนั้นได้เห็นสิ่งผิดปกติที่กลางลำต้นมีกิ่งงอกออกมาและมีลักษณะรูปร่างคล้ายลิงหนุมานกำลังยืนอยู่บนต้นมะละกอ มีแขน ขา หู ตาครบ จึงไปบอกเพื่อนบ้าน เพื่อนบ้านพากันมาดูต่างฮือฮา พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กิ่งต้นมะละกอที่งอกออกมานั้นมีรูปร่างคล้ายลิงจริง และต่างบอกว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อน

โดยการพบเห็นต้นมะละกอแตกกิ่งคล้ายลิงที่ว่านี้มีขึ้นเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับช่วงปีใหม่ไทยใหญ่พอดี อย่างไรก็ตาม หลังจากข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป ได้มีชาวบ้านทั้งชาวไทยใหญ่ ไทย ลีซอ จีน ปะหล่อง ที่อยู่ในพื้นที่ต่างพากันมาดูต้นมะละกอที่ว่านี้จำนวนมาก บ้างนำธูปเทียนและของคาวหวานมาเซ่นไหว้ ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนต่างมาลูบถูตามลำต้นมะละกอเพื่อหวังหาเลขเด็ด โดยเมื่อในวันหวยออกงวดวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้ที่นำเหตุการณ์ไปตีเป็นเลขเด็ดตามตำราทำนายฝันของไทยใหญ่ด้วยเลข 529 , 013 , 593 และ 271 หลังจากเลขรางวัลที่ 1 ออกมาซึ่งได้แก่ 529524 ปรากฏว่าเลข 3 ตัวหน้าออกตรงๆ ทำให้มีโชคดีถูกกันเป็นจำนวนมาก



ชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยด้วยว่า ยังมีเหตุแปลกประหลาดเกิดขึ้นกับเจ้าของบ้านที่ต้นมะละกอตั้งอยู่อีกเรื่อง คือเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา พ่อแม่ของเจ้าของบ้านได้เสียชีวิตลงในเวลาที่ไล่เลี่ยกันซึ่งห่างกันเพียงสามวันโดยที่ผู้เป็นพ่อไม่ได้ป่วยเป็นโรคอะไร เรื่องนี้ยิ่งสร้างความประหลาดใจและทำให้ชาวบ้านต่างสนใจแห่มาดูต้นมะละกอที่ว่านี้อย่างไม่ขาดสาย โดยขณะนี้ได้มีการสร้างเรือนขนาดคล้ายศาลเจ้าคลุมต้นมะละกอไว้และทำที่วางของเซ่นไหว้สำหรับผู้มีความเชื่อในสิ่งอัศจรรย์ลี้ลับไปบูชากราบไหว้ด้วย.

ที่มา : เดลินิวส์

yengo หรือ buzzcity

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ไก่ไม่มีหัว มีชีวิตอยู่ได้

ไก่ไม่มีหัว มีชีวิตอยู่ได้



ไก่ไม่มีหัว มีชีวิตอยู่ได้นี้ เป็นเรื่องจริง เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 1945 ในเมืองฟรุตต้า รัฐโคโลราโด มีไก่หนุ่มอ้วนท้วนตัวหนึ่งถูกตัดหัวทิ้งไปและยังมีชีวิตรอดมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะขวานฟันไม่ถูกหลอดเลือดใหญ่ช่วงคอ และยังเหลือเนื้อเยื่อสมองที่เชื่อมต่อกับคอมากพอที่จะทำให้มันรอดชีวิต หรือกระทั่งเจริญเติบโตต่อไปได้

เจ้าไก่มหัศจรรย์ตัวนี้มีชื่อว่า "ไมค์" มันมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วสหรัฐอเมริกา และมันได้เดินทางไปโชว์ตัวทั่วประเทศ และได้ลงนิตยสารไทม์และไลฟ์อีกด้วย ลอยด์ โอลเซ่น ผู้เป็นเจ้าของเจ้าไมค์ ไก่ไม่มีหัวตัวนี้ ถือโอกาสเก็บค่าเข้าชม "ไมค์ ไก่มหัศจรรย์ไร้หัว" นี้ครั้งละ 25 เซนต์ ขณะที่เขาพามันตระเวนออกแสดงทั่วประเทศ

ถึงแม้การโชว์ตัวของไมค์จะดูสมบูรณ์แบบพร้อมกับหัวไก่ที่แห้งแล้ว แต่ในความเป็นจริงหัวที่ถูกตัดออกของไมค์ได้ถูกเจ้าแมวของโอลเซ่นจัดการไปเรียบร้อยแล้ว
ช่วงเวลาที่โด่งดังที่สุด ของเจ้าไมค์ มันทำเงินได้มากถึง 4,500 ดอลลาร์ต่อเดือน และมีมูลค่าถึง 10,000 ดอลลาร์เลยทีเดียว ด้วยความโงดังและมหัศจรรย์ของมัน ทำให้ผู้คนแห่กันเลียนแบบตัดหัวไก่ แต่ไม่มีไก่เคราะห์ร้ายรายไหนอยู่ได้มากกว่าหนึ่งหรือสองวันเลย
ไมค์ได้รับน้ำและอาหารผ่านทางที่หยอดตา หลังจากที่ไม่มีหัวนานถึง 2 ปี มันมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 3 กิโลกรัม และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปกับการใช้คอของตัวเองไซ้ขน และทำท่าจิกหาของกิน จนมีคนหนึ่งที่รู้จักไมค์ให้ความเห็นไว้อย่างเห็นภาพว่า “มันเป็นไก่อ้วนที่ไม่รู้ว่าตัวเองไม่มีหัว”
แต่แล้วในคืนวันหนึ่ง ก็เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นที่ห้องพักริมทางในเมืองฟีนิกซ์ รัฐอาริโซน่า เมื่อเจ้าไมค์เกิดอาการสำลัก ลอยด์ โอลเซ่นตกใจมากเพราะนึกขึ้นได้ว่าลืมที่หยอดตาทิ้งไว้เมื่อตอนแสดงโชว์วันก่อน เมื่อไม่สามารถนำที่หยอดตาออกมาได้ทัน ไมค์จึงขาดอากาศหายใจและตายในที่สุด (บางข้อมูลบอกว่าสำลักเมล็ดข้าวโพดตาย)
ทุกวันนี้รูปหล่อของไมค์ยังปรากฏให้เห็นอยู่ในรัฐโคโลราโด และนับตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา ทุกๆ เดือนพฤษภาคม เมืองฟรุตต้าจำจัดงานรำลึกให้กับวัน "ไมค์ ไก่ผู้ไร้หัว"
ข้อมูลเพิ่มเติม : กล่าวกันว่า สาเหตุที่ไมค์ถูกตัดหัว เพราะเจ้าของต้องการฆ่าเพื่อนำไปทำอาหารในวันขอบคุณพระเจ้า แต่เมื่อหัวถูกตัดกระเด็นออกไปแล้ว ตัวของไมค์กลับวิ่งหนีหายไปหาไม่เจอ เจ้าของจึงต้องนำไก่ตัวอื่นมาฆ่าไปทำอาหารแทน และเช้าวันต่อมาเขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นไก่ที่ถูกตัดหัวออกแล้ว ยังเดินคุ้ยเขี่ยหากินอยู่บริเวณบ้านพร้อมกับไก่ตัวอื่นๆ โดยใช้คอกุดๆ ของมันพยายามทำท่าจิกกินอาหาร


ที่มาข้อมูล : หนังสือลบเหลี่ยมไอน์สไตน์

yengo หรือ buzzcity

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สาวรอดตายจากมะเร็งหมุนขาได้ 180 องศา

สาวรอดตายจากมะเร็งหมุนขาได้ 180 องศา



เมื่อเราผ่านพ้นปัญหาบางอย่างไปได้ มันก็จะทำให้คนเราแข็งแกร่งขึ้น และ เจน โอเชีย สาวสวยคนหนึ่งก็คือตัวอย่างสำหรับเรื่องนั้น เมื่อเธอได้พรสวรรค์ส่วนตัวหลังจากเอาชนะโรคมะเร็งมาได้ และนั่นก็คือการสามารถหมุนขาข้างขวาของเธอได้ถึง 180 องศา!

วัยรุ่นสาวคนสวยเคยถูกตรวจพบว่า เป็นโรค "อีวิ่งส์ ซาร์โคม่า" อันเป็นโรคมะเร็งกระดูกชนิดหนึ่ง โดยนี่เป็นโรคร้ายที่อาจทำให้คนที่ป่วยถึงขั้นเสียชีวิต และยังทำให้เธอเดินไม่ได้ด้วย ซึ่งท้ายที่สุดเธอก็ตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดเพื่อเอากระดูกเชิงกรานออก ในปี 2011

ทั้งนี้ การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และอีก 2 ปีต่อมา โอเชีย ก็สามารถเดินเหินได้อีกครั้ง หลังเธอต้องทำกายภาพบำบัดอย่างหนัก และการที่ขาข้างขวาของเธอไม่มีข้อต่ออีกแล้วทำให้เธอมีความสามารถพิเศษ ที่สามารถหมุนขาเป็นเส้นตรง 180 องศาได้โดยที่ไม่มีอาการปวดเลยแม้แต่นิดเดียว

ถึงแม้หลายฝ่ายอาจจะรู้สึกอายจากเรื่องนี้ แต่ โอเชีย กลับภาคภูมิใจกับมันสุดๆ จนอัดคลิประหว่างหมุนขา 180 องศา แล้วเอามาโพสต์ลงบน "ยูทูบ" เว็บไซต์ดูคลิปวิดีโอยอดนิยมเลยทีเดียว

ที่มา : สยามดารา

yengo หรือ buzzcity

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

มนุษย์กองไฟ? แปลกแต่จริง ยายวัย 81 กินนอนอยู่กับเพลิงที่ลุกโชน!

มนุษย์กองไฟ? แปลกแต่จริง ยายวัย 81 กินนอนอยู่กับเพลิงที่ลุกโชน!

ผู้สื่อข่าวจังหวัดอำนาจเจริญรายงานว่า พบคนที่มีพฤติกรรมแปลกๆ คนหนึ่ง ชื่อ ยายด้วง หงส์สา อายุ 81 ปี แกกินนอนไม่ยอมห่างจากกองไฟที่มีเพลิงร้อน ๆ มากว่า 30 ปีแล้ว

ถ้าหากว่าไม่มีใครใส่ฟืนหรือกิ่งไม้ให้จะเครียดและหงุดหงิด โมโหง่าย แถมจะคันตามตัวและมีผื่น

ไม่ว่าจะร้อน ฝน หนาว แกจะนอนติดกองไฟตลอด 24 ชั่วโมง !

ทำให้ ลูกสาว ลูกเขย ต้องคอยหากิ่งไม้ ฟืน สุมไฟให้ร้อนตลอดวัน และกองไฟจะต้องอยู่ติดชิดใกล้ตัว สามารถใช้มือยื่นไปอังไฟได้ตลอดเวลา แบบไฟสามารถลามเลียผิวหนัง ชนิดที่คนปกติเข้าใกล้ไม่ได้เพราะจะรู้สึกว่าร้อนมาก

ยายด้วงเคยพลาด โดนไฟไหม้ผ้าห่มในช่วงฤดูหนาว จนผ้าลุกเป็นไฟลวกตามตัว แม้อยู่ในช่วงรักษาแผล แกก็ยังคงนอนอยู่กับกองไฟต่อไป

หากวันไหนลูกไม่อยู่บ้านแล้วเกิดไฟมอด ยายด้วงจะร้องให้ชาวบ้านที่ผ่านไปมาเติมฟืนให้

เด็กๆ ละแวกนั้นจะคุ้นกับการช่วยยายด้วงเติมไฟ เติมฟืน เมื่อกลับจากโรงเรียนจะหาเศษไม้เศษฟืนมาฝากเป็นประจำ

นายสุกันต์ ทะนง บุตรเขย และ นางจงจิตร ทะนง ภรรยา บอกว่า ยายมีชีวิตอยู่กับไฟตลอด ถ้าไม่สุมไฟให้จะเครียด โมโห บ่น เคยพาไปหาหมอเพื่อปรึกษา แต่เมื่อกลับมาบ้านแกก็ดำรงชีวิตเหมือนเดิม เลยต้องปล่อยเลยตามเลย ชาวบ้านก็เข้าใจดี คอยเป็นหูเป็นตาให้ ช่วยดูแลยายตลอด

ด้านนายรามเกียรติ์ เคนท้าว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านศรีคูณ ม.7 ตำบลจานลาน อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า เห็นยายอยู่กับกองไฟมานานกว่าสามสิบปี เห็นว่าแปลกดี แต่ก็เข้าใจ คอยดูแลช่วยเหลือกันตลอด ชินแล้วเพราะเห็นตั้งแต่เด็ก แต่ก็แปลกดี ถ้าไม่มีไฟลุกหรือไฟมอด ยายจะร้องเรียกเสียงดัง จนชาวบ้านที่ผ่านมาต้องสุมไฟให้

จะมีสักกี่คนที่สามารถนอนใกล้กองไฟที่ลุกโชนได้อย่างมีความสุขทุกช่วงฤดูและยิ่งสุขมากขึ้นถ้าไฟลุกมากๆแล้วยื่นมือออกไปอังใกล้ๆ กับเปลวไฟ และถ้าไม่ได้ใกล้ไฟจะเครียด ไม่มีความสุข ปวดเมื่อย มีผื่นขึ้นคันตามตัว

yengo หรือ buzzcity

วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สาวประสาทหลอนจับลูกสาวสองคนกิน

สาวประสาทหลอนจับลูกสาวสองคนกิน



สลด แม่ประสาทหลอน คิดว่าลูกสาว 2 คน วัย 1 ขวบ กับ 5 ขวบ เป็นหมูที่เลี้ยงไว้ จับขึ้นเขียงฆ่าหั่นศพ ควักตับไตไส้พุงต้มแซบเป็นเมนูสุดสยอง

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. พ.ต.อ.สุรชัย ศุภยศอมร ผกก.สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ได้เข้ารายงานความคืบหน้าเหตุอุจฉกรรจ์สะเทือนขวัญ กรณีหญิงสาวฆ่าลูกวัย 1 ขวบ และ 5 ขวบ แล้วนำชิ้นส่วนอวัยวะไปประกอบอาหาร กับพล.ต.ต.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ทราบ จากนั้นทางพล.ต.ต.สมศักดิ์ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีนี้ สอบปากคำพยาน และรวบรวมหลักฐานทั้งหมดอย่างรัดกุม เพื่อดำเนินการทางสำนวน ก่อนส่งให้ทางพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการต่อไป

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกลางดึกวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่าน มาร.ต.อ.สัมพันธ์ โยธิน ร้อยเวร สภ.แม่อาย ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน เกิดเหตุหญิงสาวฆ่าหั่นศพลูกสาว 2 คน วัย 5 ขวบ และ 1 ขวบ 6 เดือน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 338 หมู่ 10 บ้านป่าแดง ต.บ้านหลวง อ.แม่อาย ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่ามูเซอ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วเดินทางไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แพทย์โรงพยาบาลแม่อาย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่อาย

ที่เกิดเหตุพบภาพอันน่าสยดสยอง เมื่อพบ น.ส.นาไหม จะกู่ อายุ 26 ปี ชาวชนเผ่ามูเซอ กำลังนอนหลับ ข้างกายมีกองซากศพเด็ก 2 คน มีชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กระจัดกระจายเกลื่อน เลือดสีแดงฉานไหลนองพื้นไปทั่ว ส่วนศีรษะของเด็กทั้ง 2 คน ถูกแขวนไว้ใกล้กับกองศพ นอกจากนี้พบมีดดาบยาวกว่า 1 เมตร เปื้อนเลือด 3 เล่มวางไว้บนเขียง ตรวจสอบภายในห้องครัวพบหม้อต้มเครื่องในที่สุกแล้ว 1 ใบ คาดว่าจะเป็นเครื่องในหรืออวัยวะของเด็กทั้งสองคน เบื้องต้นจากการตรวจสอบซากชิ้นส่วนมนุษย์พบว่า เป็นของลูกสาว อายุ 5 ขวบ อายุ 1 ขวบ 6 เดือน ส่วนเครื่องในที่อยู่ภายในหม้อต้มที่ถูกปรุงเป็นต้มแซ่บก็เป็นของเด็กผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบทั้งหมด ก่อนควบคุมตัวน.ส.นาไหมไปสอบสวน

พ.ต.อ.สุรชัย เปิดเผยว่า คดีนี้เบื้องต้นได้เชิญทนายความมาร่วมสอบปากคำแล้ว ทราบว่า น.ส.นาไหม เป็นคนวิกลจริต เพราะจากการตรวจสอบประวัติทางการแพทย์พบว่า เมื่อปี 50 ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสวนปรุง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับการรักษา โดยแพทย์ได้ให้ยาระงับอาการทางประสาทไปรับประทานที่บ้าน ส่วนสามีรับจ้างเก็บลำใยที่ จ.ลำพูน จนกระทั่งยาหมดน.ส.นาไหมไม่ได้รับประทานยาประมาณ 1-2 เดือน และไม่ยอมไปพบแพทย์ เนื่องจากคิดว่าตัวเองหายดีแล้ว และช่วงวันเกิดเหตุสามีได้ออกไปทำงานที่ต่างจังหวัด จนมาเกิดเหตุสุดสลดดังกล่าวขึ้น

พ.ต.อ.สุรชัย กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าน.ส.นาไหม ได้ใช้มีดสำหรับฟันกิ่งไม้ขนาดใหญ่ 3 เล่ม หั่นร่างลูกน้อยทั้ง 2 คน ตอนกลางดึก โดยหั่นร่างออกเป็นชิ้นๆ ส่วนศีรษะถูกมีดสับจนเละ และแขวนไว้ อวัยวะส่วนอื่นๆ ก็ถูกสับเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นอกจากนี้ยังชำแหละเอาเครื่องในของลูกไปต้มทำเป็นต้มแซ่บอีกด้วย ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวน.ส.นาไหมไปตรวจหาสารเสพติดก็ไม่พบ อย่างไรก็ตาม ได้รับการยืนยันจากแพทย์โรงพยาบาลฝางที่เป็นเจ้าของไข้น.ส.นาไหม ยืนยันว่าผู้ป่วยทางจิตรายนี้มักมีอาการหลอนและหูแว่วกลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย จึงสันนิษฐานว่า น.ส.นาไหม คิดว่าลูกทั้งสองคนเป็นหมูที่เลี้ยงไว้หลังบ้าน เลยนำมาชำแหละเพื่อทำอาหารรับประทาน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา" ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" และได้ทำเรื่องส่งตัวไปตรวจสภาพจิตที่โรงพยาบาลสวนปรุง เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าเป็นผุ้มีอาการทางจิตจริงหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

ที่มา เดลินิวส์

yengo หรือ buzzcity

วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เด็ก 10 ขวบ ตายแล้วฟื้น

เด็ก 10 ขวบ ตายแล้วฟื้น

เด็กสิบขวบร่างกายตายแล้ว ร่างกายมีอาการเน่า แต่ฟื้นกลับมีชีวิต ตอนหลับไปเที่ยวที่ต่างๆ เจอญาติผู้ใหญ่พากลับบ้าน เรื่องนี้ฟังแล้วอึ้ง

ดูคลิปได้ด้านล่างครับ


yengo หรือ buzzcity

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เด็กทารกอียิปต์ หน้าตาประหลาด

เด็กทารกอียิปต์ หน้าตาประหลาด



มีการเผยแพร่คลิปวีดิโอทารกประหลาดเพศชายรายหนึ่งชาวอียิปต์ เกิดมารูปร่างหน้าตาประลหาด มีจมูกคล้ายงวงช้างสั้น ตาขนาดใหญ่โปนออกมา ไม่มีปาก ไม่มีคิ้ว ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ที่พบเห็น โดยเฉพาะผิวที่เหี่ยวย่น แห้ง เหมือนกับเด็กดักแด้ มองเผินๆเหมือนไม่ใช่มนุษย์ แต่ทว่าทารกชาวอียิปต์รายนี้กลับมี แขนขาครบถ้วนเหมือนเด็กทั่วไป และเพิ่งคลอดได้ไม่นาน สังเกตได้จากสายสะดือ และเลือดที่เปรอะเปื้อนตามร่างกาย

คลิปวิดีโอดังกล่าวก็ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่า เกิดอะไรขึ้นกับเด็กรายนี้ และจะมีชีวิตอยู่รอดหรือไม่ โดยคนส่วนใหญ่ต่างแสดงความเห็นว่ารู้สึกสะเทือนใจกับภาพที่เห็น คาดว่าเกิดจากพัฒนาการที่ผิดปกติของทารกในครรภ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเสียชีวิตตั้งแต่ในครรภ์ หรือมักจะเสียชีวิตหลังจากคลอดได้ไม่กี่ชั่วโมง

ที่มา : http://news.bugaboo.tv/

yengo หรือ buzzcity

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ชาวลำปางฮือฮา จอมปลวกคล้ายพระพุทธรูป และ เจ้าแม่กวนอิม

ชาวลำปางฮือฮา จอมปลวกคล้ายพระพุทธรูป และ เจ้าแม่กวนอิม



เมื่อชาวลำปางฮือฮา จอมปลวกคล้ายพระพุทธรูป และ เจ้าแม่กวนอิม บรรดาเซียนหวยไม่พลาดที่จะขอเลขเด็ดจอมปลวกคล้ายพระพุทธรูป หวังเสี่ยงโชคก่อนวันหวยออกนี้

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา ณ บ้านเลขที่ 115 ม.8 บ้านร่องเห็ด ต.บ้านแหง อ.งาว จ.ลำปาง ซึ่งเป็นบ้านของ นายพิจิตร บำเพ็ญ อายุ 65 ปี มีชาวบ้านใกล้เคียงจำนวนมาก ต่างแห่กันมาดูและนำธูปเทียนมาจุดกราบไหว้ บริเวณใต้ถุนบ้าน ซึ่งได้มีจอมปลวก ขนาดเล็ก 2 กอง โผล่ขึ้นมาจากดิน โดยทั้ง 2 กอง มีความสูงประมาณ 10 นิ้ว กองแรกมีรูปร่างลักษณะคล้ายพระพุทธรูปนั่งสมาธิ ฐานกว้างประมาณ 5 นิ้ว ส่วนอีกหนึ่งกอง รูปร่างลักษณะคล้ายเจ้าแม่กวนอิมโบกพระหัตถ์ ฐานกว้างประมาณ 3 นิ้ว

ทั้งนี้ นายพิจิตร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ฝันว่า มีแสงสีเขียวลอยอยู่บนบ้าน และนอกจากนั้นเด็กข้างบ้านก็เห็นเป็นแสงอยู่บนบ้านเช่นกัน จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มาเพื่อให้โชคลาภกับครอบครัว โดยบริเวณดังกล่าว ทางครอบครัวจะไม่เปลี่ยนแปลงใด ๆ จะเก็บไว้ในลักษณะเดิม แต่ได้ทำไม้กั้นไว้ เพื่อไม่ให้ใครเข้าไปใกล้ เพราะเกรงจะถูกทำลาย แต่ยังเปิดโอกาสให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวได้มาสักการะกราบไหว้ต่อไป

ที่มา : horoworld

yengo หรือ buzzcity

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ขอหวยกลองโบราณ อายุกว่า 700 ปี

ขอหวยกลองโบราณ อายุกว่า 700 ปี



ชาวเชียงแสนฮือฮา กลองโบราณ อายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ขณะปรับที่ดินบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง ด้านชาวบ้านและเซียนหวยที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาขอหวยกลองโบราณ หวังได้เลขเด็ดไปเสี่ยงก่อนหวยออก 16 มิ.ย 56 นี้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. นายเสกสรรค์ เชื้อเมืองพาน ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน อ.เชียง ได้นำรถแบ็กโฮมาขุดปรับที่ดินบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง ใกล้วัดเชียงน้อย เขตเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน โดยขุดลึกประมาณ 3 เมตร จนพบวัตถุดังกล่าวถูกฝังอยู่จึงนำขึ้นมาล้างดูพบว่าเป็นโลหะสำริดและคาดว่าเป็นวัตถุโบราณที่สำคัญ

เบื้องต้นคาดว่าวัตถุดังกล่าวน่าจะเป็นชิ้นส่วนลำตัวกลองโบราณ อาจจะเป็นกลองศึก หรือกลองระทึก มีลักษณะทรงกลม ขนาดกว้าง 43 ซม. สูง 39 ซม. หล่อด้วยโลหะสำริด ด้านหนึ่งมีห่วงกลม 2 ห่วง อีกด้านหนึ่งมีร่องรอยว่าเคยมีห่วงแต่ชำรุดหักหายไป ขอบทั้งสองด้านมีรอยเจาะทะลุเป็นวงกลมหลายรอยต่อกันเพื่อประโยชน์ในการขึงหน้ากลองให้ตึง และยังคงไม่สามารถระบุได้ว่าอยู่ในสมัยใดเพราะไม่พบลวดลายหรือตัวหนังสือติดมาเลยจึงไม่สามารถจะระบุได้ชัดเจน แต่เป็นของสมัยโบราณแน่นอนเบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ในสมัยล้านนาตอนต้นหรือสมัยพระเจ้าแสนภู อายุไม่ต่ำกว่า 700 ปี

อย่างไรก็ตามจะได้ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบดูอีกที และผู้ที่นำมามอบให้รวมถึงประชาชนทั่วไปสามารถขอเข้าชมและศึกษาได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน ในเวลาทำการ.

ที่มา : horoworld

yengo หรือ buzzcity

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

แห่ขอหวยมะม่วงพญานาค ขอเลขเด็ดมะม่วงพญานาค

แห่ขอหวยมะม่วงพญานาค ขอเลขเด็ดมะม่วงพญานาค



งวดนี้ขอนำเสนอ มะม่วงพญานาค ที่ จ.อ่างทอง หลังมะม่วงประหลาดต้นนี้ออกดอกคล้ายหงอนพญานาค ด้านชาวบ้านแห่มามุ่งดูพร้อมขอหวยมะม่วงพญานาคกันคึกคัก วันนี้ Horoworldขอนำ ข่าวเลขเด็ด มะม่วงพญานค มาฝากเพื่อนๆที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชคกันค่ะ

พบ มะม่วงพญานาค ที่บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 2 ต.อินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง จึงรีบไปตรวจสอบ พบต้นมะม่วงสูงใหญ่กำลังออกดอก มีลูกเล็ก ๆ ติดเต็มต้น สิ่งที่แปลกก็คือก้านช่อดอกขนาดใหญ่ยาว เหมือนหัวพญานาค เหล่าชาวบ้านต่างจุดธูปเทียนบูชา เพราะไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน

นายสมพงษ์ สุขประเสริฐ อายุ 53 ปี เจ้าของสวนมะม่วง เล่าให้ฟังว่า มะม่วงที่เห็นปลูกมาได้ 15 ปี โดยทุกปีก็ออกลูกตามปกติ แต่มาปีนี้เกิดมีก้านช่อดอกงอกยาวประมาณ 50 เซนติเมตร แถมยังมีช่อย่อยอีก 3 ช่อ ลักษณะแบนและหยักเหมือนหัวพญานาค เลยทำให้หลายคนบอกว่าเป็น พันธุ์พญานาค ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ แต่เป็นมะม่วง พันธุ์ ทวายเบอร์ 4 เพียงแต่ออกดอกประหลาดเท่านั้นเอง

ที่มา : เดลินิวส์

yengo หรือ buzzcity

วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ชาวบ้าน หลับฝันเห็นเจ้าแม่ตะเคียน ตื่นมาพาร่างทรงไปงม พบไม้ตะเคียนยาว 9 ม.

ชาวบ้าน หลับฝันเห็นเจ้าแม่ตะเคียน ตื่นมาพาร่างทรงไปงม พบไม้ตะเคียนยาว 9 ม.


26 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านอาสอน หมู่ 10 ต.ณรงค์ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ นายปรีชา นานวล อายุ 36 ปี ชาวบ้านอาลอง ได้นอนหลับและฝันเห็นเจ้าแม่ตะเคียนทอง มาเข้าฝันว่า ขอให้ช่วยนำจากลำห้วยเสน ด้วยเพราะทนทุกข์ทรมานจมน้ำ อยู่นานหลายสิบปี หลังจากฝันแล้วนายปรีชา ได้นำความฝันไปแจ้งให้ญาติและเพื่อบ้านได้ทราบ และนำร่างทรง มาเข้าทรงเพื่อออกหาเจ้าแม่ตะเคียนทองที่ลำห้วยเสน ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 700 เมตร

เมื่อ ร่างทรง มาเข้าทรง แล้วก็พากันไปชี้จุด ที่เจ้าแม่ตะเคียนทอง จมน้ำอยู่ที่ลำห้วยเสน จากนั้น ชาวบ้าน ได้ช่วยกันนำเครื่องเซ่นไหว้ ไปบอกกล่าวเจ้าแม่ตะเคียนทอง และขออนุญาต นำไม้ตะเคียนทองขึ้นมาจากน้ำลำห้วยเสน มาไว้ที่ศาลปู่ตา ของหมู่บ้าน ใกล้กับหนองน้ำอาลองอยู่ติดกับหมู่บ้าน


ขณะเดียวกันก็ได้นำไม้ตะเคียนทอง เป็นตอไม้ อีก 2 ตอ และลำต้นตะเคียนทองขนาดเล็ก อีก สองท่อน เมื่อนำขึ้นจากน้ำแล้วก็ได้นำมาวางเรียงกันไว้ใกล้ศาลปู่ตา เพื่อให้ชาวบ้านได้ดูความแปลกประหลาดของไม้ตะเคียนทอง ท่อนยาว 9 เมตร 14 เช็นติเมตร โดยส่วนโคนหรือตอของไม้ มีลักษณะคล้ายหัวพญานาค ตามบันไดวัด หรือตามบันไดโบสถ์ 

นอกจากนั้นยังได้ตั้งชื่อไม้ตะเคียนทองท่อนยาว ว่า แม่รัศมี ส่วนตอไม้อีก 2 ตอ ชื่อว่า แม่พวงทอง แม่สาลิกา และท่อนไม้ตะเคียนทอง 2 ท่อน เป็น กุมารทอง และ กุมารเงิน

นาย เคียน บุญตัว ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่าจะมีพิธีเซ่นไหว้ ปรับทิศทางการวางไม้ตะเคียนใหม่ในวันพุธ อาทิตย์หน้าและจะมีร่างทรง มาประกอบพิธีให้ ซึ่งเป็นการดำเนินการประกอบพิธีตามความเชื่อชาวบ้าน 



ที่มา : ข่าวสด

yengo หรือ buzzcity