วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

มะละกอประหลาดออกผลเหมือนกล้วยหอม

มะละกอประหลาดออกผลเหมือนกล้วยหอม


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก พ.จ.อ.ณัทภวัต เฉยเจริญ ผู้ประกาศสถานีวิทยุกระจายเสียงจากทหารเรือตราด ซึ่งมีภรรยาเป็นพยาบาลของ รพ.เขาสมิง อ.เขาสมิง แจ้งว่า พบว่ต้นมะละกอไม่ทราบพันธุ์สูงประมาณ 2.5 เมตร ออกผลสีเหลืองนวลทั้งที่กำลังเติบโต และกำลังติดผล และมีอยู่ 1 ลูกที่กำลังโตมีลักษณะสีเหลือง ผลใหญ่ และที่สำคัญมีลักษณะคล้ายกล้วยหอมมาก จึงรุดไปตรวจสอบ พบต้นมะละกอดังกล่าวปลูกไว้ที่หน้าบ้านพักของเจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลเขาสมิง อ.เขาสมิง จ.ตราด ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 ต้น และมีอยู่ต้นหนึ่งที่มีผลออกมาทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และกำลังติดผลอีกรวมแล้วเกือบ 10 ลูก แต่มีมะละกออยู่ 1 ลูกที่มีผลใหญ่วัดความยาวกว่า 1 ฟุต และมีเส้นรอบวงประมาณ 25 ซม. ผลมีสีเหลืองนวล และที่สำคัญลักษณะของลูกมะละกอ มีลักษณะงอ คล้ายกล้วยหอมมาก จากการสังเกตของผู้สื่อข่าวพบว่า ผลมะละกอลูกอื่น ๆ ที่กำลังติดผลก็ไม่มีลักษณะเหมือนกับลูกนี้แต่อย่างใด นั่นคือทุกลูกที่ติดผลออกมามีลักษณะตรงเหมือนมะละกอทั่วไป

ภรรยาของ พ.จ.อ.ณัทภวัต กล่าวว่า เห็นมาหลายวันและ เดินผ่านทุกวันแต่ไม่ได้สังเกตว่ามะละกอลูกดังกล่าวเหมือนกล้วยหอม แต่ที่เห็นครั้งแรกแล้วมองว่าลักษณะของมะละกอลูกนี้เหมือนพระจันทร์เสี้ยว แต่ไม่ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษมากนัก ได้แต่เดินผ่านไปมาทุกวันเท่านั้น

ด้านพ.จ.อ.ณัทภวัต กล่าวว่า มะละกอพันธุ์นี้ไม่ทราบว่าชื่ออะไร แต่ตนเคยได้รับประทาน รสชาดจะหวานอร่อย เหมือนมะละกอพันธุ์แขกดำ แต่อร่อยไม่เท่า ปกติมะละกอต้นนี้ออกผลมาเหมือนมะละกอปกติมีสีเหลืองนวล แต่ไม่เคยเห็นว่าจะมีลักษณะคล้ายกล้วยหอมเหมือนครั้งนี้ จึงนับว่าแปลกมาก ซึ่งจะรอให้มะละกอลูกนี้สุกและจะนำพันธุ์ไปปลูกบ้าง

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

yengo หรือ buzzcity

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ตื่นดูเด็กแฝดไร้หัว

ตื่นดูเด็กแฝดไร้หัว


เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ชาวบ้านใน ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรม ราช พากันแตกตื่นแห่ไปดูศพเด็กทารกแรกเกิดมีสภาพแปลกประหลาด

คือไม่มีศีรษะ ไม่มีแขน ญาตินำมาใส่ในตู้กระจกเลี้ยงปลา ทราบว่าอยู่ที่บ้านเลขที่ 132 หมู่ 5 ต.ควนพัง จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบศพทารกเพศหญิงอยู่ในลักษณะท่านั่ง ไม่มีศีรษะ ไม่มีแขน มีเฉพาะลำตัวและขา 2 ข้าง น้ำหนัก 1.2 กิโลกรัม นอกจากนี้เท้าทั้ง 2 ข้างมีนิ้วเพียงข้างละ 3 นิ้ว ส่วนด้านบนสุดของลำตัวมีเนื้อยื่นออกมาเล็กน้อยและมีเส้นผมงอกออกมาจำนวนหนึ่ง และในตู้เลี้ยงปลาที่ใช้บรรจุศพทารก มีขวดนม ผ้าอ้อม และอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงเด็กทารกอยู่ภายใน มีชาวบ้านทราบข่าวเดินทางมาดูและจุดธูปเทียนบูชา ใส่เงินในตู้ ยกมือไหว้ขอโชคลาภ

นางปัญญา สังข์ศิริ อายุ 47 ปี กล่าวว่า ศพเด็กทารกดังกล่าวเป็นลูกแฝดของนายสุพัฒน์ สังข์ศิริ อายุ 32 ปี กับนางสายใจ ศรีรักษา อายุ 30 ปี

สองผัวเมียซึ่งเป็นหลานชายและหลานสะใภ้ของตนเอง ทารกดังกล่าวคลอดเมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกันนี้ที่โรงพยาบาลร่อนพิบูลย์ เป็นหนึ่งในแฝดผู้หญิง โดยคนแรกคลอดออกมาปกติสมบูรณ์ทุกอย่าง น้ำหนักตัว 1.8 กิโลกรัม แต่คนที่ 2 คลอดออกมามีความแปลกประหลาด แพทย์ระบุว่าเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้ว

นางปัญญา กล่าวต่อว่า นางสายใจฝากครรภ์ไว้ที่ร.พ.ร่อนพิบูลย์ และได้ไปพบแพทย์อย่างต่อเนื่องระหว่างตั้งครรภ์

ตรวจอัลตราซาวด์ถึง 5 ครั้ง ไม่พบอะไรผิดปกติ กระทั่งเช้าวันนี้นางสายใจเจ็บครรภ์ จึงส่งไปทำคลอดที่ร.พ.ร่อนพิ บูลย์ แต่หลังจากคลอดเด็กคนแรกแพทย์พบว่ายังมีก้อนแข็งๆ อยู่ในท้องอีก แพทย์จึงให้นางสายใจเบ่งอีกครั้งปรากฏว่าเด็กที่คลอดออกมาไม่มีศีรษะและแขน เสียชีวิตแล้ว ทางญาติจึงนำศพมาบำเพ็ญกุศล 5 คืน หากศพไม่เน่าก็จะเก็บไว้ แต่หากเน่าก็จะนำไปฝังต่อไป

ด้านน.พ.นพพร ชื่นกลิ่น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในทางวิชาการนั้นลักษณะเช่นนี้ถือว่าเป็นลักษณะของแฝดไม่สมบูรณ์

อย่างไรก็ตามลักษณะเช่นนี้ไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นแฝดที่มาจากไข่ใบเดียวกัน หรือไข่คนละใบ เนื่องจากไม่สามารถดูใบหน้าได้ โดยรวมคือความไม่สมบูรณ์ของการเจริญในครรภ์นั่นเอง ดังนั้น จะเห็นได้ว่าบ่อยครั้งที่เมื่อคลอดแฝดออกมา แฝดจะตัวเล็กกว่าการตั้งครรภ์เดี่ยว ลักษณะแบบนี้เป็นเรื่องที่แปลกแต่ไม่ใช่พิสดาร เป็นเรื่องธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้ และถ้าเด็กไม่มีช่องหายใจจึงไม่สามารถอยู่ได้ แต่ที่มีสัญญาณชีพในครรภ์นั้นเกิดจากการดำรงอยู่ของมารดาผ่านทางสายสะดือ ทั้งอาหารและออกซิเจน

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

yengo หรือ buzzcity

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

พิลึก!วัดจ.กาฬสินธุ์เลี้ยงต่อหัวเสือเป็นยามกันขโมย

พิลึก!วัดจ.กาฬสินธุ์เลี้ยงต่อหัวเสือเป็นยามกันขโมย


เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่วัดวังคำ บ้านนาวี หมู่ 15 ต.สงเปลือย อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ พระภิกษุสงฆ์ ลูกศิษย์

และชาวบ้านได้เลี้ยงต่อหัวเสือไว้หลายรัง เพื่อทำหน้าที่คอยเป็นยามเฝ้าและป้องกันบรรดาหัวขโมยที่เข้ามาขโมยของมีค่า โดยเฉพาะพระเก่าและเงินบริจาคภายในวัด ดังนั้นจึงได้เดินทางไปสำรวจพบว่า วัดดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับแนวเทือกเขาภูพาน ซึ่งอยู่ค่อนข้างห่างไกลจากชุมชน โดยมีพระภิกษุและสามเณรจำพรรษาอยู่ประมาณ 10 รูป สำรวจบริเวณภายในวัดพบรังของต่อหัวเสืออาศัยอยู่ตามกุฏิ ชายคาศาลาการเปรียญ และโบสถ์ จำนวนมาก ประมาณ 20 รัง โดยแต่ละรังมีตัวของต่อหัวเสืออาศัยอยู่เต็มรัง และต่างบินไปมาบริเวณรอบของรัง

สอบถามนายเอื้อน ปั้นศรี อายุ 67 ปี มัคทายกวัดของวังคำ เล่าว่า วัดวังคำได้เริ่มก่อสร้างมาหลายสิบปีแล้วถือเป็นวัดเก่าแก่ประจำอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์

ตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกลชุมชน และอยู่ใกล้กับเชิงเขาภูพาน ภายในวัดมีวัตถุโบราณ เช่น พระพุทธรูป พระเครื่อง และเงินบริจาค รวมถึงของมีค่าต่างๆที่ได้มาจากประเทศลาว และอยู่ในท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก จึงเป็นที่หมายตาของมารศาสนาและกลุ่มมิจฉาชีพที่จ้องจะมาลักลอบขโมยเอาไปขาย ทั้งนี้ที่ผ่านมาเคยมีโจรเข้ามาขโมยของมีค่า และเงินบริจาคภายในวัดไปแล้วหลายครั้ง แม้จะหาวิธีป้องกันแล้วหลายวิธี แต่ก็ไม่สามารถป้องกันหรือจับขโมยได้

นายเอื้อน กล่าวอีกว่า ทางวัด คณะกรรมการวัด และชาวบ้านจึงได้หาทางป้องกัน โดยการนำต่อหัวเสือมาปล่อยเลี้ยงไว้ภายในบริเวณวัด

เพื่อป้องกันกลุ่มโจรที่จะเข้ามาขโมยของมีค่า ซึ่งที่ผ่านมามีต่อหัวเสืออยู่เพียงไม่กี่รัง ต่อมาชาวบ้านรวมทั้งผู้ที่เข้ามาทำบุญได้นำต่อหัวเสือมาปล่อยเลี้ยงไว้เพิ่มขึ้น จนปัจจุบันมีต่อหัวเสืออาศัยอยู่ในวัดแห่งนี้แล้วไม่ต่ำกว่า 20 รัง และแต่ละรังล้วนมีตัวของต่อหัวเสืออาศัยอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้ก่อนที่ชาวบ้านจะนำต่อหัวเสือมาปล่อย อันดับแรกจะเลือกรังต่อที่กำลังสร้างใหม่ๆขนาดพอเหมาะ และนำสำลีไปอุดทางเข้าของรัง เพื่อไม่ให้ตัวต่อบินออกมาได้โดยจะต้องทำในเวลากลางคืน ไม่เช่นนั้นจะถูกต่อต่อยได้ จากนั้นนำมาแขวนไว้ที่กุฏิ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หรือสถานที่ต้องการให้ต่อหัวเสือเฝ้า แล้วเอาสำลีออก ซึ่งต่อหัวเสือก็จะอาศัยอยู่และสร้างรังของตัวเองให้ใหญ่ขึ้นอยู่นั้นต่อไป อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าแปลกใจ และมหัศจรรย์อย่างมาก เพราะต่อหัวเสือทั้งหมดทุกรังไม่ทำอันตรายกับชาวบ้านหรือผู้ที่เข้ามาทำบุญภายในวัด ยกเว้นผู้ที่เข้ามาขโมยของหรือผู้ที่เข้ามาโดยไม่หวัดดี และสร้างความเสื่อมเสียให้กับวัด ซึ่งจะถูกต่อหัวเสือรุมต่อยได้รับบาดเจ็บไปตามๆกัน จึงทำให้พุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาทำบุญภายในวัดและเข้ามาดูต่อหัวเสือจำนวนมาก

ด้านพระครูจรัญ ขันติปาโร เจ้าอาวาสวัดวังคำ กล่าวว่า เดิมที่มีโยมคนหนึ่งเข้ามาทำบุญเพื่อสืบชะตา

โดยมีความเชื่อว่าถ้านำต่อหัวเสือมาถวายวัด จะเป็นการต่ออายุให้ยืนยาวและหายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ ดังนั้นจึงได้นำต่อหัวเสือมาถวายและปล่อยไว้ในวัด 1 รัง จากนั้นไม่นานก็มีชาวบ้านต่างพากันนำต่อหัวเสือมาเลี้ยงในเขตวัดมากขึ้น ปัจจุบันนี้มีอยู่ประมาณ 20 รัง ซึ่งทางวัดเห็นว่าต่อหัวเสือทำหน้าที่คอยเป็นยามช่วยปกป้องสิ่งของในวัดไม่ให้ถูกขโมยไป จึงได้ปล่อยเลี้ยงต่อหัวเสือไว้ โดยให้ทำรังตามกุฏิ ชายคาศาลา และสถานที่เก็บรักษาของมีค่าต่างๆ ทั้งนี้นอกจากต่อหัวเสือจะทำหน้าที่เป็นรปภ.รักษาของมีค่าแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่อนุรักษ์พันธุ์ต่อหัวเสืออีกด้วย
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

yengo หรือ buzzcity

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เมืองในไต้หวันรับซื้อขี้หมากิโลกรัมละ100บาท

เมืองในไต้หวันรับซื้อขี้หมากิโลกรัมละ100บาท


นครไทชุงของไต้หวัน ซึ่งมีประชากร 1 ล้านคน เริ่มโครงการให้รางวัลแก่ผู้ที่ช่วยทางการเก็บกวาดมูลสุนัข จากบาทวิถีและสวนสาธารณะต่างๆ ในวันนี้ โดยผู้ที่นำมูลสุนัข 1 กิโลกรัมไปมอบให้กับสำนักงานปกป้องสภาพแวดล้อมไทชุง จะได้ค่าตอบแทนประมาณ 100 ดอลลาร์ไต้หวัน ( ราว 100 บาท) ซึ่งจะอยู่ในรูปของบัตรของขวัญ ที่จะนำไปใช้ได้ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ และทางการมีแผนแจกบัตรของขวัญรวม 1300 ใบโดยมีข้อกำหนดปลีกย่อยๆ เช่นจำนวนต่อกิโลกรัมที่จะรับจากแต่ละคนขณะเดียวกัน สำนักงานแห่งเดียวกันนี้ ได้กำหนดค่าปรับอย่างหนักระหว่าง 600-1200 ดอลลาร์ไต้หวัน(ราว 600-1200 บาท ) ต่อเจ้าของที่ปล่อยให้สุนัขไปขับถ่ายเรี่ยราดโดยไม่ตามเก็บด้วยชาวไทชุงส่วนใหญ่แสดงความพอใจต่อแผนการนี้ โดยบอกว่าจะช่วยให้บาทวิถีและสวนสาธารณะสะอาดขึ้น แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่วิตกว่า อาจมีคนเจ้าเล่ห์ใช้วิธีทำให้มูลสุนัขเปียกน้ำเพื่อเพิ่มน้ำหนักหรีออาจใช้อุจจาระตากแห้งของคนไปแอบอ้าง ทำให้ทางสำนักงานต้องจัดทำคู่มือสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเพื่อสามารถแยกแยะได้โดยไม่ถูกหลอก.

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

yengo หรือ buzzcity

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ตะลึง!! พบตำรามายากลโบราณ อายุเกือบ 100 ปี กลเม็ดเพียบ เปลี่ยนเหล้าให้เป็นน้ำ-หุงข้าวด้วยธูป

ตะลึง!! พบตำรามายากลโบราณ อายุเกือบ 100 ปี กลเม็ดเพียบ เปลี่ยนเหล้าให้เป็นน้ำ-หุงข้าวด้วยธูป


นักมายากลอาวุโสพบตำราเล่นกลสมัย ร.6 จำนวน 12 เล่ม บันทึกการเล่นกลสมัยโบราณ ทั้งการหุงข้าวให้สุกด้วยธูปเพียงก้านเดียว และเปลี่ยนเหล้าให้เป็นน้ำ ชี้มายากลในไทยเคยรุ่งเรืองในอดีต เคยมีการก่อตั้งสมาคมนักกลหลวง ด้าน"ฟิลิป"เผยมีบันทึกระบุรัชกาลที่ 5 ทรงซ้อมเล่นกลด้วย

นายธนัท ศุภพลทองโชติ นักมายากลอาวุโส ศูนย์ฝึกการแสดง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ว่า ได้ค้นพบตำรามายากลอายุเกือบ 100 ปี ซึ่งตีพิมพ์เอาไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2461-2492 หรือสมัยรัชกาลที่ 6 จำนวน 12 เล่ม หนาเล่มละ 20 หน้า ราคาเล่มละ 20 สตางค์ เป็นตำรามายากลที่แปลโดยนายมาไลย น.ก. แปลมาจากการเขียนของนักมายากลชาวต่างประเทศชื่อ ศ.ชิโอลา เนื้อหาระบุถึงวิธีการเล่นมายากลที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 6 และอุปกรณ์การเล่นมายากล ที่นักมายากลในยุคปัจจุบันยังนำมาแสดงกันอยู่

"หลายเรื่องเป็นมายากลที่นักมายากลจากต่างประเทศนำมาแสดงให้คนไทยในยุคนั้นดู เช่น การเสกขนมปังให้เข้าไปอยู่ในนาฬิกา การเปลี่ยนเหล้าให้กลายเป็นน้ำ หรือการเอามีดแทงตามลำตัว แต่มีหลายกลที่เชื่อกันว่า นักมายากลชาวไทยในยุคนั้นคิดขึ้นมาเองคือ การหุงข้าวให้สุกด้วยธูปเพียงก้านเดียว ตำรามายากลชุดดังกล่าวจะเป็นหลักฐานอย่างดีว่า การแสดงมายากลในประเทศไทยนั้นรุ่งเรืองมาตั้งแต่ในอดีต" นายธนัทกล่าว

นายธนัทกล่าวว่า ตนเข้าใจว่า ตำรามายากลที่ตนพบนี้ ไม่ใช่ตำรามายากลที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย แต่ยังมีฉบับที่เก่ากว่านี้ แต่ยังหาไม่เจอ หรือเป็นตำราอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่การพิมพ์จำหน่ายให้คนทั่วไปนำไปอ่าน หรือนำไปฝึกแสดงเพื่อความบันเทิง ขณะนี้ตนนำตำราดังกล่าวแสดงไว้ที่ศูนย์ฝึกการแสดงเมืองพัทยา ผู้ใดสนใจสามารถเข้าชมได้ ล่าสุดได้หารือกับนายเฉลิมสวรรค์ ไพบูลย์พันธ์ หรือ "ฟิลิป" นักมายากล ที่เป็นผู้ประสานงานชมรมสยามเมจิกส์ คลับ ว่า จะลอกเนื้อหาในตำราดังกล่าวขึ้นมาใหม่ และนำเผยแพร่ให้ผู้สนใจเข้าชมได้ในเว็บไซต์

ด้านเฉลิมสวรรค์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ค้นพบตำรามายากล ซึ่งเป็นวิธีการเล่นมายากลที่ตีพิมพ์ออกมาจำหน่ายให้คนไทยได้อ่าน ถือเป็นอีกประวัติศาสตร์มายากลของประเทศไทยอีกฉบับหนึ่ง ทั้งนี้ ตามประวัติศาสตร์การเล่นมายากลของประเทศไทยนั้น นายชาลี ประจงกิจกุล นักวิชาการมายากลอาวุโส ของวงการมายากลประเทศไทย เคยเขียนเอาไว้ว่า ในพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เรื่องนิทราชาคริต ซึ่งพระราชนิพนธ์ในช่วงปี พ.ศ.2420 ระบุว่า ในเมืองไทยเคยมีสมาคมกลมาก่อน ใช้ชื่อว่า ROYAL MAGICAL SOCIETY หรือ สมาคมนักกลหลวง ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2419 ประธานสมาคมคือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช ต้น สกุลภาณุพันธุ์ ซี่งทรงเป็นพระอนุชาแท้ๆ ของรัชกาลที่ 5 มีนักวิทยากล หลายท่าน คือ พระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นเจริญผลพูลสวัสดิ์ พระเจ้าประดิษฐ์วรการ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ หม่อมเจ้าประวิช แม้กระทั่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหนังสือก็ได้บันทึกไว้ว่า ทรงซ้อมเล่นกลแต่จะแสดงด้วยหรือไม่นั้น ไม่มีการบันทึกไว้

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวคุณภาพดี โดย : หนังสือพิมพ์มติชน

yengo หรือ buzzcity

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ตื่นศพห่อถุงพลาสติกลอยน้ำ ที่แท้ซากล็อตไวเลอร์

ตื่นศพห่อถุงพลาสติกลอยน้ำ ที่แท้ซากล็อตไวเลอร์


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ต.ค. เจ้าหน้าที่วิทยุ สภ.สวนพริกไทย รับแจ้งเหตุพบห่อศพคล้ายคนถูกนำมาทิ้งริมคันดินกั้นคลองประปา ม.4 ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ หลังจากนั้น พ.ต.ท.พันธ์ยศ เปลี่ยนลออ สวป.สภ.สวนพริกไทย นำกำลังไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุบริเวณริมคันดินกั้นน้ำของการประปานครหลวงพบถุงพลาสติกสีฟ้าห่อหุ้มและมีเชือกมัดความยาวประมาณ 1 เมตรลักษณะคล้ายหัวคน ลอยน้ำอยู่ ส่งกลิ่นเหม็นตลบฟุ้งไปทั่ว เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ลุยน้ำไปลากห่อวัตถุต้องสงสัยขึ้นมา ใช้กรรไกรตัดเปิดดูกลายเป็นสุนัขพันธุ์ล็อตไวเลอร์ตัวใหญ่ตายมาแล้วหลายวันส่งกลิ่นเหม็นเน่า กระทั่งมีผู้พบเห็นคิดว่าเป็นศพคนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

yengo หรือ buzzcity

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558

พบเต่าประหลาดใต้ท้องมีรูปคล้ายหน้าคน

พบเต่าประหลาดใต้ท้องมีรูปคล้ายหน้าคน


เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 26 ต.ค. นางละม่อม เปรมปรี อายุ 55 ปี บ้านพักอาศัยอยู่ในเขตตำบลผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้เดินออกกำลังกายตอนเช้าบริเวณถนนในหมู่บ้าน ซึ่งบริเวณนั้นเป็นคูน้ำ ปรากฏว่าขณะที่เดินอยู่ บังเอิญเท้าได้ไปเตะเอาก้อนหินสีคล้ำก้อนเล็กๆก้อนหนึ่ง พอเตะแล้วมองตามก้อนกิน พบว่าก้อนหินดิ้นได้ จึงเก็บขึ้นมาดู พบว่าเป็นลูกเต่าตัวหนึ่ง เมื่อจับหันด้านท้องดูพบว่ามีหน้าตาเหมือนหน้าคน เป็นรอยสีดำติดกับกระดอง ลูกเต่าตัวมีขนาดโตกว่าเหรียญ 10 บาท เล็กน้อย กระดองกว้างประมาณ 3 ซม. ยาวประมาณ 4 ซม. นางละม่อม จึงนำมาเลี้ยงเอาผักบุ้งให้กิน ลูกเต่าไม่ยอมกิน จึงเอาอาหารปลาดุกมาให้กิน ลูกเต่าก็กิน

นางละม่อม กล่าวว่า ก่อนที่จะพบลูกเต่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนฝันว่าได้ทอง พอรุ่งขึ้นเช้าก็พบลูกเต่าตัวนี้ ตนามั่นใจว่าเป็นเต่าให้โชคและจะเลี้ยงดูอย่างดีตลอดไป

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

yengo หรือ buzzcity