วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

ตะลึง งานศพใส่เสื้อสีแดงทั้งงาน

ตะลึง งานศพใส่เสื้อสีแดงทั้งงาน



วันนี้ 21 พ.ย ที่ศาลาเอนกประสงค์วัดประทุมคณาวาส เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม

ได้มีพิธีสวดพระอภิธรรมศพนางเฮี๊ยะ แซ่โถว แม่เฒ่าชาวจีนซึ่งมีอายุยืนยาวถึง 101 ปีกับอีก 10 เดือน งานศพจัดขึ้น่ทามกลางความแปลกใจของผู้พบเห็นที่บรรดาลูกหลานผู้ตายกว่า 50 คน ต่างใส่เสื้อสีแดงกันทุกคน ส่วนผู้ที่มาร่วมงานก็ใส่เสื้อกันหลากสี

นางสุนีย์ แสงพงษ์ อายุ 64 ปี บุตรสาวนางเฮี๊ยะ เปิดเผยว่า มารดาเดินทางมาจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่

พร้อมกับบิดามาอยู่ประเทศไทยที่จังหวัดสมุทรสงครามเมื่อกว่า 80 ปีมาแล้ว แรกๆ ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ขาย เช่นหมู เป็ด ไก่ และมีลูกชาย-หญิง 6 คนต่อมาได้หันมาประกอบอาชีพประมงทะเลจนฐานะความเป็นอยู่เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับกระทั่งเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2555 มารดาซึ่งปกติสุขภาพแข็งแรงดีเพราะชอบกินปลาทะเลและผักเป็นอาหารได้ป่วยมีไข้สูงลูกหลานจึงพาไปโรงพยาบาลและได้เสียชีวิตด้วยโรคชราเมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา บรรดาลูกหลานจึงนำศพกลับมาตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดประทุมคณาวาส ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน และเมื่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ก็ชอบมาทำบุญที่วัดนี้เป็นประจำ โดยกำหนดสวดพระอภิธรรมศพ 7 คืน จึงจะประชุมเพลิง

ส่วนสาเหตุที่ลูกหลานใส่เสื้อสีแดงกันทุกคน นางสุนีย์ กล่าวว่า

เพราะเป็นความเชื่อของชาวจีนว่าผู้ที่มีอายุยืนยาวเกิน 100 ปีจะถือว่าเป็นคนมีบุญหมดทุกข์หมดโศกแล้ว เมื่อเสียชีวิตลูกหลานจึงไม่ต้องเศร้าโศกเสียใจจึงไม่ต้องแต่งชุดขาวดำไว้ทุกข์ นอกจากนี้สีแดงชาวจีนยังเชื่อว่าเป็นสีมงคล ส่วนแขกที่มาร่วมงานก็ใส่เสื้อได้หลากสีแล้วแต่ความสะดวก

yengo หรือ buzzcity

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

ตะลึง! หญิงชราเมาเสียสติมุดเล้าไก่ชาวบ้านกัดคอกินสดๆ ลือเป็นผีปอบ

ตะลึง! หญิงชราเมาเสียสติมุดเล้าไก่ชาวบ้านกัดคอกินสดๆ ลือเป็นผีปอบ



เมื่อ 7 ธ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ร.ต.ต.ไชยยันต์ แสงจำปา ร้อยเวร สภ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์

ได้รับแจ้งจาก นายประเสริฐ รักเมือง อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 1476 หมู่ 1 เทศบาล ต.ท่าข้าม อ.ชนแดน มีคนมาขโมยไก่ในเล้าหน้าบ้าน เมื่อตอนประมาณ เวลา 04.30 น. ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้ยินเสียงไก่ร้อง จึงเปิดไฟดูเห็นเงาตะคุ่มๆ จึงตะโกนเรียกให้คนในบ้านมาช่วยกันล้อมจับ

พบว่าเป็นผู้หญิงชราวัยกลางคนกำลังหิ้วไก่ออกจากเล้า ซึ่งคอไก่มีรอยเลือดไหลหยดนองพื้นดิน คล้ายรอยกัดแทะ ขณะที่คนร้ายที่ขโมยไก่มีใบหน้ามอมแมม ผมสยายเป็นสีดอกเลายาวประบ่า สวมกางเกงสีดำสามส่วน ใส่เสื้อยืดสีครีม อยู่ในอาการเมาสุราและเสียสติ ทราบชื่อต่อมา นางจันทร์ดี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกัน

ต่อมา นางจันทร์ดี ถูกเจ้าของบ้านจับผูกมัดด้วยเชือก เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ขณะนั้น นางจันทร์ดี ส่งเสียงร้องเอะอะโวยวาย เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงจึงควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก ด้านผู้เสียหายได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า ไก่ของตนและเพื่อนบ้านที่เลี้ยงไว้มักจะหายเป็นประจำ จะพยายามจับตัวขโมยหลายครั้งแต่ก็คว้าน้ำเหลว ไร้ร่องรอยเพราะพฤติกรรมที่ทิ้งหลักฐานไว้คือ มีรอยเลือดคล้ายผีปอบ ชาวบ้านต่างลือเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นปอบแน่ๆ

โดยชาวบ้านบางคนถึงกับหวาดผวา ไม่ยอมออกนอกบ้านตอนกลางคืน มาคราวนี้ชัดเจนเลย พฤติกรรมต้องเป็นผีปอบแน่ๆ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนเบื้องต้น คาดว่าผู้ต้องหา ป่วยทางจิต ชอบดื่มเหล้าทั้งสามีและภรรยา ประวัติเบื้องต้น เป็นคนไข้เกี่ยวกับระบบประสาทของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ต้องไปรับยาเป็นประจำ ส่วนทางคดีคงให้กลับบ้านได้เพราะเจ้าทุกข์ไม่ติดใจเอาความ

สำหรับ นางจันทร์ดี ซึ่งนอนคุดคู้อยู่ในห้องขังได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ที่มาขโมยไก่เพราะหิวไม่ได้รับประทานข้าวทั้งวัน และตนไม่ค่อยชอบนายประเสริฐ เพราะชอบพูดจาขับไล่ตนออกจากหมู่บ้าน และกล่าวหาว่าตนเป็นผีปอบ ไม่มีความยุติธรรม ฝากบอกไปหาหมอโต หมอนิดให้มาเยี่ยมตนด้วย


yengo หรือ buzzcity

วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557

ฮือฮาเผาสรีระ หลวงพ่อประสิทธิ์ 3 ครั้ง ไม่ไหม้ ชาวบ้านเชื่อเป็นปาฎิหาริย์

ฮือฮาเผาสรีระ หลวงพ่อประสิทธิ์ 3 ครั้ง ไม่ไหม้ ชาวบ้านเชื่อเป็นปาฎิหาริย์



เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ศาลาการเปรียญวัดทับปรูพัฒนาราม ตำบลทับหมัน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ได้มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก เดินทางไปนมัสการสรีระสังขารของหลวงพ่อประสิทธิ์ อุฎฐายี อดีตเจ้าคณะตำบลวังสำโรง และอดีตเจ้าอาวาสวัดทับปรูพัฒนาราม ซึ่งมรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2552 ที่ผ่านมา สิริอายุรวม 80 ปี ซึ่งคณะศิษยานุศิษย์ได้เก็บรักษาสรีระสังขารไว้เป็นเวลานานกว่า 3 ปีและในได้เคลื่อนสรีระสังขารของหลวงพ่อประสิทธิ์ ไปประกอบพิธีฌาปนกิจที่บริเวณ ฌาปณสถานของวัดทับปรูเมื่อเวลา เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนจากหลายจังหวัดทั่วประเทศจำนวนหลายพันคนเดินทางมาร่วมประกอบพิธี

แต่หลังจากประกอบพิธีประชุมเพลิงแล้ว ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ของวัดได้พยายามจุดไฟ แต่จุดเท่าไหร่ไฟก็ไม่ยอมลุกไหม้โลงที่บรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อแต่อย่างใด แต่ไฟกลับลุกไหม้ดอกไม้จันทน์ที่มีพุทธศาสนิกชนนำไปวางบนเชิงตะกอนไปจนหมด ทั้งๆ ที่สัปเหร่อของวัดประกอบพิธีครบทุกขั้นตอนแล้ว แต่ก็ไฟก็ไม่ยอมลุกไหม้โลงเหมือนกับการฌาปนกิจศพทั่วไป ทำให้คณะสงฆ์ของทางวัดรวมถึงคณะศิษยานุศิษย์ จึงมีความเห็นร่วมกันให้เคลื่อนย้ายโลงที่บรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อออกจากเชิงตะกอน แล้วนำขึ้นไปยังบนศาลาการเปรียญ พร้อมกับเคลื่อนย้ายสรีระสังขารของหลวงพ่อไปบรรจุในโลงแก้วใส เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มานมัสการ

ด้านนายต่อศักดิ์ กุลนานันท์ สจ. ตะพานหิน จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า เป็นปาฎิหาริย์ยิ่งนัก ซึ่งตนก็มาร่วมในการเผาสรีระหลวงพ่อประสิทธิ์ มีการจุดไฟเผาถึง 3 ครั้ง แต่ไฟนั้นเผาแต่ดอกไม้จันส่วนโลงและสรีระหลวงพ่อประสิทธิ์นั้นไม่ยอมไหม้ ซึ่งน่าแปลอกใจมาก ไม่ใช่แต่ตนเท่านั้น ประชาชนที่มาร่วมเผาสรีระหลวงพ่อประสิทธิ์ ก็แปลกใจไปตามกันทุกคนเชื่อว่าเป็นปาฎิหาริย์ของหลวงพ่อ

สำหรับหลวงพ่อประสิทธิ์ อุฎฐายี อดีตเจ้าคณะตำบลวังสำโรงทับปรู เป็นพระนักปฏิบัติธรรม ที่เคร่งครัดในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา อุปสมบทเป็นพระสงฆ์ครั้งแรกตั้งแต่ตอนอายุ 20 ปี และศึกษาธรรมะเรื่อยมาจนสามารถสอบเลื่อนชั้นเป็นเจ้าคณะตำบล อีกทั้งยังมีลูกศิษย์หลากหลายอาชีพให้ความเคารพเลื่อมใสนับถือศรัทธา การมรณภาพของหลวงพ่อประสิทธิ์ นำซึ่งความโศกเศร้าเสียใจของพุทธศาสนิกชน เพราะเป็นการสูญเสียของวงการพระสงฆ์ครั้งสำคัญ และเมื่อนำไปประกอบพิธีฌาปนกิจแล้ว แต่ไฟที่จุดกลับไม่ยอมลุกไหม้โลงที่บรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อประสิทธิ์ ทำให้เจ้าอาวาสวัดทับปรูพัฒนารามและคณะศิษยานุศิษย์ จึงมีความเห็นร่วมกันว่า จะไม่ประกอบพิธีฌาปนกิจอีกแล้ว แต่จะเก็บรักษาสรีระสังขารของหลวงพ่อประสิทธิ์ตลอดไป เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มานมัสการขอพรตลอดไป


yengo หรือ buzzcity

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

ฮือฮา ตุ๊กกาย 3 สายพันธุ์ใหม่ของโลก

ฮือฮา ตุ๊กกาย 3 สายพันธุ์ใหม่ของโลก



วันนี้ (29 ธ.ค.) ที่ศูนย์จัดแสดงสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สวนสัตว์นครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายกีรติ กันยา นักวิทยาศาสตร์สวนสัตว์ 6 หัวหน้างานสัตว์เลื้อยคลานฯ ได้นำตุ๊กกายประดับดาว ตุ๊กกายท้าวแสนปม และตุ๊กกายหมอบุญส่ง ซึ่งถูกค้นพบเป็นชนิดใหม่ของโลก มาจัดแสดงเพื่อให้ความรู้ และสร้างสีสันความแปลกใหม่ ต้อนรับประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ท่ามกลางประชาชนที่สนใจนำบุตรหลานเข้าเที่ยวชมจำนวนมาก

นายกีรติ เปิดเผยว่า จากการค้นพบโดยคณะทีมวิจัยที่ได้ร่วมกันใช้เวลากว่า 5 ปี ในการศึกษาค้นคว้าสำรวจค้นหาสัตว์ในกลุ่มตุ๊กกายลายพาด ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย และบริเวณพื้นที่ติดกับภาคเหนือของประเทศมาเลเซีย ได้แก่ ตุ๊กกายประดับดาว เป็นตุ๊กกายขนาดใหญ่ ตัวสีน้ำตาล อมเหลือง มีเกร็ดตุ่มยอดมนบริเวณหลัง มีลายจางๆ พาดจากปลายจมูกจนถึงตา บริเวณต้นคอมีลาย 4 แถบ พาดไปกับลำตัวจนถึงโคนขาหลัง มีจุดขาว หรือจุดสีเหลือง กระจายทั่วทั้งแถบ มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มดาวบนท้องฟ้า มีถิ่นอาศัยในพื้นที่เขาหินปูนในป่าดิบชื้น และบนเกาะในเขตช่องแคบมะระกา กระจายพันธุ์อยู่ในพื้นที่ จ.สตูล เกาะตะรุเตา และตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย

ตุ๊กกายท้าวแสนปม ลักษณะเด่นมีหัวขนาดใหญ่ ลำตัวหนา มีเกล็ดเป็นตุ่มขนาดใหญ่กระจายทั่วตัว พบหากินตามต้นไม้ขนาดใหญ่ พื้นที่บริเวณหินแกรนิตขนาดใหญ่ในป่าดิบชื้น ป่าทดแทน และสวนยางพาราที่มีความชื้นสูง ขุดดินเป็นรูทำรัง หากินเวลากลางคืน กระจายพันธุ์อยู่ในพื้นที่ จ.ตรัง สงขลา พัทลุง นราธิวาส เกาะอาดัง –ราวี จ.สตูล และหมู่เกาะในเขตช่องแคบมะระกา ส่วนตุ๊กกายหมอบุญส่ง ลักษณะเด่นมีตัวสีน้ำตาลอมเหลือง มีลายสีน้ำตาลเข้มคาดระหว่างไหล่ถึงโคนขาหลัง จำนวน 4 -6 แถบ มีจุดขาวเรียงตามขอบแถบ มีเกร็ดตุ่มบริเวณหลังขนาดใหญ่ ถิ่นอาศัยบริเวณเขาหินปูนในป่าดิบชื้น กระจายพันธุ์ในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางของประเทศไทย ตามแนวเทือกเขาในจ.นครศรีธรรมราช และจ.สตูล..

ที่มา http://m.dailynews.co.th/News.do?contentId=146442

yengo หรือ buzzcity

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

ฮือฮา กบ 3 ขา ให้โชค แห่ตีเลขถูกหวยรวยยกหมู่บ้าน ลุ้นงวดนี้อีก

ฮือฮา กบ 3 ขา ให้โชค แห่ตีเลขถูกหวยรวยยกหมู่บ้าน ลุ้นงวดนี้อีก



เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รับแจ้งว่า มีชาวบ้านรวมทั้งเซียนหวยเดินทางไปดูกบประหลาด มี 3 ขา

ที่บ้านเลขที่ 297 บ้านน้อยจอมศรี ตำบลฮางโฮง อำเภอเมืองสกลนคร จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังดูกบทีมี 3 ขา และต่างวิพากวิจารณ์ไปในเชิงของการตีเป็นตัวเลขเพื่อนำไปซื้อหวย

นางคำผาย วงศ์นาม อายุ 55 ปี เจ้าของกบเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปหาช้อนลูกกบหรือลูกอ็อด ตามทุ่งนามาเลี้ยงไว้ที่บ่อซีเมนต์หลังบ้านเพื่อเลี้ยงไว้ทำอาหาร ประมาณ 100 ตัว โดยการเลี้ยงใช้หัวอาหาร จนกบมีอายุได้ประมาณ 4 เดือน จึงเตรียมที่จะจับมาทำอาหารเพื่อผัดเผ็ดกบ ปรากฏว่าเมื่อตรวจสอบพบว่ามีกบตัวหนึ่งที่มีขา 3 ขา เป็นกบพิการ จึงปล่อยและเลี้ยงไว้ไม่กล้านำไปฆ่าทำอาหารกิน และพอตกกลางคืนฟั่นว่ามีคนแต่งตัวคล้ายพระเอกหมอลำเดินทางมาหาและบอกว่าอยากจะมาอยู่ด้วยและจะให้โชค ซึ่งในฝันบอกว่า บ้านนี้ไม่ใช่บ้านหมอลำไม่อยากให้อยู่ แต่ชายดังกล่าวเขาบอกว่าเป็นเจ้าชาย จากนั้นเดินทางไปหลังบ้านแล้วหายไป

หลังจากเช้าขึ้นมาจึงไปให้อาหารกบและคิดที่จะจับกบมาทำอาหารและไปพบกบดังกล่าว นำมาเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง และนำอายุตนเอง 55 และบ้านเลขที่ 297 ไปหมุนซื้อหวยไต้ดิน พอเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวดวันที่ 16 ธ.ค. ออกมา เป็น 72 ทำให้ชาวบ้านและคอหวยถูกหวยใต้ดินและลอตเตอรี่ มีเงินใช้กันเกือบยกหมู่บ้าน

อย่างไรก็ตามงวดนี้ชาวบ้านเชื่อว่าหวยจะออกตามตัวเลขของบ้านเจ้าของกบอีกแน่นอน จะนำบ้านเลขที่ อายุ ของเจ้าของบ้านไปหมุนซื้อหวยและลอตเตอรี่กันอย่างคึกคัก เพราะเชื่อกันว่า กบจะให้โชคอีกและมีเงินฉลองปีใหม่กันถ้วนหน้า

นางคำผาย กล่าวว่า เซียนหวยรายหนึ่งถูกหวยไต้ดินและลอตเตอรี่หลายคู่ มาขอซื้อกบดังกล่าวจากตนให้ราคา 2 พันบาทแต่ตนไม่ขาย และเห็นว่าเป็นกบพิการมาแต่กำเนิด ใครจะเชื่ออย่างไรไม่สำคัญแต่ตนสงสารจะเลี้ยงไว้จนกว่าเขาจะจากไป เพราะว่าสงสาร ซึ่งกบดังกล่าวสังเกตว่าน่าจะเป็นกบเพศผู้เพราะตอนเช้าพบว่ามีการส่งเสียงร้องให้ได้ยินหลายครั้ง หากกบตัวเมียจะไม่ส่งเสียงร้อง

นางมี (ขอสงวนามสกุล) อายุ 82 ปี กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นกบแบบนี้มาก่อนทราบข่าวจึงมาขอดู และเชื่อว่าเป็นกบพิการ ตั้งแต่เกิด อย่างไรก็ตามเลี้ยงไว้ดูก็มีประโยชน์ ส่วนใครดูแล้วเชื่ออย่างไรนำไปซื้อหวยก็เป็นเรื่องของบุญวาสนาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน งวดที่ผ่านมาตนก็ทดลองซื้อลอตเตอรี่ ก็ได้เงินไปทำบุญที่วัด อยากฝากถึงคนที่มีโชค หากทำบุญบ่อยโชคไม่มีก็จะเป็นคนมีโชค เหมือนกับเราฝากเงินไว้ในธนาคาร การทำบุญก็เหมือนกันเป็นการสะสมความดีไว้ เมื่อยามเราไม่มีก็จะได้นำออกมาใช้ได้ด้วย เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่


yengo หรือ buzzcity

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

ฮือฮา! ไข่เป็ดเลข2 ชาวบ้านแห่แทงเลขเด็ด

ฮือฮา! ไข่เป็ดเลข2 ชาวบ้านแห่แทงเลขเด็ด


เมื่อ 13 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลอ อ.จุน จ.พะเยา พบว่ามีไข่เป็ดที่เปลือกด้านหนึ่งมีลักษณะคล้ายเลขสองและเลขเจ็ด จึงแตกตื่นพากันไปขอชมาจำนวนมาก ที่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 11 ต.ลอ อ.จุน จ.พะเยา ซึ่งเป็นบ้านของนางปราณี สีไม้ อายุ 43 ปี ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบล(ทต.)เวียงลอ

โดยนางปราณีบอกว่าไข่เป็ดฟองดังกล่าวพ่อของตนเองไม่ยอมให้ใครนำไปไว้ที่ไหนเก็บแช่ไว้ในตู้เย็นนานกว่าสัปดาห์มาแล้ว

นางปราณี กล่าวว่า ตนเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งไว้จำนวน 22 ตัว เป็ดตัวเมีย 19 ตัว และเป็ดตัวผู้ 3 ตัว เลี้ยงมานานกว่า 1 ปีแล้ว ทุกเช้าเป็ดไล่ทุ่งเหล่านี้จะออกไข่ไม่ต่ำกว่าวันละ 15 ฟอง เช้าวันที่ 7 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา ตนได้ตื่นขึ้นมาทำภารกิจส่วนตัวแล้วจากนั้นก็เก็บไข่ตามปกติ แต่พบว่าไข่เป็ดใบหนึ่งเปลือกไข่สีขาวขุ่นด้านท้ายของไข่ที่มีลักษณะยาวรี สังเกตพบว่าเปลือกไข่มีลักษณะคล้ายเลข 2 บางรายกลับหัวก็มองคล้ายเลข 7 พ่อของตนไม่ยอมรับประทานหรือขายให้ใคร มีคนมาขอซื้อก็ไม่ขาย เพราะพ่อบอกว่าจะเป็นไข่นำโชค ไข่เป็ดดังกล่าวถูกนำเก็บแช่ไว้ในตู้เย็นตลอดเวลา เวลาจะนำออกมาให้เพื่อนบ้านดูก็ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะกลัวไข่จะหลุดมือตกแตก เพื่อนบ้านที่รู้ว่ามีไข่เป็ดเปลือกคล้ายเลข 2 ติดออกมาด้วย จึงพากันมาขอดูและนำไปคาดเดาเพื่อซื้อเลขเด็ดกันจำนวนมาก

นางปราณี กล่าวอีกว่า ก่อนที่ตนจะเก็บไข่เป็ดทุกเช้า จะต้องปล่อยให้เป็ดทั้งฝูงออกไปหาอาหารในนาข้าวกิน จากนั้นจึงได้เวลาเก็บไข่ตามปกติ ซึ่งเป็ดฝูงนี้จะหาอาหารและว่ายน้ำเล่นในนาข้าวของตนที่อยู่ด้านหลังบ้านนานเป็นครึ่งวัน เมื่อเริ่มร้อนมาก ๆ จึงกลับขึ้นมานอนพัก เป็นเช่นนี้ทุกวัน ไข่เป็ดที่ได้ตนใช้เป็นอาหารสำหรับในครอบครัวและญาติ ช่วยทำให้ประหยัดเพราะไม่ต้องซื้อไข่จากตลาด


yengo หรือ buzzcity

ฮือฮาต้นไม้มีอวัยวะเพศหญิง-ชายอยู่ใกล้กัน เซียนหวยแห่ขอเลขเด็ด

ฮือฮาต้นไม้มีอวัยวะเพศหญิง-ชายอยู่ใกล้กัน เซียนหวยแห่ขอเลขเด็ด


วันที่ 14 ส.ค. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่บริเวณเขาพุหางนาค อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่บริเวณป่าพุหางนาค เมื่อเดินตามบันไดขึ้นไปพบต้นมะกักรูปร่างประหลาดดูเหมือนกับอวัยวะเพศหญิง และอวัยวะเพศชายอยู่ใกล้กันและลำต้นยังเหมือนขาคน ชาวบ้านเชื่อธรรมชาติสร้างสรรค์ เซียนหวยแห่ขอเลขเด็ดเพียบเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังหวั่นต้นไม้ถูกขูดถูกตัดจากกลุ่มเซียนหวยต้องเฝ้าจับตาหวั่นต้นไม้ยืนตายไร้สาเหตุ

นายสมเกียรติ สำเร็จทรัพย์ อาสาสมัครชุมชนป้องกันป่าพุหางนาค อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่าสำหรับต้นไม้สองเพศเป็นต้นมะกักที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อยู่บริเวณทางขึ้นหินตั้งซึ่งอยู่ระหว่างทาง สำหรับต้นมะกักสามารถกินผลสุกได้จะมีรสเปรี้ยวดับกระหายน้ำได้ ผลจะเหมือนกับมะกอกมีผลรูปร่างรีๆ สำหรับต้นมะกักต้นนี้เมื่อกลับหัวภาพจะเห็นว่าเหมือนขาสองข้างของคนและมีทั้งอวัยวะเพศหญิงและชายอยู่ในต้นเดียวกันซึ่งจากการเดินป่ามาทั้งผืนป่าพุหางนาค มีต้นมะกักลักษณะดังกล่าวเพียงต้นเดียวเท่านั้นและเป็นเส้นทางผ่านที่นักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางผ่านและมาเห็นพอดี เมื่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเดินผ่านก็ต้องแวะถ่ายภาพกันเป็นจำนวนมากซึ่งที่ผ่านมามีเซียนหวยทราบข่าวเดินทางเข้ามาดูกันเป็นจำนวนมากและตีเป็นเลขเด็ดซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังเกรงว่ากลุ่มพวกที่มาขอหวยกับต้นมะกักจะทำร้ายต้นไม้จนยืนต้นตามทั้งทางตรงทางอ้อมซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องขอร้องไม่ให้กลุ่มขอหวยห้ามผูกผ้าสามสีห้ามทาแป้งหาขูดแกะหรือทำร้ายต้นไม้ในทุกกรณีขอเพียงให้ดูแต่ตาและถ่ายภาพเท่านั้นเพื่อป้องกันต้นไม้ตาย

นายวิศรุต อินแหยม ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า สำหรับป่าพุหางนาค ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่าแบบผจญภัยเล็กๆ เดินทางท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากเพราะผืนป่าดังกล่าวอุดมสมบูรณ์ไปด้วยหินที่มีรูปร่างแปลกๆและต้นไม้แปลกๆจำนวนมากซึ่งถ้าทุกฝ่ายช่วยกันดูแลผืนป่าแห่งนี้ให้สวยงามอย่างนี้ไว้ได้รับรองว่าจะเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศชาติและจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนต้นไม้แปลกๆนั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติสร้างสรรค์


yengo หรือ buzzcity

แปลก! ผึ้งมิ้มทำรังในตะแกรงหน้ารถจักรยาน

แปลก! ผึ้งมิ้มทำรังในตะแกรงหน้ารถจักรยาน


ผึ้งมิ้ม ประหลาด! ทำรังในตะแกรงหน้ารถจักรยานนานกว่า 4 เดือน แต่ไม่เคยทำร้ายใคร พระสงฆ์ ระบุ เป็นเรื่องที่ดี

ที่ร้านอุดมฤกษ์จักรยาน ตั้งอยู่เลขที่ 199 ม. 4 บ้านหมื่นสังข์ ต.บัวเชด อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ มีผึ้งมิ้ม เข้าไปสร้างรังภายในตะแกรงหน้ารถจักรยานปั่น ซึ่งจอดตั้งขายภายในร้านมานานกว่า 4 เดือนแล้ว โดยไม่เคยต่อยและทำร้ายใคร ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านและลูกค้าก็ตาม แถมยังมีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนมากขึ้น และต่างพากันเข้ามาดูความแปลกประหลาดของผึ้งมิ้มที่พากันมาทำรังในตะแกรงหน้ารถจักรยานอย่างต่อเนื่อง และเป็นภาพที่แปลกตาแปลกใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

นางอนัญญา บัวจันทร์ อายุ 48 ปี เจ้าของร้าน กล่าวว่า ได้สอบถามไปทางพระสงฆ์ กลัวว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีหรือไม่เป็นสิริมงคลกับครอบครัว ซึ่งพระท่านก็ตอบว่า ดีแล้ว ที่ตรงนี้มันเย็น และที่บ้านไม่มีใครกินเหล้าสูบบุหรี่ จึงทำพิธีบ่ายศรีสู่ขวัญรับผึ้งมิ้มให้มาอยู่ด้วยกัน

ที่มา http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=398037

yengo หรือ buzzcity

เห็ดพ่นควัน

เห็ดพ่นควัน


นายแปลง ต่างใจ ชาวบ้านเพีย ต.น้ำสวย อ.เมืองเลย ชี้ให้ดูเห็ดประหลาด

ขึ้นติดอยู่กับต้นกระโดนปล่อยควันสีขาวๆ ออกมา ผู้คนแห่มาขอเลขเด็ดตามสูตร ขณะที่เกษตรจังหวัดคาดว่าเป็นเห็ดหลินจือพันธุ์หนึ่ง ส่วนควันขาวๆ ก็คือสปอร์

วันที่ 15 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ป่าบ้านเพีย ต.น้ำสวย อ.เมืองเลย จ.เลย มีเห็ดประหลาด

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประ มาณ 30 ซ.ม. ลักษณะคล้ายหอยแครง เป็นกาฝากติดกับต้นกระโดน มีควันไฟลอยออกมาตลอดเวลา มีชาวบ้านที่รู้ข่าวพากันมาดู โดยเฉพาะในตอนกลางคืนจะมีนักเสี่ยงโชคนำธูปเทียนมาจุดขอหวย และนำเอาน้ำหอมมาพรมให้ด้วย ทั้งนี้ เกษตรจังหวัดให้ข้อมูลว่า เห็ดดังกล่าวน่าจะเป็นเห็ดหลินจือสายพันธุ์หนึ่ง ที่มักขึ้นในต้นไม้ที่มีโพรง


yengo หรือ buzzcity

จัดงานศพหลอก'มัจจุราช'อาการมะเร็งดีขึ้น

จัดงานศพหลอก'มัจจุราช'อาการมะเร็งดีขึ้น


ลำปางฮือฮาจัดงานศพหลอกมัจจุราชให้แม่เฒ่าวัยดึก หลังนอนป่วยเป็นโรค โรคมะเร็งปากมดลูก โรค เบาหวาน โรคความดัน นอนซมนานกว่า 13 ปี แล้วการอาการหายวันหายคืน เกือบหายเป็นปกติ

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าที่บ้านเลขที่ 340 หมู่ 8บ้านสบตุ๋ย ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง ได้จัดพิธีสืบชะตาหลวงให้กับนางกุหลาบชื่อใหม่ เดิมชื่อนางสุภาพ ชุมดวง อ ายุ 80 ปี หลังจากนางกุหลาบป่วยมานานกว่า 13 ปี แต่ตอนนี้ร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรงดี ทานข้าวได้ปกติ สามารถเดินไปไหนมาไหนได้สะดวก โดยมีลูก หลานญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านในหมู่บ้าน ได้มาร่วมทำบุญสืบชะตาหลวงและมาแสดงความยินดีกับนางกุหลาบจำนวนมาก ซึ่งนางกุหลาบได้เดินไปทักทายแขกที่มาร่วมงานหลังจากนั้นนางกุหลาบโชว์ร้องเพลงมนต์เมืองเหนือที่ชอบมากให้กับแขกผู้มีเกียรติฟังอีกด้วย

สืบเนื่องมาจากวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้มีกาจัดงานศพหลอกที่วัดสบตุ๋ย ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตมีแต่โลงศพเปล่าเพื่อหลอกให้มัจจุราชมารับตัวรับวิญญาณไปก่อน โดยทางเจ้าภาพจัดเตรียมรูปหน้าศพของนางกุหลาบเหมือนงานศพทุกอย่าง โดยนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ ประกอบพิธีทางศาสนาเหมือกับงานศพทั่วไปทุกอย่าง ก็มีการสวดและเลี้ยงภัตตาหารเพลพระสงฆ์ ในช่วงบ่ายวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็เคลื่อนโลงศพ พร้อมรูปหน้าศพและข้าวของเครื่องใช้ ไปทำการ ฌาปนกิจศพที่สุสาน วัดม่อนกระทิง ต.บ่อแฮ้ว เมืองลำปาง หลังจากนั้น อาการป่วยของคุณแม่ดีขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งมีการทำพิธีสืบชะตาดังกล่าว

การทำพิธีจัดงานศพแบบหลอกนี้ สืบเนื่องจากนางกุหลาบป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก โรคเบาหวาน โรคความดัน และนอนป่วยรักษาตัวอยู่มานากว่า 13 ปี

yengo หรือ buzzcity

ฮือฮา! ควายตกลูกแปลก ผิวหนังเป็นเกล็ด ชาวบ้านแห่ขอโชค

ฮือฮา! ควายตกลูกแปลก ผิวหนังเป็นเกล็ด ชาวบ้านแห่ขอโชค


ชาวนครพนมแตกตื่น แม่ควายพันธุ์ไทยตกลูกแปลกประหลาด มีผิวหนังเป็นเกล็ด ชาวบ้านแห่ขอโชคลาภตามระเบียบ เชื่อเป็นสิริมงคล...

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากชาวบ้านร่ำลือว่า ชาวบ้านวังโพธิ์ หมู่ 5 ต.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม แตกตื่นหลังทราบข่าว พบแม่ควายพันธุ์ไทยตกลูกออกมามีลักษณะแปลกผิดธรรมชาติ โดยมีผิวหนังคล้ายเกล็ดปลา จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 5 บ้านวังโพธิ์ ต.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม ทราบชื่อเจ้าของบ้าน คือ นายบุญโชค ราชสินธ์ อายุ 65 ปี ซึ่งภายในบริเวณบ้าน พบชาวบ้านกำลังพากันแห่มาดูลูกควายประหลาด ผิวหนังผิดธรรมชาติอย่างคึกคัก บางคนเชื่อเป็นโชคลาภ พากันเอาดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้หวังได้โชค และนำแป้งมาโรย ขอหวยตามความเชื่อชาวอีสาน

จากการสอบถามนายบุญโชค เจ้าของควายแปลก เล่าว่า ตนได้เลี้ยงแม่ควายพันธุ์ไทยตัวนี้ มาประมาณ 3 ปีแล้ว ตั้งชื่อว่าหมูตอน ซึ่งเป็นควายพันธุ์ไทยสีดำ และได้ตกลูกออกมาครั้งแรก เป็นเพศเมีย แต่มีลักษณะผิดธรรมชาติจากควายทั่วไป คือมีผิวหนังเป็นลักษณะคล้ายเกล็ดปลาขนาดใหญ่สีดำ ส่วนลักษณะทั่วไปมีสีดำ และมีรูปร่างเหมือนควายทั่วไป มีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติ ความสูงประมาณ 70 เซนติเมตร ความยาวลำตัวประมาณ 90 เซนติเมตร เชื่อว่าเป็นลูกควายแปลกที่เกิดมาให้โชคลาภ ตามความเชื่อชาวบ้าน ได้นำขันธ์ห้า ดอกไม้ธูปเทียนมารับขวัญรับโชค เพราะถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว บางคนก็นำแป้งไปทาหาเลขไปเสี่ยงโชค โดยตนได้ตั้งชื่อว่า เจ้าสินสมุทร และตนจะไม่ขายจะเลี้ยงไปจนตาย

ด้านคุณยายสมร มีสิมมา อายุ 64 ปี ชาวบ้านวังโพธิ์ ต.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม กล่าวว่า ควายที่มีลักษณะแบบนี้ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย ถือว่าแปลก เพราะสภาพผิวหนังมีลักษณะเป็นเกล็ด เป็นลายมีร่องลึก เชื่อว่าเป็นควายแปลกที่มาให้โชคลาภ ชาวบ้านที่พบเห็นต่างพากันนำดอกไม้มาบูชา และนำแป้งมาทาเสี่ยงหาโชคลาภตามความเชื่อ ส่วนใครจะได้โชคลาภ ก็แล้วแต่วาสนาของแต่ละบุคคล


yengo หรือ buzzcity

ชาวกาฬสินธุ์ฮือฮาพบหินเหล็กไหลถูกฝังในวัดศักดิ์สิทธิ์

ชาวกาฬสินธุ์ฮือฮาพบหินเหล็กไหลถูกฝังในวัดศักดิ์สิทธิ์



กาฬสินธุ์ - เจ้าอาวาสวัดป่าแดนนาบุญ กาฬสินธุ์ นำพระเกจิและชาวบ้านประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ หลังนิมิตแปลกและเกิดปรากฏการณ์ประหลาดตั้งแต่ช่วงเข้าพรรษา เพื่อพิสูจน์ความจริงก่อนขุดพบก้อนหินประหลาดน้ำหนัก 20 กิโลกรัม สีเหลืองแก่ ขณะที่เนื้อในมีสีเขียวเข้ม ชาวบ้านฮือฮาเชื่อเป็นหินเหล็กไหล ตั้งใจเก็บรักษาเป็นวัตถุมงคลประจำวัด

ที่วัดป่าแดนนาบุญ บ้านวังยูง หมู่ 5 ตำบลลำพาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ พระวิพัฒน์ อธิปัญญา รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าแดนนาบุญ พร้อมพระเกจิ 7 รูป ได้ร่วมกันประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เพื่อพิสูจน์ความจริงในสิ่งที่เกิดจากการนิมิตและเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในบริเวณวัด โดยมี ดร.คูณ เครือวรรณ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ สำนักงานวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมผู้นำชุมชน ชาวบ้าน แต่งชุดขาวเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

พระวิพัฒน์ อธิปัญญา รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าแดนนาบุญ กล่าวว่า นับตั้งแต่เข้าพรรษาปีนี้เป็นต้นมารู้สึกว่าภายในบริเวณวัดจะมีเสียงแปลกๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก โดยเฉพาะในวันพระ ที่พระเณรและญาติโยมที่มาทำบุญ ปฏิบัติธรรม รวมทั้งชาวบ้านที่ทำนาในละแวกนี้จะได้ยินเสียงดังคลายเสียงตีกลองเพลดังขึ้นภายในบริเวณวัดเป็นระยะ แต่จับจุดไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหนหรือเกิดจากวัตถุใด

ในขณะที่เวลากลางคืนที่นั่งสมาธิก็จะมีความผิดปกติเกิดขึ้นในมโนจิต ที่มักจะนิมิตเห็นภาพวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง สัณฐานเป็นแท่งยาวประมาณ 1 ฟุต เปล่งรังสีแสงเหลืองอมเขียว ทำทีจะโผล่ขึ้นมาจากผิวดินหน้ากุฏิแล้วลับหายไป แล้วมีภาพของพระภิกษุรูปหนึ่งปรากฏแทนที่ ซึ่งพระรูปนี้คือหลวงพ่อสมบูรณ์ อคฺเตโช เป็นพระเกจิที่เคร่งในวิปัสสนากรรมฐาน อดีตเคยธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดนี้ ก่อนที่จะจาริกท่องธุดงค์ไปตามวิถีของท่านเมื่อปี 2538

พระวิพัฒน์กล่าวอีกว่า ในพรรษาปีนี้ ผ่านวันพระมาแล้ว 4-5 ครั้ง เสียงดังก็ยังได้ยินอย่างต่อเนื่อง และยังนิมิตเห็นวัตถุประหลาดสลับกับภาพหลวงพ่อสมบูรณ์วนเวียนอยู่อย่างนั้นเรื่อยมา ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กับพระลูกวัดและญาติโยมว่าเกิดจากอะไร ได้แต่สงสัยหาข้อสรุปไม่ได้

“เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายอีกอย่าง เมื่อไม่กี่วันมานี้มีกิจนิมนต์ไปต่างจังหวัด ได้พบกับหลวงพ่อสมบูรณ์โดยบังเอิญ ทราบว่าปัจจุบันจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในเขต อ.เซกา จ.หนองคาย จึงได้เล่าความเป็นไปให้ท่านฟัง ท่านได้พูดเป็นปริศนาว่า ก่อนที่จะธุดงค์จากวัดป่าแดนนาบุญเมื่อ 17 ปีก่อน ได้ฝังของดีบางอย่างไว้ เนื่องจากมีน้ำหนักมากไม่สะดวกในการพกติดตัว จึงได้ฝังไว้เป็นสมบัติของวัด จากการที่เกิดเหตุการณ์แปลกๆ ดังกล่าว เป็นเพราะว่าถึงเวลาที่ของดีนั้นอยากจะออกมาจากการถูกฝังในดินก็อาจเป็นได้ ขอให้ใช้วิจารณญาณดูเอง”

พระวิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อนำคำพูดของหลวงพ่อสมบูรณ์มาบอกเล่าให้พระเณรและญาติโยมฟัง จึงมีมติที่จะพิสูจน์ความจริงกัน โดยประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์บริเวณหน้ากุฏิ ตรงจุดที่นิมิตเห็น มีการสวดมนต์บอกกล่าวรุกขเทวา พระภูมิเจ้าที่ ก่อนทำการขุดค้นหาของดีที่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร ซึ่งต่างก็ลุ้นด้วยใจระทึก

กระทั่งถึงความลึกประมาณ 1 เมตร จอบที่ใช้ขุดก็กระทบกับวัตถุอย่างหนึ่งเข้า ลักษณะเป็นแท่งยาวประมาณ 1 ฟุต เมื่อนำขึ้นมาจึงรู้ว่าเป็นก้อนหินแข็งสีเหลืองแก่ น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ทุกคนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีรูปพรรณสัณฐานเหมือนที่พระวิพัฒน์นิมิตเห็น และจากร่องรอยที่ถูกคมจอบกระทบ ทำให้มองเห็นเนื้อในแท่งหินนั้นสีเขียวเข้มอย่างมรกต ขณะที่ชาวบ้านที่มุงดูต่างรู้สึกตื่นเต้นเห็นเป็นของแปลก จึงให้ชื่อว่าหินเหล็กไหล ซึ่งเบื้องต้นได้นำไปทำความสะอาด และจะเก็บรักษาไว้เป็นของดีประจำวัดให้ชาวบ้านได้กราบไหว้บูชาเป็นวัตถุมงคลประจำวัดต่อไป

อย่างไรก็ตาม วัดป่าแดนนาบุญได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านท้องถิ่นนี้เชื่อว่าเจ้าที่เฮี้ยน เป็นที่สถิตของรุกขเทวดา มีบริวารเป็นพญานาคราช พญาเต่าพันปี เคยมีคนลบหลู่เข้ามาล่าสัตว์และลอบเข้ามาตัดไม้แล้วเจอดีแทบเอาชีวิตไม่รอด

จึงไม่มีใครกล้าบุกรุก ทำให้คงมีสภาพร่มรื่น อุดมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมกรรมฐานของพระสายวิปัสสนา และผู้แสวงหาความสันโดษเป็นอย่างมาก

yengo หรือ buzzcity

บัตรประชาชนพิลึกแจ้งเกิดวันที่ 30 ก.พ.

บัตรประชาชนพิลึกแจ้งเกิดวันที่ 30 ก.พ.



เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานด้านหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองอรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและข้าราชการในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ เพื่อรับนโยบายการทำงานจาก นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.สระแก้ว โดยระหว่างที่กำลังรอต้อนรับผู้ว่าราชการอยู่นั้น ได้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในกลุ่มข้าราชการที่มาประชุม กระทั่งหลังจากสอบถามจึงพบว่าต้นตอของเรื่องอยู่ที่ นายสังเวียน ขุนเจริญ อายุ 53 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.คลองทับจันทร์ ที่ยืนโชว์บัตรประชาชนของตนเองระบุว่า อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 3 ต.คลองทับจันทร์ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เกิดวันที่ 30 ก.พ.2503 ซึ่งวันดังกล่าวไม่มีปรากฏอยู่ในปฏิทินทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ

นายสังเวียน กล่าวว่า ตนเกิดที่บ้านโนนหมากมุ่น ต.โนนหมากมุ่น กิ่ง อ.โคกสูง จ.ปราจีนบุรี เมื่อปี พ.ศ.2503 (ปัจจุบันเป็น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว) โดยในใบเกิดที่บิดาและมารดาไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ระบุว่า ตนเกิดวันที่ 30 ก.พ.2503 ต่อมาพออายุครบตามเกณฑ์ได้ไปทำบัตรประจำตัวประชาชนที่กิ่งอำเภอโคกสูง จ.ปราจีนบุรี ในขณะนั้นอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ทำบัตรให้ ระบุวันเกิดวันที่ 30 ก.พ.2503 เหมือนเช่นเดิม แต่ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก เพราะไม่ได้เห็นถึงความสำคัญ

นายสังเวียน กล่าวต่อว่า จากนั้นได้ย้ายมาอยู่ที่ ต.คลองทับจันทร์ อ.อรัญประเทศ และใช้ชีวิตตามปกติ กระทั่งเมื่อปี 51 ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.คลองทับจันทร์ ให้รับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งขณะที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้เข้าเรียนที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน(ก.ศ.น.) ในระดับชั้น ป.5 – ป.6 แต่พอเรียนจบทางศูนย์ได้แจ้งให้ทราบว่า ไม่สามารถออกวุฒิการศึกษาให้ได้ เนื่องจากข้อมูลทางทะเบียนประวัติไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่มีชื่อของตนอยู่ในสารบบ ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับวุฒิการศึกษา ส่วนตัวมีความทุกข์ใจอย่างมาก เนื่องจากมีตำแหน่งหน้าที่การงานแต่ไม่สามารถไปติดต่อราชการหรือทำธุรกรรมกับธนาคารได้เลย เพราะวันเกิดไม่มีในปฏิทิน นอกจากนี้ยังถูกเพื่อนล้อว่าจัดงานวันเกิดให้ไม่ได้ จัดได้เฉพาะงานวันตายเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม จะรีบแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขต่อไป.

yengo หรือ buzzcity

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

ชาวบ้านตะลึง!!! พบหัวช้างกลายเป็นหิน กลางลำห้วยกระเสียว จ.สุพรรณบุรี

ชาวบ้านตะลึง!!! พบหัวช้างกลายเป็นหิน กลางลำห้วยกระเสียว จ.สุพรรณบุรี



วันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านวังน้ำโจน ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ ชาวบ้านแห่ดู หัวช้างกลายเป็นหิน ชาวบ้านเชื่ออายุเก่าแก่ของคู่ป่าแห่งนี้ เชื่อเป็นศิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง นายยัง หอมยามเย็น บ้านเลขที่ 217/2 หมู่ที่ 3 ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี

เล่าว่าตนเองพบเห็นตอไม้เป็นรูปหัวช้างในลำห้วยกระเสียว จนกระทั่งปริมาณน้ำในลำห้วยกระเสียวลดลงอย่างต่อเนื่อง ภาพหัวช้างยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆทำให้เห็นว่ามันไม่ใช่ตอไม้ มันมีลักษณะเหมือนหัวกะโหลกช้าง จึงเรียกเพื่อนบ้านมาดู ทุกคนก็เอ่ยปากเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นหัวกะโหลกช้าง เพราะเหมือนมีงวง มีฟัน เป็นสภาพหัวกะโหลกที่ชัดเจน แต่เนื่องด้วยอาจตายมาเป็นเวลานานแล้ว จึงกลายสภาพเป็นหินแข็ง เพราะฝังอยู่ในดิน ตนจึงช่วยกันขุดเอามาเก็บไว้ที่บ้านเพื่อกราบไหว้บูชาเชื่อว่าช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองเพราะในอดีตลำห้วยกระเสียวจะเป็นป่ารกทึบ อาจมีช้างป่ามากินน้ำในลำห้วยกระเสียวแล้วตายในลำห้วยแต่นานมากจนชั้นหินชั้นดินทับจนเป็นหัวช้างเป็นหินอย่างที่พบ


yengo หรือ buzzcity

แห่พิสูจน์หินประหลาดลอยน้ำได้ อ้างช่วยหายป่วยจากโรค!! นักวิทย์คาดเป็นหินพัมมิส

แห่พิสูจน์หินประหลาดลอยน้ำได้ อ้างช่วยหายป่วยจากโรค!! นักวิทย์คาดเป็นหินพัมมิส



วันที่ 10 ก.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด นครพนม ได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน อ.ธาตุพนม ว่ามีผู้ครอบครองหินประหลาด โดยมีเสียงร่ำลือว่าสามารถลอยน้ำได้ จึงเดินทางไปพิสูจน์กันเป็นจำนวนมาก ที่บ้านหมู่ 3 ต.ธาตุพนมเหนือ ซึ่งเป็นบ้านของนายณัฐสิทธิ์ ฉันทะพจน์ วัย 49 ปี หัวหน้าส่วนสวัสดิการและสิ่งแวดล้อม อบต.พระกลางทุ่ง พบชาวบ้านจุดธูปกราบไหว้หินสีน้ำตาล เป็นรูพรุน ขนาดเท่ากำปั้น น้ำหนักประมาณ 2.5 กรัม ที่นายณัฐสิทธิ์ เจ้าของหินก้อนดังกล่าว นำมาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวชมและร่วมพิสูจน์

โดยนายณัฐสิทธิ์ ได้นำขวดโหลใส ภายในมีน้ำเปล่าเกือบเต็มขวดโหล พร้อมกับก้อนหินซึ่งห่อด้วยผ้ายันต์สีแดง นำหินมากดให้จมน้ำ 3-4 ครั้ง โดยทำซ้ำกันสาธิตให้ดู ปรากฏว่าแม้จะจับให้จมน้ำสักกี่ครั้ง หินก้อนนี้ ก็ยังคงลอยโผล่ลอยเหนือน้ำ สร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็น ขณะที่ชาวบ้านหลายรายต่างยกหินอธิษฐานขอพร หลังมีความเชื่อส่วนตัวว่าเป็นหินศักดิ์สิทธิ์

นายณัฐสิทธิ์ กล่าวว่า พื้นเพเป็นชาว อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ขณะวัย 9 ขวบ ได้ไปเดินเล่นที่หาดทรายริมฝั่งโขงกับบิดาและมารดาขณะไปดูแลไร่ยาสูบ เท้าขวาได้เตะสะดุดเข้ากับวัตถุนึกว่าขี้ควายแห้ง เมื่อเห็นว่าเป็นหิน จึงก้มเก็บหินก้อนนี้ใส่กระเป๋านำกลับบ้าน ก่อนนำมาโยนใส่โอ่งน้ำหลังบ้าน รุ่งเช้ามาดูอีกครั้ง หินกลับลอยขึ้นมาเหนือน้ำ จึงเก็บรักษาหินก้อนดังกล่าวเรื่อยมา กระทั่งเข้าเรียนชั้น ม.3 ได้นำหินให้อาจารย์สอนวิทยาศาสตร์คนหนึ่งดู ระบุว่าเป็นหินชนิดหนึ่ง

เจ้าของหินประหลาด เล่าต่อว่า ตนเคยฝันบ่อยครั้งว่ามีผู้หญิงโบราณผิวดำ มวยผม มีผ้าพันอกสวมใส่ผ้าถุงมาเข้าฝัน จูงมือตนชวนไปเล่นที่ริมฝั่งโขง จะพาลงไปเล่นน้ำ ตนจึงบอกว่าหายใจไม่ออก ผู้หญิงโบราณคนดังกล่าวยังบอกว่าให้รักษาหินไว้ อย่านำไปทำอย่างอื่นที่ไม่ดีเด็ดขาด

นายณัฐสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันจึงเก็บหินไว้ในหิ้งพระเรื่อยมา ก่อนอธิษฐานขอให้สอบบรรจุและได้เป็น จนท.ปกครอง อ.ธาตุพนม ก่อนโอนย้ายมาที่ อบต.ดังกล่าว ขณะรับราชการบรรจุใหม่ๆ ตนป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี กินยารักษาหมอแผนปัจจุบันไม่หาย มารดาจึงทักว่ามีหิน จึงต้มยาหม้อสมุนไพร หลังน้ำต้มเย็นลง จึงลองเอาหินจุ่มในน้ำก่อนดื่มกิน ปรากฏว่ารุ่งเช้าปัสสาวะที่เคยมีสีขุ่น กลับใส รอดตายจากโรคดังกล่าว และมีสุขภาพแข็งแรงตามลำดับ

หลังข่าวแพร่สะพัดไป ได้มีชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ในตัวจังหวัดแห่ไปกราบไหว้ โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่หลายราย ต่างยกหินขึ้นท่วมหัวและอธิษฐานขอพรให้มีโชคลาภ ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน โดยนายณัฐสิทธิ์ กล่าวเสริมด้วยว่า มีผู้ป่วยใกล้บ้านเป็นโรคปอด ขอยืมหินไปจุ่มน้ำต้มสมุนไพร แต่ไม่รู้ว่าหายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสุขภาพและความเชื่อของแต่ละบุคคล

ด้านนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่ง ระบุว่า หินประหลาดก้อนนี้ คาดว่าน่าจะเป็นหินพัมมิส ลักษณะเนื้อเป็นฟองและเบา มีเนื้อสีจางและสีขาวมีรูพรุนเล็กๆ จนบางครั้งสามารถลอยน้ำได้ ถ้าใช่อาจเกิดจากหินลาวาที่มาเรียงตัวบนพื้นผิวโลก พบมากในจังหวัดที่มีภูเขาไฟ เช่น จ.บุรีรัมย์ และหินชนิดนี้มีการนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย นำมาใช้ฟอกกางเกงยีนส์ ซึ่งพบว่าในโลกนี้มีหินลอยน้ำได้ แต่ต้องนำมาพิสูจน์เสียก่อน

yengo หรือ buzzcity

พบสองพี่น้องเมืองคอน ตาเพชร

พบสองพี่น้องเมืองคอน ตาเพชร



สุดทึ่งพบสองพี่น้องวัย 6 ขวบ และ 1 ขวบครึ่ง ชาว อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มีดวงตาแปลกประหลาดเป็นสีฟ้าส่องประกายแวววาว คล้าย 'ตาเพชร' เผยมีลักษณะพิเศษ มองเห็นในความมืดได้อย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า พบสองพี่น้องตาเพชร ที่บ้านเลขที่ 31/4 หมู่ 1 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบ ด.ญ.เนตรนภา จันทร์สม หรือ น้องเนตร อายุ 6 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านควนประชาสรรค์ และ ด.ช.ณัฐวัฒน์ จันทร์สม หรือ น้องณัฐ น้องชายอายุ 1 ขวบครึ่ง ทั้งนี้ในเบื้องต้นพบว่า น้องเนตร มีดวงตาข้างขวาในจุดที่เป็นตาดำ กลับเป็นสีฟ้าส่องประกายแวววาว หรือที่คล้ายกับ “ตาเพชร” ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่พบในสัตว์เลี้ยงประเภทแมวและสุนัข ส่วนดวงตาข้างซ้ายมีลักษณะเป็นตาเพชรประมาณเกือบครึ่งดวงตา ในขณะที่ดวงตาของ น้องณัฐ ข้างซ้ายเป็นสีฟ้าเข้มชัดเจนกว่าของพี่สาว สำหรับดวงตาข้างขวามีลักษณะตาเพชรเหมือนดวงตาข้างซ้ายเกือบครึ่งดวงตาเช่นกัน

ด้าน นายวุฒิพงศ์ จันทร์สน อายุ 33 ปี และ นางเสาวลักษณ์ โอมประพันธ์ อายุ 27 ปี สองสามีภรรยา อาชีพทำสวนยางพารา และเป็นพ่อแม่ของสองหนูน้อยตาเพชร เปิดเผยว่า น้องเนตร และ น้องณัฐ คลอดที่ รพ.ทุ่งใหญ่ โดยหลังจากน้องเนตรเกิด ก็สังเกตเห็นความผิดปกติของดวงตาข้างขวา เป็นขีดสีขาวสลับกับสีฟ้าจางๆ เมื่อออกจากโรงพยาบาลก็เห็นความผิดปกติชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หากดูทั่วๆไปเหมือนกับน้องเนตรมีดวงตาพิการ คล้ายคนเป็นต้อกระจก จึงทดลองใช้พลาสเตอร์ปิดตาข้างซ้าย เพื่อดูว่าตาขวาของน้องเนตรมองเห็นหรือไม่ ซึ่งพบว่าน้องเนตรมองเห็นเป็นปกติ ไม่มีปัญหาเรื่องการมองเห็นแต่อย่างใด ทั้งนี้ได้พา น้องเนตร ไปพบแพทย์ที่ รพ.ทุ่งใหญ่ และคลินิกจักษุแพทย์ที่ อ.ทุ่งสง ซึ่งแพทย์ระบุว่า ดวงตาน้องเนตรไม่เป็นอันตราย ไม่มีปัญหาในเรื่องการมองเห็น เพราะความผิดปกติเป็นแค่ในส่วนของเลนส์ดวงตานอก ไม่เกี่ยวกับดวงตาดำ แต่แพทย์ก็อธิบายไม่ได้เกิดจากสาเหตุอะไร จนเมื่อคลอดน้องณัฐ ก็พบว่าดวงตาข้างซ้ายมีอาการคล้ายกับน้องเนตรอีก และเท่าที่ตนและคนในครอบครัวสังเกตเห็นความพิเศษของน้องเนตรและน้องณัฐ คือ ทั้งคู่สามารถมองเห็นในความมืดได้อย่างชัดเจนต่างจากคนอื่นทั่วๆไป แต่อย่างไรก็ตามตนอยากให้ผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตา ช่วยอธิบายข้อข้องใจเกี่ยวกับดวงตาของลูกทั้งสองว่า เกิดมาจากสาเหตุอะไร จะเป็นอันตรายในอนาคตหรือไม่



yengo หรือ buzzcity

ฮือฮา กล้วยเศรษฐีร้อยหวีพันลูก แห่ขอหวยตามระเบียบ

ฮือฮา “กล้วยเศรษฐีร้อยหวีพันลูก” แห่ขอหวยตามระเบียบ




วันนี้ (15 ก.ค.55) ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบต้นกล้วยประหลาดออกเครือหลายร้อยหวี รวมหลายพันลูก มีความยาวประมาณ 2 เมตร ที่บริเวณหน้าบ้านของนางสิริกร เติมกล้า อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นร้านขายไก่หมุนสวนโมกและอาหารตามสั่ง ถนนสายสุรินทร์-ศรีขรภูมิ เลขที่ 75 ม.16 บ.จะแกโกน ม.16 ต.สลักได อ.เมืองสุรินทร์ จึงเดินทางไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงพบชาวบ้านับสิบคนต่างพากันนำดอกไม้ธูปเทียนมาเซ่นไหว้บูชา และขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล รวมทั้งขอเลขเด็ดตามระเบียบเนื่องจากใกล้ถึงวันหวยออกแล้ว ขณะที่บางคนถึงกับเอาแป้งมาทาที่บริเวณปลีกล้วยเพื่อหวังเลขเด็ดตามความเชื่อ

นางสิริกร เติมกล้า อายุ 49 ปี เจ้าของต้นกล้วยประหลาด กล่าวว่า กล้วยดังกล่าว เรียกว่ากล้วยร้อยหวี เพื่อนได้เอามาฝากปลูกไว้ที่หน้าบ้านมาเกือบ 10 ปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มปลูกต้นกล้วยก็มีการแตกหน่อ ออกพันธุ์สลับกันมาเรื่อย แต่พึ่งออกหวีร้อยหวีครั้งนี้เป็นเครือที่ 2 ตั้งแต่ปลูกมา ส่วนเพื่อนบ้านที่ขอไปปลูกก็ไม่เคยมีใครปลูกได้โตมีแต่ล้มตายหมด เป็นพันธุ์ที่ปลูกยากมาก ส่วนเครือกล้วยดังกล่าวพึ่งมีการออกลูกมาได้เข้าเดือนที่ 3 แล้ว

ขณะที่ลูกค้าและเพื่อนบ้านที่มาซื้อกับข้าวต่างก็อดสงสัยที่จะถามว่ากล้วยอะไรถึงได้มีลูกดกขนาดนี้ ตนก็บอกไปว่าเป็นพันธุ์ “กล้วยเศรษฐีร้อยหวีพันลูก” ซึ่งตนจะไม่ตัดหรือเก็บออกไปจนกว่าจะสุกหรือล้มตายไปเอง เพราะเชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

ซึ่งหลังจากที่กล้วยออกลูกมา ตนรู้สึกว่าร้านของตนขายไก่หมุนและอาหารต่างๆดีขึ้นมาก ส่วนชาวบ้านต่างพากันมาเซ่นไหว้เพื่อขอเลขเด็ดนั้น ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่ไม่กี่วันมานี้ตนฝันได้เลข 08 อีกด้วย ส่วนจำนวนหวีและผลนั้นตนเองนับไม่ครบสักที เพราะมีจำนวนมากเกินไปที่จะนับได้หมด นางสิริกรฯกล่าว


yengo หรือ buzzcity

วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557

พบกล้วยประหลาด! ผลมีสีชมพู กลางเมืองอุตรดิตถ์

พบกล้วยประหลาด! ผลมีสีชมพู กลางเมืองอุตรดิตถ์



นายสิทธิชัย จันเกิด เจ้าของบ้านที่พบกล้วยประหลาด ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พาผู้สื่อข่าวและชาวบ้านจำนวนมาก แห่ดูต้นกล้วยที่มีลักษณะแตกต่างไปจากกล้วยชนิดทั่วไป บริเวณริมรั้วคอนกรีตหลังบ้าน ซึ่งต้นกล้วยดังกล่าว มีลักษณะลำต้นสูงราว 170 ซม. โดยปกติผลกล้วยจะมีสีเขียวตอนดิบ เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แต่กล้วยต้นดังกล่าวผลเป็นสีชมพู มี 5 หวี โดยหวีที่ 1 3 และ 4 มีหวีละ 4 ผล ส่วนหวีที่ 2 และ 5 มี 5 ผล ขนาดของผลกล้วยมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ยาว 2-3 นิ้ว แต่ไม่ทราบว่าเป็นพันธุ์อะไร เพราะเป็นกล้วยที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ เพิ่งออกดอกและผลเป็นครั้งแรก ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างนำพวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียน มากราบไหว้ เพื่อขอเลขเด็ดในงวดหน้า

นายสิทธิชัย เล่าว่าได้เช่าบ้านหลังดังกล่าวมากว่า 1 ปี แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยู่บ้านเนื่องจากน้ำท่วม แต่หลังจากปีใหม่ได้สังเกตเห็นผลกล้วยออกมาเป็นลูกสีชมพูและมีผลใหญ่ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเห็นกล้วยที่มีผลสีชมพูมาก่อน

yengo หรือ buzzcity

วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2557

ฮือฮา สุนัขหน้าเหมือน คน ผู้คนแห่ปลื้มมากกว่า เด็ก

ฮือฮา สุนัขหน้าเหมือน คน ผู้คนแห่ปลื้มมากกว่า เด็ก



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ว่า เจ้าสุนัข"โทนิค" กลายเป็นสัตว์ที่ถูกกล่าวขานอย่างชวนอึ้งและฮือฮา เนื่องจากใบหน้าของมันคล้ายกับมนุษย์ โดยขณะนี้ มันมีอายุ 2 ปี และกำลังหาบ้านใหม่หลังได้รับการกู้ช่วยเหลือจากการถูกทิ้งจากหน่วยงานดูแล คุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ในเมืองมิสชอววาก้า รัฐอินเดียน่า ซึ่งบอกว่า เจ้าโทนิคเป็นสุนัขน้อยน่ารักที่พยายามจะสร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้คน และมันดีกับสุนัขตัวอื่น ๆ และไม่เป็นอันตราย และมันไม่นำมันไปอยู่ใกล้ ๆ เด็กได้เพราะคนจะปลื้มมันมากกว่า

นอกจากนี้ รายงานระบุว่า เจ้าโทนิค กำลังต้องการบ้านที่เต็มไปด้วยความอดทน โดยที่ผ่านมา มันถูกฝังไมโครชิฟ และได้รับการดูแลรักษาสุขภาพเป็นอย่างดี ทั้งนี้ สำหรับอัตราค่าบริจาคนำเจ้าโทนิคไปเลี้ยงมีราคา 250 ดอลลาร์ และจะต้องนำมันไปด้วยตัวเอง เพราะศูนย์ไม่รับส่งสัตว์ไปยังผู้บริจาคต้องการเลี้ยงสัตว์


yengo หรือ buzzcity

วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557

ตะลึง พบพระพุทธรูปบนต้นขี้เหล็กโบราณอายุกว่า 700 ปี

ตะลึง พบพระพุทธรูปบนต้นขี้เหล็กโบราณอายุกว่า 700 ปี



วันนี้ ( 10 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวประจำ จ.พะเยา ได้รับแจ้งจากนายเกษม วงศ์เรือง อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 61 หมู่ 12 บ้านสันป่างิ้ว ต.บ้านต๋อม อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ว่า พบรูปใบหน้าพระพุทธรูปบนต้นขี้เหล็กโบราณอายุกว่า 700 ปี ซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้าน ขณะทำบุญศาลาใหม่ให้ “เสี้ยวบ้าน” (ภาษาพื้นบ้านล้านนา หมายถึงเจ้าบ้าน หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องคุ้มครองบ้าน) จึงได้เดินทางไปดู พบว่ามีชาวบ้านกว่า 50 คนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นาๆ โดยที่บริเวณศาลาเอนกประสงค์ของหมู่บ้านยังมีเครื่องเสียงเปิดอยู่เหมือนกับงานเฉลิมฉลองอะไรสักอย่าง นอกจากนี้บริเวณใต้ต้นขี้เหล็กเก่าแก่ ก็มีศาลาลักษณะคล้ายศาลเจ้าทั่วๆ ไป ที่สร้างใหม่ มีการผูกริบบิ้นสายรุ้งห้อยใหม่เอี่ยม นอกจากนี้ยังมีคนใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปที่ต้นไม้อย่างต่อเนื่อง

นายนิรันดร์ แสวงงาม อายุ 53 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 บ้านสันป่างิ้ว ต.บ้านต๋อม ได้เล่าเรื่องราวที่เชื่อว่าเป็นอภินิหารของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน ว่า ขณะที่ตาน ( ทำบุญ ภาษาล้านนา) ศาลาหลังใหม่ให้ “เสี้ยวบ้าน” นายหาญณรงค์ แสงจันทร์ อายุ 43ปี คนในหมู่บ้านที่มาร่วมทำบุญ มองเห็นที่ต้นขี้เหล็กโบราณ ว่ามีรูปใบหน้าคล้ายคน ลักษณะเหมือนพระพุทธรูป พร้อมกับร้องบอกกันต่อๆ มา แล้วพากันไปดูก็เห็นเป็นใบหน้าพระพุทธรูป ลักษณะคนยืนตะแคงข้าง มีคาง มีปาก จมูก ดวงตา คิ้ว หน้าผาก และข้างบนเป็นเศียรพระ เมื่อทุกคนเห็นเหมือนกัน ต่างก็พากันนั่งลงกราบไหว้ ขอสุมาลาโทษ พร้อมกับขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อวามเป็นสิริมงคลให้เกิดโชคลาภ และคุ้มครองชาวบ้านสันป่างิ้ว และชาว ต.บ้านต๋อม สถานที่ตั้งของต้นขี้เหล็กโบราณ

นายนิรันดร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าที่จะทำบุญตานศาลาใหม่ ได้ฝัน มีพระมาบอกว่า บริเวณต้นขี้เหล็กต้นนี้ เดิมเป็นวัดเก่าชื่อทองแสนขัน ขอให้ช่วยกันบูรณะให้กลับคืนมาใหม่ แล้วชาวบ้านในพื้นที่ ต.บ้านต๋อม ตลอดจนชาวพะเยาจะอยู่เย็นเป็นสุข หลังจากฝันแล้วก็มาหารือกับผู้เฒ่าผู้แก่ ก็ทราบว่า บริเวณนี้น่าจะเป็นวัดเก่า เพราะมีพระพุทธรูปโบราณ และสิ่งที่บ่งบอกว่าเป็นวัตถุในวิหารวัดที่เป็นซากหักพังอยู่ในบริเวณดังกล่าวและที่ใต้ต้นขี้เหล็ก ซึ่งสอดคล้องกับที่ตนได้เก็บรวบรวมวัตถุโบราณทั้งแผ่นเสมาจารึก เศียรพระเก่า ไว้ที่วัดบ้านต๋อมใต้ และที่ศาลาเสี้ยวบ้าน

หลังมีข่าวแพร่สะพัดออกไปก็มีชาบ้านพากันมากราบไหว้ ขอพรจากพระพุทธรูปในต้นขี้เหล็ก ที่ขาดไม่ได้คือขอเลขเด็ด ซึ่งเป็นเลขที่ตนจับสลากรางวัลให้แก่ผู้ที่มาร่วมงาน และไปตรงกับการวัดรอบโค่นต้นขี้เหล็ก โดยใช้คนโอบ 5 คน วัดได้ 5.80 เมตร นอกจากนี้ยังตีวันนี้เป็นวันที่ 10 พระบนต้นไม้ตีเป็นเลข 9 อีกด้วย

ด้านพ่ออุ้ยหมื่น ดวงตา อายุ 76 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับต้นขี้เหล็ก กล่าวว่า สมัยที่ตนยังหนุ่ม ได้เห็นลูกแก้วเปล่งประกายเจิดจรัส ลอยอยู่รอบต้นขี้เหล็กทุกวันขึ้น 15 และวันเดือนดับแรม 15 ค่ำ โดยผู้ใหญ่สมัยนั้นบอกว่าเป็นลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ เมื่อพบเห็นให้ก้มลงกราบ ซึ่งตรงกับนายนิรันดร์ แสวงงาม ผญบ.หมู่ 12 ที่บอกว่า เมื่อประมาณ 8 ปีที่ผ่านมา ตนกลับจากงานศพในหมู่บ้านประมาณตี 2 ก็พบลูกแก้วสีขาวสว่างไสวเจิดจ้ากระจายรัศมีประมาณ 50 ซม.ลอยอยู่บริเวณต้นขี้เหล็ก แล้วค่อยๆ เล็กลงจนหายไปในต้นขี้เหล็ก

นายนิรันดร์ กล่าวว่า สิ่งที่เห็นในวันนี้เป็นการแสดงอภินิหารของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มาแสดงให้ทุกคนได้เห็นกันอย่างพร้อมหน้า เพราะก่อนหน้าไม่มีใครเห็นภาพแบบนี้มาก่อน แม้แต่ช่วงที่มีการตัดกิ่งเพื่อสร้างศาลาใหม่ก็ไม่มีใครเห็น เชื่อว่าท่านคงจะมาให้โชคลาภพวกเรา ซึ่งต่อไปจะปรับปรุงสถานที่ให้ดูสะอาดเรียบร้อยและจะนำซากวัตถุโบราณที่มีอยู่มารวบรวมไว้ที่ศาลาใหม่แห่งนี้เพื่อให้ประชาชนกราบไหว้ ซึ่งรวมถึงจะติดตามพระพุทธรูปหินทรายที่ถูกนำไปจากต้นขี้เหล็กโบราณต้นนี้กลับคืนมา นายนิรันดร์ แสวงงาม ผญบ.บ้านสันป่างิ้ว กล่าว...

yengo หรือ buzzcity

วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

ฮือฮากุฏิเสาเดียววัดล้านขวด 2

ฮือฮากุฏิเสาเดียววัดล้านขวด 2



วันนี้ (13 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพระอาจารย์ประเสริฐ สุภาจาโร เจ้าอาวาสวัดป่าหนองดวน ว่า ที่วัดป่าหนองดวน (วัดล้านขวด 2) หมู่ 9 ต.หนองห้าง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ได้ก่อสร้างวัดโดยใช้ขวดแก้วนานาชนิดที่ใช้แล้ว มาประดับตกแต่งวัดอย่างสวยงาม จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงบริเวณวัดถึงกับตกตะลึง เนื่องจากศาลาการเปรียญ กุฏิพระ ห้องน้ำ หอระฆัง แม้แต่โรงครัวล้วนแล้วแต่สร้างด้วยขวดแก้วนานาชนิดนับล้านขวด อีกทั้งยังพบกุฏิเสาเดียว และกุฏิสองเสา ซึ่งทำจากปูนผสมขวด ดูแปลกหูแปลกตาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก จึงมีพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปต่างพากันแวะเวียนเข้ามาทำบุญและเที่ยวชมกันเป็นจำนวนมาก ไม่เว้นแต่ละวัน

พระอาจารย์ประเสริฐ กล่าวว่า การที่นำขวดทั้งหลายมาประดับตกแต่งวัดนั้น ก็เพื่อเป็นปริศนาสอนธรรมและเตือนสติญาติโยม เนื่องจากขวดเปรียบเสมือนของที่เขาทิ้งแล้ว ถ้าเป็นมนุษย์ก็เป็นคนที่เกเรสุดๆ ไม่มีที่ดี ไม่มีศีล ไม่มีธรรม แต่เมื่อเราเอามาหล่อหลอมขึ้นให้เหมือนกับคนมีศีล จากของทิ้งแล้ว เอามาเรียงเป็นลำดับ ก็จะสวยงามเหมือนกับคนมีศีล 5 ศีล 8 ส่วนลักษณะของการจัดวางขวดที่เอียงบ้าง หงายบ้าง คว่ำบ้างนั้น เป็นการสอนธรรม ความหมายของขวดวางคว่ำ มีความหมายทางธรรมว่า เป็นคนที่ไม่มีศีล ไม่ถือศีล สอนธรรมยังไงก็ไม่เข้าวัด ขวดเอียง มีความหมายคือ ขวดลักษณะนี้พระพุทธเจ้าจะไปแสดงธรรมโปรด และสามารถบรรลุธรรมได้ ส่วนกรณีตั้งขวดหงายขึ้น นั้น เปรียบเสมือนกับพระพุทธเจ้าเราบรรลุธรรม

นอกจากนี้ยังได้สร้างกุฏิเสาเดียว และกุฏิสองเสา เพื่อเตือนสติญาติโยม โดยกุฏิสองเสา เปรียบดังคนมีพระพุทธ และพระธรรม อยู่ในใจ ส่วนกุฏิเสาเดียว เปรียบดังคนที่มีจิตใจเป็นเป็นหนึ่ง อีกด้วย ซึ่งการก่อสร้างนั้นอาตมาและญาติโยมในพื้นที่ ได้ช่วยกันก่อสร้างขึ้น ตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบัน โดยขวดดังกล่าว ได้มาจากญาติโยมเอามาถวาย บางส่วนก็ได้ขอเขามา และเก็บจากข้างถนนมาบ้าง และหากญาติโยมที่มีขวดแก้วใช้แล้ว หรือทิ้งแล้ว สามารถเอามาบริจาคได้ที่วัดตลอดเวลา เนื่องจากยังขาดขวดในการก่อสร้างอีกเป็นจำนวนมาก.


yengo หรือ buzzcity

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

นักดนตรีสเปนไอเดียแปลก เอาบั้นท้ายสาว ๆ มาเคาะเป็นกลอง

นักดนตรีสเปนไอเดียแปลก เอาบั้นท้ายสาว ๆ มาเคาะเป็นกลอง



นักตีกลองทั้งหลายคงจะชื่นชอบการลงไม้เคาะจังหวะมันส์ ๆ อยู่แล้ว แต่นักดนตรีที่เรานำคลิปวิดีโอของเขามาฝากกันในวันนี้ ดูเหมือนว่าจะมันส์ และมีความสุ๊ขขขข มีความสุข กว่านักดนตรีคนไหน ๆ ในโลกใบนี้แน่ ๆ เอ้า เพราะอะไรไปดูกันครับ

นักดนตรีคนนี้มีนามว่านายจอร์จ เปเรซ กอนซาเลซ จากสเปน ได้ปิ๊งไอเดียแปลงเรือนร่างของหญิงสาวให้กลายมาเป็นเครื่องเคาะจังหวะมันส์ ๆ ได้อย่างน่าทึ่ง และส่วนที่กลายมาเป็นกลองนั้น ก็ไม่ใช่อวัยวะส่วนไหน คือบั้นท้ายของสาว ๆ 4 คนนั่นเอง ซึ่งถึงแม้ว่าเสียงของบั้นท้ายสาว ๆ แต่ละคนนั้น ฟังแล้วแทบจะไม่ได้ให้เสียงที่ต่างกันนัก แต่ลีลาการเคาะจังหวะของนายจอร์จนั้น แหม่.. มันทำให้การเคาะจังหวะของเขาดูมันส์ขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ขนาดที่คนดูยังเพลิ๊นนนนน เพลินไปด้วยจริง ๆ

อย่างไรก็ดี ไม่ต้องสงสัยว่าบั้นท้ายของสาว ๆ ทั้ง 4 คนนั้นจะเป็นของจริงหรือเปล่า เพราะท้ายคลิปเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มันเป็นบั้นท้ายจริง ๆ ครับ แน่นเปรี๊ยะขนาดนั้น แถมมีเสียงสาวที่พลีบั้นท้ายให้ตีเล่นเล็ดลอดออกมาด้วย ว่าแต่ตีซะแรงแบบนั้น คงเจ็บน่าดูเลยนะนั่น


yengo หรือ buzzcity

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

สุดเก๋สะเดาะเคราะห์นอนโลงศพลายเฟอร์บี้

สุดเก๋สะเดาะเคราะห์นอนโลงศพลายเฟอร์บี้



วันนี้(17ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดท่ามะปราง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ร่วมกับสมาคมกู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลก จัดพิธีนอนโลงศพสะเดาะเคราะห์ต่อดวงชะตา เสริมบารมี โดยจัดพิธีบริเวณหน้าเมรุวัดท่ามะปราง เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปที่มาร่วมนอนโลงสะเดาะเคราะห์ ได้บริจาคเงิน ทำบุญโลงศพและผ้าห่อศพ ตามแต่ศรัทธรา รายได้นำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุต่าง ๆ และผู้ยากไร้

โดยปีนี้ทางวัดมีแนวคิดสร้างความฮือฮา ไม่ตกกระแสฮิต โดยนำโลงศพที่มาใช้ในพิธี ซึ่งเป็นโลงศพบริจาคให้ผู้ยากไร้ มาเพิ่มสีสันด้วยการ นำรูปภาพตุ๊กตาเฟอร์บี้ หลากสีสัน ตุ๊กตาสัตว์เลี้ยงที่กำลังยอดนิยมในขณะนี้ มาติดไว้ที่ด้านข้างและบนฝาโลงศพ เพื่อดึงดูดความสนใจให้กับผู้ ที่มาร่วมพิธี สะเดาะเคราะห์ โดยเฉพาะเด็กๆ และวัยรุ่นที่มากับผู้ปกครองได้เป็นอย่างดี จนเด็กเล็ก ต่างยอมเข้าร่วมพิธี ลงไปนอนในโลงศพกับผู้ปกครองได้อย่างง่ายดาย โดยไม่หวาดกลัวแต่อย่างใด

พระธรรมธรอุดมศักดิ์ อุตฺตมสกฺโก รักษาการเจ้าอาวาสวัดท่ามะปราง เปิดเผยว่า ได้จัดพิธีนอนโลงสะเดาะเคราะห์เสริมชะตาบารมีให้กับประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกเป็นประจำทุกปี ปีละ 1 ครั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยจัดปีนี้เป็นปีที่ 6 แล้ว วัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญทำทาน การทำบุญโลงศพในครั้งนี้มีอานิสงค์มาก เป็นการสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ที่เสียชีวิต แต่ไม่มีโลงศพที่จะบรรจุร่าง และยังได้ช่วยเหลือชีวิตผู้ที่กำลังตกอยู่ในทุกขเวทนาจากการประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ด้วยอานิสงค์นี้จึงทำให้พุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมบุญนี้ พ้นจากเคราะห์กรรมทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นการสะเดาะเคราะห์ สืบชะตาชีวิตตัวเอง ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่เข้ามาเกาะกุมชะตาชีวิต ให้ชีวิตของตัวเองมีความเจริญก้าวหน้า มีโชคมีชัย การงานก้าวหน้ามั่นคง นอกจากนี้ การนอนโลงศพ ยังเป็นการทำพิธีเตือนสติพุทธศาสนิกชนให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่อยู่ในความประมาทอีกด้วย



yengo หรือ buzzcity

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557

ชาวบ้านฮือฮาหลวงพ่อหีบทอง-เท้าโผล่ แห่กราบไหว้วัดสุพรรณฯ

ชาวบ้านฮือฮาหลวงพ่อหีบทอง-เท้าโผล่ แห่กราบไหว้วัดสุพรรณฯ



เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่าที่วัดท่าโขลง ตำบลท่าระหัด อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ชาวบ้านแห่กราบไหว้หลวงพ่อหีบทอง ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปหนึ่งเดียวในจังหวัดสุพรรณบุรี และชาวบ้านบนบานสานกล่าวสิ่งใดมักสมความปรารถนาเสมอตามคำขอ

พระมหาสมชาย เตชพโล เจ้าอาวาสวัดท่าโขลง เจ้าคณะตำบลท่าระหัด ตำบลท่าระหัด อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเชื่อว่าวัดท่าโขลงสมัยก่อนเป็นป่าดงมีโขลงช้างเดินมาจากทิศตะวันออกลงมาสู่แม่น้ำท่าจีนเพื่ออาบกินน้ำ และข้ามไปทางทิศตะวันตกจนส่งผลให้เป็นล่องขนาดลึก ปัจจุบันอยู่ทิศใต้ของวัด ชาวบ้านเรียกกันว่าคลองท่าโขลง

สำหรับหลวงพ่อหีบทอง เป็นการสร้างพระพุทธรูปนอนไว้ในโลงทองสร้างจากปูนปั้นขนาดเท่าของจริง ประดิษฐานไว้ในอุโบสถมานาน และเท้าทั้งสองข้างโผล่พ้นออกมาจากโลงทอง ซึ่งเป็นที่ตื่นตาตื่นใจแก่ผู้พบเห็น เพราะในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ไม่มีการสร้างปั้นพระพุทธรูปชนิดนี้มาก่อนซึ่งมีการสร้างมาในสมัยโบราณ และหลวงพ่อหีบทองยังเป็นที่เคารพเลื่อมใส่แก่ผู้พบเห็นของประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ สำหรับพระพุทธรูปดังกล่าวเป็นพระปางหนึ่งที่อยู่ในคำสอนของศาสนาพุทธ

yengo หรือ buzzcity

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

ตื่นซากตัวประหลาด-คล้าย เอเลี่ยน

ตื่นซากตัวประหลาด-คล้าย เอเลี่ยน




ตื่นซากตัวประหลาดโผล่ราชบุรี ชาวบ้านผวาคล้ายเอเลี่ยน-ไดโนเสาร์ขนาดเล็ก เผยหนุ่มชาวนาไปเจออยู่โคนต้นไม้ เป็นซากแห้งขนาดความยาว 15 ซ.ม. สภาพไม่เน่าไม่เปื่อย เหมือนมัมมี่-กะโหลกยาว มีซี่โครงเรียงเป็นชั้นๆ มีกระดูกสันหลัง และเท้ามีหลายกีบ วอนผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบ-พิสูจน์ให้ชัดว่าเป็นซากสัตว์อะไรกันแน่

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งพบซากสัตว์ประหลาด ลักษณะคล้ายไดโนเสาร์ หรือมนุษย์ต่างดาว ที่บ้านเลขที่ 49 ม.5 ต.ห้วยยางโทน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ตรวจสอบพบนายชัยพล สว่างพื้น อายุ 30 ปี เจ้าของบ้าน กำลังนั่งดูซากสัตว์ประหลาด ลักษณะแห้ง ไม่เน่าไม่เปื่อย คล้ายมัมมี่ ตั้งแต่หัวจรดหางยาวประมาณ 15 ซ.ม. ลำตัวกว้างประมาณ 4 ซ.ม. กะโหลกยาวคล้ายวัว ลำตัวมีซี่โครงเรียงเป็นชั้นๆ มีกระดูกสันหลัง และเท้ามีหลายกีบ ซึ่งนายชัยพลได้เก็บไว้ในกล่องอย่างดี

นายชัยพลกล่าวว่า วันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมาขณะเดินไปดูที่นา ซึ่งอยู่ติดกับป่าละเมาะ พบซากลูกสัตว์ดังกล่าวบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ โดยปะปนอยู่กับใบไม้แห้ง เมื่อมองดูแล้วมีลักษณะประหลาด จึงเก็บมาให้ญาติๆ ดู หลายคนบอกว่าไม่เคยเห็น และบอกให้เก็บไว้ เพราะอาจจะให้โชค

ด้านชาวบ้านที่มาดูต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่า ลูกสัตว์ประหลาดดังกล่าวมีลักษณะคล้ายลูกหมู หรือลูกวัว แต่ตัวเล็กผิดปกติ บางคนบอกว่าคล้ายลูกไดโนเสาร์ โดยเฉพาะนายชัยพล บอกว่า ลักษณะคล้ายมนุษย์ต่างดาว เพราะมีลูกตาและหัวโต อยากให้หน่วยงานที่เชี่ยว ชาญมาพิสูจน์ว่าลูกสัตว์ประหลาดที่พบเป็นอะไรกันแน่


yengo หรือ buzzcity

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

สุพรรณฯฮือฮาอารมณ์ขัน ฮิปโปฯ 13 นักษัตร คนแห่ถ่ายรูป

สุพรรณฯฮือฮาอารมณ์ขัน ฮิปโปฯ 13 นักษัตร คนแห่ถ่ายรูป



วันที่ 21 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม หรือวัดเขาพระ ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

ชาวบ้านฮือฮาโดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่มาทัศนศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์อำเภออู่ทองทั้งในและนอกพื้นที่ เมื่อขึ้นเขาด้านบนบริเวณหลังเจดีย์ระหว่างเดินทางไปที่ถ้ำสิงโตทอง หรือถ้ำขุนแผนทางวัดจะมีการวางรูปปั้นจำนวน 13 ตัวเป็น 12 นักษัตร พร้อมบาตรเป็นจุดๆ ที่ให้สามารถทำบุญได้ เริ่มจากปีชวดรูปปั้นหนู ปีฉลูรูปปั้นวัว ปีขาลรูปปั้นเสือ ปีเถาะรูปปั้นกระต่าย ปีมะโรงรูปปั้นงูใหญ่ ปีมะเส็งรูปปั้นงูเล็ก ปีมะเมียรูปปั้นม้า ปีมะแมรูปปั้นแพะ ปีวอกรูปปั้นลิง ปีระการูปปั้นไก่ ปีจอรูปปั้นหมา ปีกุนรูปปั้นหมู และตัวที่ 13 เป็นรูปปั้นฮิปโปโปเตมัส ซึ่งเป็นตัวที่สร้างความฮือฮาแก่ประชาชนและเด็กนักเรียนนักศึกษาที่เดินทางมาเป็นอย่างมาก

นายพีระนนท์ รูปสำลี ผู้ช่วยมัคนายกวัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม หรือวัดเขาพระ ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

เปิดเผยว่า สำหรับรูปปั้นนักษัตรนั้นกรรมการวัดมีการนำขึ้นมาตั้งที่บริเวณยอดเขาเพื่อให้เป็นจุดสนใจและอยากให้ประชาชนทราบว่านักษัตรที่แท้จริงมีอะไรบ้างจึงมีการเพิ่มรูปปั้นสัตว์ ซึ่งเลือกนำรูปปั้นฮิปโปโปเตมัสซึ่งมีความน่ารักสวยงามมาใส่เพิ่มให้เป็น 13 ตัว ซึ่งสร้างความสนุกสนานฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะเด็กและประชาชนจะไปยืนถ่ายรูปที่บริเวณดังกล่าวและไม่มีที่อื่นหนึ่งเดียวที่พบที่วัดนี้ ถือเป็นจุดขายให้แก่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ทุกครั้งที่คนมาพบเห็นก็จะรู้ว่าฮิปโปโปเตมัสไม่ใช่นักษัตรทั้ง 12

นายภาคภูมิ จิตต์โสภณ ชาวบ้านอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า

ตนเดินทางมาดูเรื่องการลักลอบขุดพระมีวัดเขาพระที่มีการร้องเรียนของประชาชนเมื่อเดินทางมาสำรวจที่บริเวณถ้ำขุนแผน ระหว่างทางก็ได้พบกับนักษัตรแปลกๆ อย่างฮิปโปโปเตมัสถึงกับอึ้งเพราะไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อนสอบถามทางกรรมการวัด จึงทราบว่าเป็นอารมณ์ขันของกรรมการที่มีการสร้างตัวหลอกเพื่อให้เด็กๆ และประชาชนที่เดินทางมาที่วัดได้มีอะไรแปลกๆ ให้ดูบ้างก็ดีเหมือนกันเพราะไม่ได้เสียหายอะไรเลยแต่กลับเป็นจุดขายเสียด้วยซ้ำ

นายวิศรุต อินแหยม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า

สำหรับเรื่องการลักลอบขุดพระที่วัดเขาพระนั้นทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วถึงที่ไปที่มาและมีการดำเนินการไปแล้วตามขั้นตอนและล่าสุดทราบว่าทางวัดมีจุดขายโดยการนำรูปปั้น 13 นักษัตร มาตั้งไว้ด้านบนหลายปีแล้วแต่สร้างความตื่นเต้นฮือฮาหลังจากมีนักเรียนนักศึกษามาทัศนศึกษาและถ่ายภาพคู่ไป เพราะฮิปโปโปเตมัสไม่ได้อยู่ใน 12 นักษัตร ซึ่งเรื่องนี้นับว่าเป็นจุดขายได้เป็นเรื่องดีน่าสนับสนุน มีนักท่องเที่ยวเยอะเงินก็เข้าวัดทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา


ที่มา ข่าวสด

yengo หรือ buzzcity

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

ผวาอาถรรพ์รื้อโบสถ์เก่าหวั่นอาเพศ เผยตายแล้วเดือนเดียว 18 คน ลือผีแม่หม้ายอาละวาด

ผวาอาถรรพ์รื้อโบสถ์เก่าหวั่นอาเพศ เผยตายแล้วเดือนเดียว 18 คน ลือผีแม่หม้ายอาละวาด



เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ได้รับแจ้งว่า ที่บ้านนาขาม ต.นาม่อง อ.กุดบาก จังหวัดสกลนคร มีชาวบ้านลือกันว่า มีผีแม่หม้ายออกอาละวาด คร่าชีวิตผู้ชายในหมู่บ้านแล้วหลายคน และชาวบ้านแก้เคล็ดด้วยการนำหุ่นฟางสวมเสื้อยืดสีแดง พร้อมแขวนป้ายระบุข้อความว่า บ้านนี้ไม่มีผู้ชายที่เกิดปีมะเส็ง ปีกุน เพื่อแก้เคล็ดป้องกันภัยจากผีแม่หม้าย ตามความเชื่อที่ว่าผีแม่หม้ายกลัวสีแดง และข้อความที่เขียนติดไว้จะทำให้ผีแม่หม้ายไม่เข้ามาทำอันตรายกับคนในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวที่มีผู้ชายเกิดในปีมะเมีย มะเส็ง และปีกุน ตามข่าวร่ำลือที่ทราบมาในหลายพื้นที่ว่ามีผู้เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ

นางดารุณหรือลุน โถตันคำ อายุ 35 ปี ชาวบ้านนาขาม ต.นาม่อง อ.กุดบาก ทราบว่า ในพื้นที่ อ.กุดบาก หลายหมู่บ้านมีอาการนอนไหลตายเป็นจำนวนมาก แม้ว่าในพื้นที่บ้านนาขามยังไม่พบว่ามีการไหลตายเพราะผีแม่หม้าย แต่เพื่อเป็นการป้องกันในแทบทุกหลังคาเรือนจึงได้นำหุ่นฟางสวมเสื้อแดง พร้อมแขวนป้ายข้อความดังกล่าวเอาไว้ เพราะเชื่อว่าจะสามารถแคล้วคลาดจากอันตรายจากผีแม่หม้ายได้

นอกจากนั้นผู้สื่อข่าวยังพบว่ามีชาวบ้านบางคนเกรงกลัวถึงขนาดต้องนอนใส่เสื้อผ้าสีแดงด้วย โดยให้เหตุผลว่า ใครที่ใส่สีแดงผีแม่หม้ายกลัวสีแดงการสวมเสื้อสีแดงจะทำให้ผีแม่หม้ายไม่เข้ามาในพื้นที่หมู่บ้านและพบว่ามีพ่อค้าแม่ค้าหัวใสนำเสื้อแดงมาจำหน่ายด้วย

ที่บ้านหนองปลาตอง ต.อุ่มจาน อ.กุสุมาลย์ พบว่ามีชาวบ้านต่างนำหุ่นฟางใส่เสื้อแดง มาห้อนตามหน้าบ้าน โดยเชื่อกันว่ามีผีแม่หม้ายมาอาละวาดคร่าชีวติคนในหมู่บ้าน หากใส่เสื้อแดงหรือมีผ้าแดงมาผูกข้อมือจะทำให้ผีแม่หม้ายกลัว

นายวิโรจน์ ชาวบ้านท่าแร่ ค.ท่าแร่ อ.เมืองสกลนคร เผยว่า เมื่อสองวันก่อนมีชาวบ้านท่าแร่ เป็นชาย อายุ 60 ปี และ 49 ปี นอนเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ และอีกคนขณะที่นอนตอนกลางวันอยู่ร่มไม้หน้าบ้าน ก็มีอากาศไหลตายต่อหน้าลูกเมียและคนในหมู่บ้าน และในรายที่ตายชาวบ้านลือกันว่าไม่เชื่อฟังภรรยาให้ใส่เสื้อแดง เพราะกลัวผีแม่หม้าย ซึ่งข่าวดังกล่าวสร้างความผวากับผู้ชายทั้งเด็กเล็ก ผู้ใหญ่เดินทางไปหาครูบาอาจารย์นำพระมาห้อยคอและที่สำคัญหาฝ้ายแดงมาผูกข้อมือด้วย

นอกจากนั้นยังมีข่าวลือว่า ชาวบ้านนาเพียงใหม่ ตำบลนาเพียง อำเภอกุสุมาลย์ ต่างพากันผวาอาถรรพ์จากการรื้อพระอุโบสถเก่าที่ชาวบ้านพากันลงมติเพื่อที่จะรื้อทุบทิ้งโบสถ์เก่าที่มีอายุกว่า 80 ปี ในวัดบ้านนาเพียงใหม่ หลังจากที่ชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ได้เรียกประชุมกัน เพื่อจะรื้อทุบโบสถ์ทิ้งเพื่อสร้างใหม่ โดยไม่ยอมฟังเสียงทัดทานจากผู้เฒ่าผู้แก่และผู้บวชเรียนมาก่อนว่า ทำไม่ได้ หากจะสร้างใหม่ก็สร้าง แต่อย่าทุบของเก่า หากจะปฎิสังขรณ์ เช่น มุงหลังคาทาสีใหม่ทำได้ แต่ทุบแล้วมาสร้าง คนแก่คนเฒ่าในหมู่บ้านไม่เห็นด้วย แต่ก็แพ้การลงมติเนื่องจากคนรุ่นใหม่มีจำนวนมากกว่า

ภายหลังการลงมติได้มีการรื้อหลังคาออกเพียงสองวันแรกทำให้คนในหมู่บ้านเสียชีวิตทันที 2 คน โดยคนล่าสุดคือ นายมิตร อายุ 36 นอนไหลตายเสียชีวิต ชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่าเกิดจากอาถรรพ์การรื้อโบสถ์ ทำให้ชาวบ้านผวากันมาก

นายบุญล้อม ยะวังผล ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนนาเพียงวิทยานุกูล กล่าวว่า ตนบวชเรียนจนได้มหาประโยค 4 ศึกษาเรื่องธรรมะคลอดจนทางธรรม ชาวบ้านเรียก ‘มหาล้อม’ การสร้างรื้อทุบโบสถ์หรือสิ่งปลูกสร้างทางบวรพุทธศาสนา ต้องปรึกษาหารือผู้รู้ก่อน เพราะบางอย่างจะขัดกับทางกฎหมาย หากมีอายุมาก และโดยเฉพาะโบส์ถ์ที่มีเขตพัทธสีมาชัดเจน ชาวบ้านใช้กันมาหลายชั่วคน จะมารื้อมาทุบต้องทำพิธีให้ชัดเจน จากที่ชาวบ้านเสียชีวิตลงทันที 2 คน ยิ่งทำให้ชาวบ้านผวาและกลัวมาก

เพราะเมื่อประมาณ ปี 2547 ก็มีการนอนไหลตายในลักษณะเดียวกันเดือนเดียวถึง 18 คน จนต้องมีการทำบุญชำระบ้านมาแล้ว จึงค่อยผ่อนคลายลง จนถึงปัจจุบัน เรื่องอย่างนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เป็นความเชื่อของแต่ละคนแต่ที่สำคัญชาวบ้านเรื่องกำลังใจเป็นสิ่งที่ต้องเข้าใจ ซึ่งตนก็เคยบอกคนที่พาชาวบ้านรื้อโบสถ์แล้วว่าต้องศึกษาให้รอบคอบก่อนจึงทำเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนแต่ก็ไม่ฟัง ยังดื้อรื้อกันอยู่ ของเก่าแก่มีแต่การอนุรักษ์ไว้ แต่นี่กลับทุบทิ้งคิดว่าน่าจะลองพิจารณาดูว่าเหมาะสมหรือไม่


yengo หรือ buzzcity

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

สาวคลอดลูกเป็นไข่ หมอแฉแค่ตั้งท้องลม

คนแห่ดูสาวคลอดลูกเป็นไข่-ตร.รุดตรวจว่าเป็นเรื่องหลอกลวงหรือไม่



เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ม.5 ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ว่า เกิดเหตุประหลาด หญิงสาวคลอดลูกออกมาเป็นไข่ จึงไปตรวจสอบยังบ้านเลขที่ 57 ม.5 ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา ตามที่ได้รับแจ้ง พบชาวบ้านเดินทางเข้ามามุงดูกันเนืองแน่น โดยผลัดกันทยอยกันขึ้นไปบนบ้านเพื่อดูเหตุการณ์ประหลาด

ภายในบ้านพบนางโสภารัตน์ พันธรักษ์ อายุ 36 ปี ภรรยานายจรูญ กงหวั่น สารวัตรกำนัน ต.โมคลาน ซึ่งอ้างว่าคลอดลูกออกมาเป็นไข่ โดยนำไข่ดังกล่าวมาตั้งไว้ในพานรองผ้าขาว มีถาดเงินตั้งไว้ให้คนใส่เงินบูชา มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งจุดธูปเทียนกราบไหว้ และตีเป็นเลขเด็ดต่างๆ นานา

นางโสภารัตน์ เปิดเผยว่า ตนเองตั้งท้องนาน 11 เดือนก่อนคลอดออกมาเป็นไข่เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งแปลกใจมาก ก่อนหน้านั้นมีเทวดาเข้าฝันว่านำผ้าขาวกับไข่มาให้ และก่อนคลอด 2 วันมีน้ำเมือกและเลือดออกมาก่อน เมื่อคลอดออกมากลายเป็นไข่สีชมพู มีลักษณะนิ่มๆ จากนั้นแม่ของสามีคือนางเขียน กงหวั่น อายุ 86 ปี เอาผ้าขาวมาเช็ดเลือดออก ปรากฏว่าเป็นไข่ มีลักษณะเหมือนไข่ไก่ ทำให้ทุกคนแปลกใจมาก กระทั่งชาวบ้านละแวกใกล้เคียงทราบข่าวจึงเดินทางมาดูกันไม่ขาดสาย

ด้านนางเขียน กล่าวว่า มีอาชีพเป็นหมอตำแย ก่อนหน้านี้ฝันว่าลูกของนางโสภารัตน์ เป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์ชั้น 16 จะจุติลงมาในท้องของลูกสะใภ้เพื่อมาช่วยเหลือชาวบ้าน และให้โชคลาภ ลูกสะใภ้ท้องไม่เหมือนคนทั่วไป โดยท้องจะใหญ่ในวันเสาร์ วันอังคาร และวันพระ และตั้งท้องนานถึง 11 เดือน

นางเขียนกล่าวอีกว่า ลูกสะใภ้ไปหาหมอตรวจครรภ์ตามปกติ แต่หมอบอกว่าพบสิ่งผิดปกติในท้องเป็นก้อนเนื้อ แต่ไม่ใช่เนื้อร้าย กระทั่งวันที่ลูกสะใภ้เจ็บท้องคลอด ตนเป็นผู้ทำคลอด พบว่าลูกสะใภ้เจ็บท้องมากผิดปกติ พอคลอดออกมาจึงนำผ้าขาวมารองรับ พบว่าเป็นไข่ดังกล่าว

ด้านพ.ต.อ.สุเทพ ก่อสกุล ผกก.สภ.ท่าศาลา เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวจากชาวบ้านแล้ว มีผู้นำภาพมาให้ดู พบว่ามีลักษณะเหมือนไข่ไก่ธรรมดา ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ ในทางวิทยาศาสตร์เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าออกมาเป็นก้อนเนื้อ หรือเนื้องอกในท้องก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะให้ตำรวจสายตรวจเข้าไปดูว่าเป็นการหลอกลวงหรือไม่ เพราะมีการนำถาดมาตั้งไว้ให้คนใส่เงินทำบุญ ถ้าเป็นความศรัทธาด้วยความบริสุทธิ์ใจถือว่าไม่ผิด เพราะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่มีการเรียกร้อง

วันเดียวกัน นายแพทย์กิตติ รัตนสมบัติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้เปิดเผยว่า ในความเป็นจริงคนปกตินั้นจะไม่มีการเกิดลูกออกมาเป็นไข่ เพราะคนตั้งครรภ์ 9 เดือนเศษ ถึงเวลาก็จะเป็นคนปกติ แต่ถ้าท้องไม่ปกติอาจจะมีได้เหมือนกันเช่น ท้องลม ซึ่งเป็นท้องที่ไม่มีตัวเด็ก หรืออาจจะท้องเป็นเม็ดเป็นก้อนแววๆ ใสๆ และเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-2 ซม.เป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติประเภทหนึ่ง สำหรับการตั้งครรภ์แล้วคลอดออกมาเป็นลักษณะเหมือนไข่เป็น ไข่ไก่ หรือไข่จำพวกสัตว์เลื้อยคลานนั้นคิดว่าในความเป็นจริงนั้นไม่มี กรณีนี้อาจจะเป็นลักษณะสร้างข่าวให้สังคมเกิดความเชื่อเกิดความสนใจมากกว่า

“เท่าที่ได้เช็คประวัติของนางโสภารัตน์ฯ นั้นพบว่ามีลูกมาแล้ว 4 คน และมำหมันมาแล้วหลายปีและเคยมาตรวจที่โรงพยาบาลท่าศาลาเรื่องของการปวดท้องน้อย และมีคลื่นไส้อาเจียน และเมื่อปลายปีที่แล้วได้มาตรวจว่าตั้งครรภ์หรือไม่ แต่เมื่อตรวจก็ไม่พบ และครั้งล่าสุดมาตรวจที่โรงพยาบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีอาการปวดท้อง และไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใดทั้งสิ้น”

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าศาลากล่าวต่อไปอีกว่า หลังจากทราบข่าวนี้แล้วก็ขอบอกกล่าวกับพี่น้องชาวบ้านว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องจริงอะไรทั้งสิ้น ในความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้ที่คนจะคลอดลูกออกมาเป็นไข่ ส่วนจะไปหาเลขเด็ดหาอะไรก็แล้วแต่เป็นความเชื่อของบุคคล แต่ในส่วนตัวคิดว่าไม่ใช้สาระอะไรทั้งสิ้น

ส่วนจะเป็นการหลอกลวงหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่คิดว่าถ้าหลอกลวงคงจะเป็นการเรียกหาผลประโยชน์ด้วย แต่กรณีนี้ไม่ทราบว่ามีการเรียกร้องอะไรหรือไม่ แต่เมื่อข่าวออกไปก็มีคนจำนวนมากมาดูกัน ซั้งลักษณะของสังคมไทยก็จะมีการไปหวยขอลาภตามมา นายแพทย์กินติฯ กล่าวในที่สุด



----------------------------------------------------ต่อมา---------------------------------------

จากกรณีข่าวหญิงสาวชาว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช คลอดลูกออกมาเป็นไข่ คล้ายกับไข่ไก่

จนกลายเป็นประเด็นข่าวที่ทำให้ชาวบ้านแห่กันไปพิสูจน์ดูเป็นจำนวนมาก บางคนไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุพิลึกผิดแปลกธรรมชาติเช่นนี้จริง แต่บางคนก็เชื่อและกราบไหว้ขอโชคตามความเชื่อส่วนบุคคล

นางโสภารัตน์ พันธรักษ์ อายุ 36 ปี ซึ่งอ้างว่าคลอดลูกออกมาเป็นไข่ หลังจากตั้งครรภ์มานาน 11 เดือน และคลอดลูกออกมาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อีกทั้งยังอ้างว่าเคยฝันเห็นเทวดานำผ้าขาวกับไข่มาให้ เมื่อคลอดออกมากลายเป็นไข่สีชมพู แม่สามีจึงได้นำไปทำความสะอาด และพบว่าก้อนที่ออกมามีลักษณะคล้ายไข่ไก่
ล่าสุดทางด้าน นพ.กิตติ รัตนสมบัติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า คนคลอดลูกออกมาเหมือนไข่นั้น ไม่มีความเป็นไปได้ เนื่องจากโดยปกติทั่วไปมนุษย์จะมีอายุครรภ์ 9 เดือนจึงคลอดออกมา

แต่สำหรับ นางโสภารัตน์ ตั้งครรภ์นาน 11 เดือน นับเป็นการตั้งครรภ์ผิดปกติประเภทหนึ่ง ตามคำศัพท์ทางแพทย์เรียกว่า “ท้องลม” ซึ่งจะไม่มีตัวเด็กอ่อนหรือมีเพียงก้อนเม็ดแววใสเล็กๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 เซนติเมตร ไม่ใช่การคลอดลูกออกมาเป็นไข่แต่อย่างใด และเชื่อว่าข่าวที่ออกมา น่าจะเป็นแค่การสร้างกระแสในสังคม

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติผู้ป่วยของ นางโสภารัตน์ พบว่าเคยมีลูกมาแล้ว 4 คน และผ่านการทำหมันมาแล้ว อีกทั้งยังเพิ่งเข้ามารับรักษาอาการปวดท้องน้อย คลื่นไส้อาเจียน ที่โรงพยาบาลท่าศาลา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แพทย์ยืนยันว่าไม่มีการตั้งครรภ์แต่อย่างใด

yengo หรือ buzzcity

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

เพื่อนรักต่างสายพันธุ์นกเป็ดน้ำกับสุนัขพันทาง

เพื่อนรักต่างสายพันธุ์นกเป็ดน้ำกับสุนัขพันทาง



เพื่อนรักต่างสายพันธุ์ระหว่างนกเป็ดกับเจ้าตูบสี่ขา ทุกวันต้องคอยมานั่งคลอเคลียกันอยู่เป็นประจำ แถมเจ้านกเป็ดน้ำมีจิตใจดี ทุกเช้าจะต้องบินตามเจ้าของมารอใส่บาตรพระทุกวัน สร้างความแปลกใจให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านเป็นยิ่งนัก

วันนี้ ( 7 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน หมู่ 1 ต.พันชาลี องวังทอง จ.พิษณุโลก ว่าภายในหมู่บ้านของตนมีเรื่องราวประหลาดที่มีสัตว์ 2 ประเภทสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพักของ นางดาวประกาย มูเนียม อายุ 37 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 171/6 หมู่ 1 ต.พันชาลี อ.วังทอง โดยเมื่อไปถึงพบเจ้าของบ้านนั่งอยู่หน้าบ้านพัก โดยมีสุนัขพันธุ์ทางสีขาวเพศผู้ชื่อว่า เจ้ากราว นอนอยู่และที่แปลกไปกว่านั้นคือ มีนกเป็ดน้ำสีน้ำตาล เพศเมียนั่งเฝ้าอยู่เคียงข้างเจ้ากราว อย่างไม่ห่าง แถมยังคอยใช้ปากกัดเล่นกับเจ้ากราว อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเจ้ากราว นอนเฉยโดยมิทำร้ายแต่อย่างใด

นางดาวประกาย เจ้าของสุนัขและนกเป็ดน้ำเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว จู่ๆ ตื่นนอนมาก็พบนกเป็ดน้ำอายุประมาณ 1 เดือน ซึ่งยังบินไม่ได้ หลงฝูงมาอยู่ที่บริเวณหน้าบ้าน 1 ตัว ตนจึงเลี้ยงไว้ โดยให้อาหารเม็ดตั้งแต่นั้นมา พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า เจ้าจิ๊ดลิ๊ด โดยเลี้ยงดูแบบปล่อยธรรมชาติ ซึ่งเจ้าติ๊ดลิ๊ด ก็ไม่หนีไปใหน จะอยู่แต่ในเขตบริเวณบ้าน และที่สำคัญในช่วงเช้าของทุกวัน เจ้าติ๊ดลิ๊ดจะคอยเดินตาม ไปใส่บาตรพระที่หน้าบ้านในทุกเช้า ซึ่งหากวันใดพระมาถึงหน้าบ้านยังไม่ออกมา เจ้าติ๊ดลิ๊ดก็จะส่งเสียงร้องเรียก ทุกครั้งซึ่งเป็นอย่างนี้เรื่อยมา

เจ้าติ๊ดลิ๊ดยังมีเพื่อนที่เป็นสัตว์ต่างสายพันธ์ ได้แก่ เจ้ากราว สุนัขเพศผู้ อายุ 5 เดือน โดยเจ้าติ๊ดลิ๊ด จะหยอกล้อเล่นกันเป็นประจำ โดยจะอยู่ไม่ห่างกันไปใหน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกอย่างมากเพราะนิสัยสุนัขทั่วไปเมื่อเห็นไก่หรือนก หรือสัตว์ทั่วไปจะมีวิ่งไล่ทำร้าย แต่กับเจ้าจิ๊ดลิ๊ด เจ้ากราวจะยอมทุกอย่าง เมื่อเจ้ากราว มานอนเจ้าจิ๊ดลิ๊ดก็จะมานอนเล่นอยู่ข้างๆ และหากเจ้ากราวเดินไปที่ใหน เจ้าติ๊ลิ๊ด จะเดินตามไปทุกที่ แถมเอาปากไล่จิกบริเวณปากและลำตัวของเจ้ากราว โดยที่เจ้ากาวจะอยู่เฉยๆไม่แสดงอาการอะไรเลย จนทำให้หลายๆคนแปลกใจ และคนในหมู่บ้านมักแวะเวียนมาดูความน่ารักของสัตว์ต่างสายพันธุ์ทั้ง 2 ชนิดที่มีความรักให้กันจนทำให้เกิดภาพน่ารักๆนี้ออกมาให้เห็นตลอดเวลา.

ที่มา เดลินิวส์

yengo หรือ buzzcity

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

ชาวบ้านตื่นดูงูเห่าสีฟ้าหางไหม้

ชาวบ้านตื่นดูงูเห่าสีฟ้าหางไหม้



ชาวบ้านเมืองเจดีย์ใหญ่ ตื่นดูงูเห่าสีฟ้า หางไหม้ แห่ขอโชคลาภตรงปีมะเส็ง ที่บ้านหัวดอนคา ต.ห้วยม่วง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

(10 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งจาก ด.ต.นพพร อ่อนดี ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ว่าพี่ชายของตนคือ นายพศวัต แผนพงษ์ภัค อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 10 บ้านหัวดอนคา ต.ห้วยม่วง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม พื้นที่เขตติดต่อกับ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้จับงูเห่าสีฟ้าลักษณะแปลกประหลาดมาได้ โดยมีประชาชนให้ความสนใจไปชมจำนวนมาก

จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่า งูเห่า ตัวดังกล่าว มีนัยน์ตามีสีทอง

ลำตัวใหญ่ประมาณ 2 นิ้ว ความยาวประมาณ 60 ซ.ม. ส่วนหัวจรดหางมีสีฟ้า ส่วนปลายมีสีน้ำตาลเข้ม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หางไหม้ แผ่แม่เบี้ยอยู่ตลอดเวลาอยู่ในตู้กระจก จากการสอบถาม นายพศวัต มีอาชีพค้าขาย และเป็นผู้จับงูเห่าตัวดังกล่าวได้ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้คืนที่ผ่านมา ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากทำธุระเพื่อเข้าบ้าน สังเกตเห็นงูเห่าสีฟ้าสะท้อนแสง เลื้อยผ่านหน้าไป และตรงไปยังประตูบ้าน จึงเกรงว่า งูจะกัด หรือทำร้ายผู้คนในบ้านได้ จึงได้รีบให้สวิงช้อนปลาตะปบไว้ได้ และนำมาขังไว้ในตู้กระจกที่ใช้สำหรับเลี้ยงปลา จนผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านทราบเรื่อง มาขอดู บอกว่าตั้งแต่เกิดมาในชีวิต อายุ 90 ปี ยังไม่เคยเห็นงูสีฟ้าแปลกประหลาดแบบนี้เลย และในช่วงกลางคืน งูเห่าสีฟ้า นั้นจะสะท้อนแสงได้อย่างน่าประหลาดใจ ซึ่งมีชาวบ้าน และประชาชนใกล้เคียงให้ความสนใจมามุงดูกันจำนวนมาก

ทางด้าน ด.ต.นพพร อ่อนดี ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่พบงูตัวนี้

เนื่องจากมีลักษณะเด่นสีฟ้า นัยน์ตาสีทอง และตรงกับปีงูมะเส็ง ซึ่งอาจจะให้โชคลาภ และนำสิ่งดีๆ มาให้ เบื้องต้นก็ยังไม่ทราบว่า งูสีฟ้า ตัวดังกล่าวเป็นงูชนิดใด มีพิษหรือไม่ ตั้งใจว่าจะนำไปปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ แต่ก็เกรงว่าจะไปกัด หรือทำร้ายชาวบ้านได้ จึงได้ขังไว้ก่อน พร้อมฝากข่าวประชาสัมพันธ์ ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับงูชนิดนี้ ช่วยให้ข้อมูลด้วย..





ที่มา เดลินิวส์

yengo หรือ buzzcity

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

ฮือฮานำ หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ทันใจ แช่น้ำ ฝนตกทันที - ชาวบ้านแห่ไหว้ขอโชค

ฮือฮานำ "หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ทันใจ" แช่น้ำ ฝนตกทันที - ชาวบ้านแห่ไหว้ขอโชค



วันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รับแจ้งจากชาวบ้านพาน ต.ขมิ้น อ.เมืองสกลนคร ว่า พบว่ามีพระพระพุทธรูปศรีษะโผล่ที่กลางหนองน้ำบ้านพาน ทำให้ผู้คนสัญจรผ่านไปมามีความสงสัยว่าอยู่ๆมีพระพุทธรูปโผล่ศรีษะกลางน้ำ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าเป็นพระพุทธรูปทำด้วยทองเหลือง ขนาดใหญ่ มีศรีษะโผลอยู่กลางหนองน้ำบ้านพาน หนองน้ำประจำหมู่บ้านที่อยู่ติดกับวัดสะพานศรี ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่มีศรีษะพระโผล่ขึ้นมาให้เห็นทำความสงสัยให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนองน้ำ สงสัยว่ามีใครนำพระมาแช่น้ำ

พระครูพิพัฒน์สังฆคุณ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองสกลนคร เจ้าอาวาสวัดสะพานศรี เผยว่า พระดังกล่าวเป็นพระพุทธรูปเนื้องทองเหลือง หน้าตักประมาณ 3 4 นิ้ว ชิ่อว่าหลวงพ่อศักดิ์ศิทธิ์ทันใจ เป็นพระเก่าแก่อายุนับร้อยปี คู่บ้านคู่เมืองในหมู่บ้าน ที่สร้างขึ้นมาทดแทนองค์เก่าที่ถูกโจรกรรมไปเมื่อประมาณ ปี 2532 ยังไม่ได้คืนค่อมาทางวัดร่วมกับคณะญาติโยมชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธา ได้สร้างหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ทันใจ ขึ้นมาใหม่ จำนวน 3 องศ์ โดยองค์หนึ่งนำมาไว้ที่ศาลา และอีกองค์นำไปไว้ที่พระอุโบสถในวัด ส่วนองค์นี้ จะนำไปเก็บตั้งประดิษฐสถานที่วิหารสร้างใหม่ภายในวัด ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ ต่อมาขณะจำวัดในวันหนึ่งเกิดฝันเห็นชายไทยนุ่งห่มโจงกระเบน เดินขึ้นมาจากทางหนองน้ำที่อยู่ไกล้วัด แล้วเข้ามากราบ ในฝันยังบอกว่าเป็นพญานาคชื่อนาโค อยู่ในหนองน้ำมานาน และอยากมาขกหลวงพ่อศักดิ์สิทธิไปกราบไหว้ สักระยะหนึ่ง จะได้หรือไม่ ซึ่งก็ตอบว่าได้ แล้วจะนำลงไปให้ เพราะยฝันยังบอกว่าจะทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลไม่แล้ง ให้ชาวบ้านมีความสุขร่มเย็นและไม่ให้คนไปหาปลาและลงไปรบกวนเด็ดขาด หากสร้างวิหารเสร็จก็จะขออัญเชิญมาประดิษฐานที่วัด ชายคนนั้นกราบแล้วก็เดินลงน้ำไป

เมื่อตื่นขึ้นมาเล่าให้ญาติโยมฟัง จึงลงความเห็นว่า น่าจะลองทำตามดูเพราะไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ จึงได้ทำพิธีอัญเชิญหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ทันใจลงไปให้พญานาค ด้วยการนำไปแช่ไว้ในน้ำ ตามความเชื่อของชาวบ้านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าขณะทำพิธีฟ้าที่แดดร้อนจ้า อยู่นั้นก็มืดครึ้มทันที และตกกลางคืนฝนลมก็ตกอย่างหนัก ความชุ่มชื่นคืนมา แห้งแล้งหายไป ชาวบ้านทราบข่าวต่างก้เดินทางมากราบและร่วมทำกันกันมากเป็นประจำทุกวัน เพื่อสร้างวิหารหลังใหม่ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลก และเป็นที่สะดุดตาคนผ่านไปมาก็แวะดุเท่านั้น

ทางด้านนางกลม วรราช อายุ 73 ปี ชาวบ้านพานกล่าวว่า เมื่อหลวงพ่อพาทำชาวบ้านก็ทำและเชื่อว่าจะเกิดความร่มเย็น จะเห็นวันแรกฝนกก็ตกลงมาอย่างหนักแล้วทำให้เกิดความร่มเย็น และในแต่ละวันนี้กอากาศก็ไม่ร้อน ฝนก็ทำท่าจะตกทุกวัน เรื่องนี้เป็นความเชื่อของพวกตน หลายคนมากราบไหว้หลวงพ่อทันใจในวัด อธิฐานอะไรก็มักจะสมปรารถนา บางรายก็เดินทางมาขอลูกและแก้บนหลังจากที่ได้สมใจแล้ว นอกจากนั้นก็มีบางคนแวะเวียนมาขอฟหวยรายวันโดยมาสังเกตขี้ธูปแล้วนำไปซื้อหวยก็ถูกกันมาก ส่วนตนเองไม่ชอบกานพนันจึงไม่เล่น มีแต่มาทำบุญเท่านั้น ส่วนพระที่แช่น้ำในหนองน้ำก็ดีอีกอย่างหนึ่งชาวบ้านจะไม่ได้ลงไปหาปลา ไม่ปลอ่ยวัวควาย ลงไปรบกวน เพราะแค่เห็นศรษะพระก็หนีแล้ว

นายวิศรุฒ แก้วฝ่าย นายก อบต.ขมิ้นเผยว่าหนองน้ำดังกล่าวเป็นหนองน้ำประจำหมู่บ้าน ที่ใช้เป็นแหล่งน้ำจืดใช้ในหมู่บ้าน มีกิจกรรมการจัดแข่งเรือทุกปี แต่ก่อนมีสิมน้ำ (โบสถ์น้ำ)อยู่แต่เป็นไม้ผุพังไป ซึ่งเป็นที่บวชพระทำกิจกรรมของสงฆ์ในสมัยโบราณ ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นที่อยู่ของพญานาคชื่อนาโค คอยเฝ้ารักษา สิมน้ำอยู่ ซึ่งเรื่องนี้มองว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะคนก็ไม่กล้าลงไปเล่นน้ำ ซึ่งปกติจะมีฝูงนกน้ำ เช่นนกเป็ดมาอาศัยเป็นจำนวนมาก เป็นการอนุรักษ์ และพระก็จะนำขึ้นมาประดิษฐานไว้ในวิหารที่กำลังก่อสร้างขณะนี้ หากผู้มีจิตศรัทธาอยากร่วมทำบุญสร้างก็ยินดี ส่งมาที่ตนหรือไปที่วัดก้ได้ เปิดให้เข้าไปชมและกราบไหว้ทุกวัน ใครไม่เชื่อย่าลบหลู่หลวงพ่อทันศักดิ์สิทธิ์ ไปไหว้แล้วจะรู้


yengo หรือ buzzcity

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

The Camel Toe Challenge รณรงค์ต้านมะเร็งปากมดลูก

The Camel Toe Challenge รณรงค์ต้านมะเร็งปากมดลูก




ไม่รู้เพราะกระแสไวรัลสุดฮิตของ Ice Bucket Challenge หรือป่าว? ทำให้เกิดแคมเปญใหม่ล่าสุดออกมาตามกระแส ซึ่งชื่อกิจกรรมนี้คือ The Camel Toe Challenge เป็นกิจกรรมเชิญชวนคุณผู้หญิงร่วมกันแชร์ภาพตัวเองใส่กางเกงแลคกิ้งแนบเนื้อแล้ว...(กรุณาดูภาพด้านบน) แต่แคมเปญนี้ไม่ใช่ถ่ายเอาสนุกๆนะ พวกเขามีเป้าหมายในการรณรงค์ระดมทุนให้ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก ซึ่งคงต้องดูกันต่อไปแคมเปญนี้จะเป็นอย่างไร...

yengo หรือ buzzcity