วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฮือฮาหมูป่าปลุกชาวบ้านตื่นใส่บาตร

ฮือฮาหมูป่าปลุกชาวบ้านตื่นใส่บาตร


เมื่อวันที่ 9 ส.ค. พระครูกิติยานกร เจ้าอาวาสวัดเนินตากแดด จ.ตราด เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 1 ปี 4 เดือนที่ผ่านมา วัดเนินตากแดดรับลูกหมูป่าเพศเมีย 1 ตัวจากชาวบ้านที่นำมาถวายให้ช่วยเลี้ยงไว้ ขณะนั้นหมูป่าตัวดังกล่าวเพิ่งแรกเกิด ด้วยความสงสารจึงรับเลี้ยงไว้ ให้พระและสามเณรในวัดช่วยกันดูแลหาอาหารให้กิน ทำที่หลับนอนให้ และดูแลด้วยความรักและเมตตา จนลูกหมูป่าตัวดังกล่าวเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และมีความใกล้ชิดผูกพันกับพระและสามเณรในวัดเป็นอย่างดี พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า แตงไทย

พระครูกิติยานกร เล่าว่า ต่อมาเมื่อแตงไทยเติบโตขึ้น มักจะติดตามพระออกไปบิณบาตทุกๆ เช้าในตลาดหนองบอน ซึ่งต้องเดินเท้าเป็นระยะทางถึง 5 ก.ม.ทุกวัน จนชาวบ้านรู้สึกคุ้นเคยกับภาพหมูป่าเดินตามพระบิณฑบาตทุกเช้า ชาวบ้านจึงให้ความรักและเมตตากับแตงไทยเป็นอย่างดี โดยมีการนำกระดิ่งมาผูกคอหมูป่าแตงไทยไว้ เวลาพระออกบิณฑบาตก็จะเหมือนส่งสัญญาณให้ชาวบ้านรู้ว่าพระมาบิณฑบาตใกล้บ้านแล้วจะได้เตรียมตัวออกมาใส่บาตร ชาวบ้านมักจะให้เศษอาหารขนมกับเจ้าแตงไทยกินด้วย

เจ้าอาวาส เล่าอีกว่า กระดิ่งที่ผูกคอหมูป่าแตงไทยหลุดหายไป ยังไม่ได้ซื้อมาให้ใหม่ หมูป่าแตงไทยก็เลยไม่ได้เดินปลุกชาวบ้านเหมือนก่อน เพราะไม่มีเสียงกระดิ่งให้ชาวบ้านได้ยิน ต.หนองบอนนั้นมีพระมาบิณฑบาตถึง 3 วัดด้วยกัน บางครั้งหมูป่าแตงไทยก็หลงไปกับพระวัดอื่น แต่ชาวบ้านช่วยบอกทางให้รู้ว่าพระวัดเนินตากแดดไปทางไหน เป็นภาพที่คุ้นตาชาวบ้านมานานกว่า 1 ปีแล้ว ทุกๆ เช้าถ้าใครมีโอกาสผ่านไปตลาดตำบลหนองบอนจ ะได้พบกับภาพหมูป่าแตงไทยกับพระวัดเนินตากแดดออกบิณฑบาตยามเช้าด้วยกัน

ที่มา http://tnews.teenee.com/weird/83729.html

yengo หรือ buzzcity

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฮือฮาจิ้งจกสีแดงตั้งท้อง ชาวบ้านแห่ขอโชคลาภ ตีเลขเด็ด

ฮือฮาจิ้งจกสีแดงตั้งท้อง ชาวบ้านแห่ขอโชคลาภ ตีเลขเด็ด


เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 12 ก.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 122 ม.11 ต.ช้างว้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ของนายสัญญา แป้นดวง อายุ 39 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านดังกล่าว ได้มีชาวบ้านเดินทางมาดูสิ่งแปลกประหลาดกันอย่างไม่ขาดสาย หลังจากนายสัญญา ได้พบจิ้งจกตัวสีแดงสดมาอาศัยอยู่ภายในบ้าน โดยนายสัญญาได้นำจิ้งจกตัวแดงดังกล่าวมาใส่ไว้ในตู้แก้ว ซึ่งใส่น้ำไว้ให้ดื่มด้วย จากการสังเกตพบว่าจิ้งจกตัวดังกล่าวนั้นมีสีแดงสดทั้งตัว จะคุ้นกับเจ้าของบ้าน ไม่มีอาการตกใจเมื่อแตะตัวมัน และกำลังตั้งท้องจะวางไข่ ชาวบ้านที่เดินทางมาดูได้พากันถ่ายภาพไว้เนื่องจากไม่เคยเห็นจิ้งจกตัวสีแดงสดอย่างนี้มาก่อน เชื่อว่าเป็นตัวนำโชคมาให้ชาวบ้าน โดยชาวบ้านบางคนเมื่อเห็นก็ได้ตีเป็นเลขเด็ดต่างๆ นาๆ เนื่องจากความแปลกประหลาดของจิ้งจกที่มีสีไม่เหมือนกับจิ้งจกทั่วไป

นายสัญญา กล่าวว่า ได้พบจิ้งจกตัวนี้ตั้งแต่ 2 วันก่อน อาศัยอยู่ที่หิ้งพระในบ้าน ซึ่งแปลกมากเพราะขณะที่เข้าไปจับมันไม่ได้ตกใจหรือวิ่งหนีเหมือนจิ้งจกตัวอื่นๆ และทำท่ายักคอทักทายด้วย เห็นว่ามันแปลกดีจึงจับมาขังไว้ในตู้แก้วขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ในตู้นี้ 2 วันแล้วมันก็ยังมีสีแดงสดอยู่อย่างนี้ตลอด จนชาวบ้านทราบข่าวจึงเดินทางมาดูและตีเป็นเลขหวยตลาดเวลา

ด้านนางจับ แป้นดวง อายุ 76 ปี มารดาของนายสัญญา กล่าวว่า ตนอายุเข้าปูนนี้แล้วยังไม่เคยพบเห็นจิ้งจกตัวสีแดงสดมาก่อน ที่ว่ามันเปลี่ยนสีให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ แต่ตัวนี้จับมาขังไว้ 2 วันก็ยังมีสีแดงอยู่ ซึ่งก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ถ้ามันอยู่กับเราแล้วเป็นตัวให้โชคลาภก็ถือว่าเป็นเรื่องดี และจะเลี้ยงไว้อย่างนี้ต่อไปเพราะรู้สึกว่ามันจะคุ้นเคยกับคนในบ้านทุกคน ซึ่งเพื่อนบ้านที่มาดูจะตีเป็นเลขเด็ดทุกคน แต่ก็เป็นเลขที่แตกต่างกันไป


yengo หรือ buzzcity

วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ชาวบ้านแตกตื่นคลื่นประหลาดกลางน้ำโขง เชื่อพญานาคโผล่

ชาวบ้านแตกตื่นคลื่นประหลาดกลางน้ำโขง เชื่อพญานาคโผล่


ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 13 กันยายน ว่า ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง วัดพระบาทเวินปลา บ้านเวินพระบาท ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

ได้มีประชาชน จำนวนมาก ต่างพากันแตกตื่นแห่ไปชมคลื่นประหลาดกลางแม่น้ำโขง ใกล้กับรอยพระพุทธบาทเวินปลา ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ ที่มีตำนานมาแต่อดีต ซึ่งจากการสังเกตพบว่า เป็นคลื่นบนผิวน้ำที่วนไปมา แต่ทวนกระแสน้ำผิดธรรมชาติ ทั้งที่น้ำโขงไหลเชี่ยว เหมือนลักษณะงูใหญ่เลื้อยบนผิวน้ำ และเป็นเงาคล้ายสีดำคล้ายลำตัวงูขนาดใหญ่เป็นบางช่วง แต่ไม่สามารถเห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใด

ทั้งนี้ จากการสังเกตพบว่า เป็นคลื่นบนผิวน้ำที่วนไปมา แต่ทวนกระแสน้ำผิดธรรมชาติ ทั้งที่น้ำโขงไหลเชี่ยว

เหมือนลักษณะงูใหญ่เลื้อยบนผิวน้ำ และเป็นเงาคล้ายสีดำคล้ายลำตัวงูขนาดใหญ่เป็นบางช่วง แต่ไม่สามารถเห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใด อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพญานาคที่มีโชว์อิทธิฤทธิ์ ให้ประชาชนได้พบเห็น ตามความเชื่อของชาวลุ่มน้ำโขง ทำให้ชาวบ้านที่พบเห็นต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นาๆ ซึ่งก่อนที่จะมีชาวบ้านมาพบคลื่นประหลาดบนผิวน้ำ ประมาณ 4 -5 วัน ได้มีชาวบ้านพบรอยประหลาดคล้ายงูขนาดใหญ่ เลื้อยขึ้นมาจากแม่น้ำโขง บริเวณบันไดริมตลิ่งน้ำโขงข้างวัด ทำให้ชาวบ้านต่างพากันมากราบไหว้บูชาขอหวย เนื่องจากเชื่อว่าเป็นรอยพญานาค และบางคนได้นำดอกไม้ธูปเทียน และเครื่องสักการบูชามาถวาย เพื่อขอโชคลาภ

นางทิพย์สุดา บุญโฮม อายุ 50 ปี ชาวบ้านที่มาชม กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้บริเวณบันไดข้างวัด ริมตลิ่งแม่น้ำโขง

ได้มีชาวบ้านพบรอยประหลาด คล้ายรอยงูขนาดใหญ่เลื้อยผ่าน จึงพากันนำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้บูชา เนื่องจากเชื่อว่าเป็นรอยพญานาค ทำให้ชาวบ้านต่างพากันอธิษฐานจิต ว่าหากเป็นรอยพญานาคขอให้ปรากฏกาย ให้เห็นจนกระทั่งได้มีชาวบ้านมาทำบุญ จึงมองเห็นว่ามีคลื่นน้ำประหลาดเกิดขึ้นกลางแม่น้ำโขง มีลักษณะผิดธรรมชาติลอยทวนน้ำวนไปมาคล้ายงูขนาดใหญ่ แต่ไม่เห็นลำตัวชัดเจน ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่า เป็นพญานาคที่ปรากฏกายให้เห็น พอชาวบ้านทราบข่าวจึงพากันแห่มาดู ด้วยความแตกตื่น บางคนเกิดความเชื่อจนต้องพนมมือขึ้นหัว โดยชาวบ้านเชื่อว่า พญานาคมาให้โชคลาภ บวกกับสถานที่บริเวณนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใต้น้ำโขงมีรอยพระพุทธบาทเวินปลากลางน้ำโขง เมื่อน้ำโขงแห้งชาวบ้านจะได้กราบไหว้ทุกปี ซึ่งครั้งนี้อาจจะเป็นการแสดงปาฏิหาริย์ของพญานาค ให้ประชาชนได้เห็น


yengo หรือ buzzcity

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ผู้ต้องขังโรงพักสามโคกขนหัวลุก-กลัวกะโหลกผีกรุงศรีอยุธยา

ผู้ต้องขังโรงพักสามโคกขนหัวลุก-กลัวกะโหลกผีกรุงศรีอยุธยา



เวลา 14.00 น. วันที่ 13 ก.ย. นายวีรวัฒน์ วงศ์ศุปไทย ประธานสภาวัฒนธรรม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งจากพ.ต.ท.ชูเกียรติ อิ่มใจธรรม รอง ผกก.(สส) สภ.สามโคก ให้ไปรับหัวกะโหลก และฟันกราม จำนวน 6 ชิ้น ที่ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นำไปตรวจภายหลังจากมีนักประดาน้ำลงงมหาของเก่าในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงบริเวณเขต อ.สามโคก เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมปี 2552 และพบกะโหลกมนุษย์ จำนวน 5 หัว และฟันกราม ทั้งบนและล่าง นำตรวจสอบว่าเป็นกะโหลกคนถูกทำร้าย หรือเป็นกะโหลกเก่าแก่สมัยไหน ซึ่งผลการตรวจสอบเป็นกะโหลกสมัยกรุงศรีอยุธยา และไม่ได้ถูกทำร้ายอาจจะเป็นการฝังศพไว้ริมน้ำเมื่อตลิ่งพังลง ทำให้ชิ้นส่วนได้ไหลตามน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยชิ้นส่วนและหัวกะโหลกทั้งหมด เหล่านี้มีอายุตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นต้นมา

นายวีรวัฒน์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานให้รีบมารับกะโหลกไปจากโรงพัก เนื่องจากนำมาเก็บไว้ที่ห้องขัง ทำให้ผู้ต้องขังนอนไม่ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นในห้องขัง จึงต้องแจ้งให้รีบมารับกะโหลกมนุษย์ออกไปจากโรงพัก ทำให้ต้องรีบมารับกลับไปและจะทำพิธีทางศาสนาให้ด้วย โดยจะนำไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์วัดโบสถ์สามโคก เพื่อให้เด็กๆ ค้นคว้าศึกษาต่อไป

ที่มา http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNME56VTBNell4TVE9PQ==

yengo หรือ buzzcity

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

แม่แมวคลอดลูกแมวกลายพันธุ์ไม่มีจมูก-ชาวบ้านแห่ขอหวย

แม่แมวคลอดลูกแมวกลายพันธุ์ไม่มีจมูก-ชาวบ้านแห่ขอหวย



วันที่ 15 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางสุภารัตน์ วงศ์ประสิทธิ์ บ้านเลขที่ 88 หมู่ 5 ต.ดอนศรีชุม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ว่าที่บ้านมีแมวออกลูกประหลาด จึงรุดไปยังบ้านของนางสุภารัตน์ พบมีเพื่อนบ้านกว่า 10 คน มามุงดูลูกแมวบริเวณหน้าบ้านของนางสุภารัตน์ พบว่า บนโต๊ะหน้าบ้านมีลูกแมวประหลาดถูกวางอยู่บนผ้าขาว สังเกตพบว่าลำตัวมีสีเทาน้ำตาล บริเวณใบหน้าของแมว พบมีดวงตาสองข้างเป็นสีดำ ไม่มีจมูก แต่ที่หน้าผากมีงวงเล็ก ๆ งอกออกมา เจ้าของบ้านแจ้งว่าหลังคลอดประมาณ 1 ชั่วโมง ลูกแมวก็ตาย ขณะที่เพื่อนบ้านเชื่อว่าเป็นแมวนำโชค ที่นำโชคลาภมาให้ จึงนำไปตีเป็นเลขเด็ดตามกัน

นางสุภารัตน์ เจ้าของแมว กล่าวว่า ตนมีแมวเพศเมียสีเทาอยู่ตัวหนึ่ง เลี้ยงมาได้กว่า 2 ปีแล้ว ออกลูกมาจำนวน 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2555 ที่ออกลูกประหลาดที่กำลังตาย สังเกตว่าแม่แมวเดินมาหาตน แล้วมองหน้าเหมือนจะบอกอะไรสักอย่าง แต่อาการของแมวเหมือนเจ็บท้องใกล้จะออกลูก จึงได้นำกล่องกระดาษมาให้ แม่แมวได้กล่องกระดาษแล้วจึงไปอยู่ในกล่อง ต่อมาเวลา 16.00 น. ได้ออกลูกตัวแรกมีสามสี อีกประมาณ 5 นามีถัดมา ออกลูกตัวที่สอง ครั้งนี้ผิดปกติ เนื่องจากลูกแมวไม่มีรกติดตัวออกมาด้วย แปลกยิ่งกว่านั้น คือมีงวงเล็ก ๆ ออกมาที่หน้าผากของลูกแมว บริเวณที่เป็นจมูกกลับไม่มีจมูก มีแต่ตาสองดวงอยู่รวมกัน ตนเช็ดตัวทำความสะอาดให้แล้วได้แจ้งญาติและเพื่อนบ้านมาดูลูกแมวประหลาด เพื่อนบ้านบางรายก็นำไปตีเป็นเลขเด็ดกันหลากหลาย สำหรับลูกแมวขณะนี้ได้ตายไปแล้ว

ที่มา http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNME56WTNPVEEwTWc9PQ==

yengo หรือ buzzcity

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฮือฮาพระราหูสไนเปอร์ ภาพจิตรกรรมวัดสระเกศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสชี้ไม่เกี่ยวการเมือง

ฮือฮาพระราหูสไนเปอร์ ภาพจิตรกรรมวัดสระเกศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสชี้ไม่เกี่ยวการเมือง


เมื่อวันที่ 16 ก.ย. พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ให้สัมภาษณ์ “ข่าวสด” ว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา วัดสระเกศ โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาส ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานพิธีเปิดศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์ และพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธมงคลบรมบรรพต หรือ หลวงพ่อดวงดี ณ ศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ สำหรับศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์และศาลาบรมบรรพต สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่อบรมคุณธรรมจริยธรรมของสำนักงานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมฯ ภายในศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อดวงดี หรือ พระพุทธมงคลบรมบรรพต พระพุทธรูปปางสมาธิ มีพุทธลักษณะงดงามโดดเด่น ด้วยศิลปะสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ หล่อขึ้นจากแผ่นดวงมหาโภคทรัพย์ที่บรรจุอยู่บนยอดบรมบรรพต (ภูเขาทอง) เนื่องจากหลวงพ่อดวงดีหล่อขึ้นจากแผ่นดวงมหาโภคทรัพย์ ที่บรรจุอยู่บนยอดภูเขาทอง พุทธศาสนิกชนที่ได้ทำการสักการบูชา เชื่อว่าจะประสบแต่ความโชคดี หนุนดวงชะตาให้ดี ขจัดเคราะห์และเกิดสิริมงคล ตลอดถึงนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ตนเองและครอบครัว ภายหลังจากพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ จึงมีพุทธศาสนิกชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เข้ามากราบสักการบูชาเป็นจำนวนมาก

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าไปกราบสักการะหลวงพ่อดวงดี ปรากฏว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ต่างฮือฮากับภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง ภายในศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์ ด้านตรงข้ามกับพระพุทธรูปหลวงพ่อดวงดี ซึ่งวาดเป็นรูปพระราหูถือปืนสไนเปอร์เล็งไปที่โลก จนมีนักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก มีบางคนนำรูปดังกล่าวไปโพสต์ลงในสื่อออนไลน์ สร้างความฮือฮาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ภาพวาดดังกล่าวเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านในศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นฝีมือการวาดของอาจารย์พีระพงศ์ ขุนจิตต์ จิตรกรรางวัลต้นธารศิลป์ของส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคง แห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศฯ และยังเป็นหนึ่งในจิตรกรที่ได้รับคัดเลือกเข้าไปบูรณะปราสาทเทพบิดร ภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อปี 2523

พระวิจิตรธรรมาภรณ์ กล่าวต่อว่า การที่ออกแบบภาพจิตรกรรมฝาผนังในศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์ มีรูปพระราหูถือปืนสไนเปอร์นั้น ไม่ได้มีนัยยะความหมายทางการเมืองแต่อย่างใด แต่ต้องการสะท้อนถึงช่วงเหตุการณ์สำคัญในประเทศไทยในช่วงระหว่างปี 2553-2555 ที่มีเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จากคำสั่งใช้ความรุนแรงปราบปรามสลายการชุมนุมเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 และเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ส่วนการออกแบบให้เป็นภาพพระราหูถือปืนสไนเปอร์ เห็นว่าเป็นเรื่องสอดแทรกปริศนาธรรม พระราหูเป็นตัวแทนของสิ่งไม่ดี โลกเป็นตัวแทนของมนุษย์ ส่วนปืนสไนเปอร์ ถูกใช้ในเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ชุดสไนเปอร์ซุ่มยิงจากบนตึกใส่เป้าหมายคือผู้ชุมนุมเสื้อแดง ภาพดังกล่าวเป็นที่น่ายินดีมาก เพราะมีประชาชน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

“พระราหูมีสถานะเป็นทั้งเทพและยักษ์ในที่นี้เราเปรียบให้เป็นตัวแทนของความโลภ โกรธ หลง คนเราเมื่อเกิดความโลภ แม้แต่เทพยังกลายเป็นยักษ์ได้เลย เมื่อเกิดกิเลสกลายเป็นยักษ์ก็ใช้ปืนสไนเปอร์ที่เปรียบเสมือนอำนาจ ไปใช้ในทางที่ผิด เล็งไปยังโลก คือ การทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่ในภาพจิตรกรรมของเรา ถ้าสังเกตดีๆ บนศีรษะพระราหูจะมีรูปพระพุทธรูปเล็กๆ เปรียบเสมือนว่า คนที่มีอำนาจ ถ้ามีหลักธรรมอยู่ในจิตใจ ก็จะสามารถทำให้โลกบังเกิดสันติสุขได้ สำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าไปชมภาพจิตรกรรมหรือเข้าไปสักการะหลวงพ่อดวงดี สามารถเข้ามาแวะชมได้ที่ศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น.” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศกล่าว

ที่มา http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNME56YzRNRGd3TlE9PQ==

yengo หรือ buzzcity

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฮือฮาอีก! เทวดาถือบั้งไฟหนังสติ๊กวัดสระเกศ-ผู้วาดชี้ต้องการบันทึกเหตุการณ์การเมืองปี53

ฮือฮาอีก! เทวดาถือบั้งไฟหนังสติ๊กวัดสระเกศ-ผู้วาดชี้ต้องการบันทึกเหตุการณ์การเมืองปี53


ความคืบหน้ากรณีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง ภายในศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ด้านตรงข้ามกับพระพุทธรูปหลวงพ่อดวงดี ซึ่งวาดเป็นรูปพระราหูถือปืนสไนเปอร์เล็งไปที่โลก จนมีนักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก มีบางคนนำรูปดังกล่าวไปโพสต์ลงในสื่อออนไลน์ สร้างความฮือฮาแก่ผู้พบเห็น ตามที่ข่าวสดเสนอข่าวโดยลำดับนั้น

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางเข้ามาดูภาพพระราหูถือปืนสไนเปอร์เล็งไปที่โลก ภายในศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์นั้น ผู้เข้ามาชมส่วนใหญ่ระบุว่า เห็นภาพข่าวจากสื่อมวลชนจึงเดินทางมาดูให้เห็นกับตา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภาพดังกล่าวยังอยู่ในช่วงการเก็บรายละเอียด จึงจำเป็นต้องนำฉากมากั้นไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย

ทั้งนี้ พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส กล่าวว่า ขอยืนยันว่ารูปพระราหูถือปืนสไนเปอร์ ไม่ได้ต้องการให้สื่อความหมายทางการเมือง แต่ต้องการที่จะบันทึกเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเมืองไทยและเหตุการณ์สำคัญของโลก และเนื่องจากภาพพระราหูถือปืนสไนเปอร์เล็งไปที่โลก เป็นส่วนหนึ่งภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่ตั้งชื่อว่า 1 แสนโกฏิจักรวาล มีรายละเอียดของภาพมากมาย มีการบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ อีกทั้งยังมีเรื่องของดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น จึงเตรียมที่จะทำแผ่นพับอธิบายรายละเอียดของภาพวาด 1 แสนโกฏิจักรวาล แจกให้ประชาชนที่สนใจมาชมภาพดังกล่าวด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจความหมายที่แท้จริงดังกล่าว

ด้านนายพีระพงศ์ ขุนจิตต์ จิตรกรผู้วาดภาพ กล่าวว่า ภาพดังกล่าวขณะนี้อยู่ในระหว่างเขียนและลงสีเก็บรายละเอียดอีกเพียงเล็กน้อย อีกประมาณ 2 วัน ถึงจะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งหลังจากที่เป็นข่าวออกไป ปรากฏว่ามีคนสนใจเข้ามาชมเป็นจำนวนมาก ถึงขนาดมาเกาะกระจกรอบศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์ดูกันเลยทีเดียว และรูปพระราหูถือปืนสไนเปอร์เล็งไปที่โลก ยังได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวโดยมีชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งถ่ายรูปภาพพระราหูถือปืนสไนเปอร์ไปเผยแพร่ผ่านทางเฟซบุ๊ก และมีคนเข้ามากดไลก์แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่าการที่ตนวาดภาพในลักษณะดังกล่าวไม่ได้มีความหมายทางการเมือง

แต่ต้องการที่จะบันทึกภาพเหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นกับการเมืองไทยเมื่อเดือนพ.ค.2553 แต่หากจะวาดเป็นทหารถือปืนไปยิงคนหรือมีเลือดนองก็จะไม่เข้ากับภาพ รวมทั้งไม่เหมาะสม ด้วยภาพวาดนี้มีการวาดภาพเทพเทวดาตามหลักโหราศาสตร์เป็นหลัก หากมองจากจุดที่เป็นปืนสไนเปอร์แล้วจะพบว่าเป็นเส้นนำสายตาไปยังเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ซึ่งถือเป็นหลักการของศิลปะ ที่จะต้องมีเส้นนำสายตาดึงความสนใจของคน และที่สำคัญภาพนี้จะมีอายุนานเป็นร้อยปี เพราะมีการวาดลงบนผ้าลินิน และใช้สีที่มีคุณภาพซึ่งจะมีความคงทนอยู่ได้นานเป็นร้อยปี

ภาพจิตรกรรม 1 แสนโกฏิจักรวาล ที่มีรูปพระราหูถือปืนสไนเปอร์เล็งไปที่โลก จะเป็นการบันทึกเหตุการณ์ครั้งสำคัญเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากคำสั่งใช้ความรุนแรงปราบปรามสลายการชุมนุม เดือนเม.ย.-พ.ค.2553 ที่มีการใช้ปืนสไนเปอร์ซุ่มยิงคนจากบนที่สูง เป็นความรุนแรงที่เราต้องการให้เป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ของเมืองไทย ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก ด้วยภาพนี้มีอายุยืนยาวนาน ในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า คนในยุคนั้นที่เข้ามาชมภาพจิตรกรรมฝาผนังศาลาสมเด็จวัดสระเกศ จะได้เห็นและเข้าใจว่าในช่วงปี 2553-2555 สังคมไทยเกิดเหตุการณ์สำคัญอะไร เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวครั้งสำคัญŽ นายพีระพงศ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากภาพวาดราหูส่องสไนเปอร์ไปยังโลกแล้ว ยังมีภาพวาดเทวดามือขวาถือหนังสติ๊ก มือซ้ายถือบั้งไฟ ที่เอวเหน็บดาบ ประทับยืนมาบนพญานาค หนีลูกดวงไฟขนาดใหญ่ด้วย

yengo หรือ buzzcity

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

โคราชตื่นจิ้งจกห้อยหัวพนมมือ!

โคราชตื่นจิ้งจกห้อยหัวพนมมือ!


วันที่ 19 ก.ย. ที่บ้านเลขที่ 81 ม.1 ต.หนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

พบจิ้งจกห้อยหัว เอาขาหน้าประสานกันคล้ายกำลังพนมมือ นางเบญจมา เพียงโคกกรวด อายุ 48 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า

ขณะนอนฟังเทศน์เมื่อเวลา 13.00 น. พบจิ้งจกหัวโตห้อยหัวทำท่าดังกล่าว และเชื่อว่าจิ้งจกคือดวงจิตสามีที่เสียชีวิตเมื่อ 3 เดือนก่อน เพราะสามีชอบพนมมือฟังเทศน์และมีศีรษะใหญ่ นายกีรติ กันยา นักวิทยาศาสตร์ สวนสัตว์นครราชสีมา กล่าวว่าเป็นสภาวะผ่อนคลายของจิ้งจก ส่วนหัวที่โตน่าจะเป็นเพราะอาการป่วย


yengo หรือ buzzcity

วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ชาวพิษณุโลกใช้จิ้งจกเก๊ไล่จิ้งจกจริง

ชาวพิษณุโลกใช้จิ้งจกเก๊ไล่จิ้งจกจริง


ชาวพิษณุโลก ไอเดียเจ๋ง นำจิ้งจกปลอมมาติดผนัง สามารถไล่จิ้งจกตัวจริง-แมลง ไม่ให้เข้าบ้านนานนับ 10 ปี จนชาวบ้านที่รู้นำไอเดียไปใช้ตามจำนวนมาก

26 ก.ย.55 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า ที่ร้านปิยะภรณ์ 36/24 ถ.เอกาทศรถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเจ้าของร้านปักผ้าลูกไม้ แห่งนี้มีไอเดียเจ๋ง ที่สามารถไล่จิ้งจก แมลงสาบ และแมลงต่างๆ ออกจากบ้านได้จริงนานนับ 10 ปี เมื่อไปถูกก็พบว่า ที่ผนังร้านมีจิ้งจกปลอมที่จากยางแปะติดอยู่เต้มผนัง นอกจากนี้ยังมีแมงมุม กบ ตะขาบปลอม ติดอยู่ด้วย โดยเจ้าของร้านดังกล่าว คือ นางอรัญญา กิตติวงศ์ อายุ 57 ปี

นางอรัญญา กิตติวงศ์ กล่าวว่า แต่ก่อนที่ร้านรับตัดชุดแต่งงานแต่มีปัญหาเมื่อบรรดาจิ้งจกคอยจะขี้ใส่ชุดแต่งงานทำให้ได้รับความเสียหาย จนมีโอกาสได้ไปเดินงานวัดแห่งหนึ่งเห็นมีจิ้งจกปลอมขายจึงลองซื้อมาแปะติดข้างผนังปรากฎว่า จิ้งจกที่อยู่ภายในร้านเริ่มลดจำนวนลงจึงไปซื้อมาเพิ่มแล้วแปะติดข้างผนังจนในร้านแทบจะไม่มีจิ้งจกเลย

"หลังจากที่นำจิ้งจกปลอมมาติดผนังแล้ว ก็ยังนำพวก แมงมุมปลอม กบ ตะขาบ รวมทั้งงูปลอม มาติด ทำให้นอกจากจิ้งจกจริงแล้ว พวกแมลง แมงสาบ หายไปจากในร้านอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่แมลงเยอะๆ ภายในร้านก็จะมีน้อยมาก โดยติดมาได้เกือบ 10 ปีแล้ว ก็มีคนสนใจมาสอบถาม บางรายก็นำวิธีการดังกล่าวไปทดลองใช้ตาม จนช่วงนี้พวกจิ้งจกปลอมเริ่มเสื่อมตามสภาพยางก็จะไปหาซื้อมาเปลี่ยน คนที่สนใจจะใช้วิธีการนี้ไปไล่จิ้งจกก็ทดลองได้เป็นอย่างดี" นางอรัญญา กล่าว


yengo หรือ buzzcity

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฮือฮาเห็ดยักษ์คล้ายแมงกะพรุนขึ้นพรึ่บ ชาวบ้านแห่ขอหวย

ฮือฮาเห็ดยักษ์คล้ายแมงกะพรุนขึ้นพรึ่บ ชาวบ้านแห่ขอหวย


เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ได้รับแจ้งจากนายระพีพล อังสุโชติ อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 อยู่บ้านเลขที่ 9/8 หมู่ 8 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ว่าพบเห็ดตีนแรดมีดอกขนาดใหญ่วัดเส้นรอบวงกลมได้ 166 เซนติเมตร ขั้นซ้อนกันเป็นชั้นๆ จำนวนมาก อีกทั้งดอกเห็ดยังมีลักษณะคล้ายแมงกะพรุน หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปพิสูจน์ เมื่อไปถึงพบเห็ดขึ้นอยู่ที่บริเวณโคนต้นกฐิน ลักษณะขึ้นเป็นพุ่มขนาดใหญ่ มีจำนวนหลายดอกขึ้นซ้อนและเรียงรายกันเป็นวงกว้าง ดอกของเห็ดมีตั้งแต่ขนาดเล็กและขนาดใหญ่สลับกันไป ดอกเห็ดเล็กสุดเส้นผ่าศูนย์กลางวัดได้ 6 นิ้ว ดอกใหญ่สุด เส้นผ่าศูนย์กลางวัดได้ 54 เซนติเมตร เส้นรอบวง วัดได้ 166 เซนติเมตร เห็ดที่ขึ้นมีประมาณ 19 ถึง 20 ดอก

นายพีระพล อังสุโชติ เล่าว่า เราเคยพบเห็ดบริเวณนี้มาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว ซึ่งมันจะขึ้นปีละ 1 ครั้งเท่านั้น โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ทั้งนี้บ้านของตนเป็นแคมป์ขี่ม้าด้านหลังเป็นพื้นที่สวนป่า มีดินอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาบริเวณนี้เคยพบเห็ดหลินจือที่มีราคาแพงมาแล้ว สำหรับเห็ดที่พบทางภาคเหนือเรียกว่า เห็ดจั่น คนทั่วไปเรียกเห็ดแรด ส่วนชาวกาญจนบุรี จะเรียกว่า เห็ดตับเต่าขาว และหลังจากชาวบ้านทราบข่าวก็จะมาขอหวยเป็นธรรมดา แต่ตนและครอบครัวไม่ได้เชื่อเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ถามว่าเห็ดชนิดดังกล่าวสามารถรับประทานได้หรือไม่ เรื่องนี้ตนไม่ค่อยแน่ใจ แต่ก็มีคนงานนำไปปรุงเป็นอาหารรับประทานเป็นประจำ ซึ่งคืนที่ผ่านมาตนได้ตรวจสอบทางอินเตอร์เน็ตดูว่าเป็นเห็ดชนิดใดกันแน่ ก็พบว่ามีลักษณะเหมือนเห็ดตีนแรด อีกทั้งยังมีลักษณะคล้ายกับแมงกะพรุนอีกด้วย หากเป็นไปได้ตนก็จะเก็บรักษาเอาไว้ ทั้งนี้ทราบมาว่า มีมหาวิทยาลัยทางภาคเหนือ และทางภาคอีสานเขาอนุรักษ์เห็ดชนิดดังกล่าวด้วย

yengo หรือ buzzcity

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

คนเชียงดาวฮือฮางูเขียวกินตับตุ๊กแกข้างฐานพระ แห่ดูตีเลขเด็ด-เจ้าอาวาสชี้เรื่องธรรมชาติ

คนเชียงดาวฮือฮางูเขียวกินตับตุ๊กแกข้างฐานพระ แห่ดูตีเลขเด็ด-เจ้าอาวาสชี้เรื่องธรรมชาติ



วันที่ 9 ต.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่บริเวณศาลวัดดอกม่วงคำ หมู่ที่ 12 บ้านโรงวัว ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ทางวัดได้มีการทำบุญใหญ่อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วของหมู่บ้านโดยมี พระครูบุรีตากานุรัตน์ เจ้าคณะอำเภอเชียงดาวประธานในพิธีโดยมีชาวบ้านนับร้อยมาร่วมในงานพิธีครั้งนี้ ขณะที่พระสงฆ์เริ่มสวดหน้าพระประธานในศาลา ปรากฎว่ดามีเสียงร้องดัง "อ้๊กๆๆ" เป็นจังหวะเสริมดังมาจากข้างฐานพระประธานสร้างความแปลกใจแก่ญาติโยมที่นั่งอยู่และพากันมองหาต้นเสียงประหลาดว่ามาจากไหน

เมื่อสายตาทุกคู่หันไปดูก็พบว่ามี งูเขียวตัวเขื่องกำลังกอดรัดกันกับตุ๊กแกตัวใหญ่ม้วนเป็นลักษณะทรงกลม เอาส่วนหัวสอดเข้าไปในปากตุ๊กแก ที่ส่งเสียงร้องแบบคับปากอั๊กๆแบบต่อเนื่องเป็นภาพที่หาดูยากมาก โดยงูเขียวรัดแน่นอยู่นานเกินกว่า 30 นาที ก่อนที่งูเขียวจะสำเร็จกิจและค่อยๆดึงหัวออกจากปากตุ๊กแก เมื่อเห็นมนุษย์ยืนมุงอยู่งูเขียวก็ตกใจ รีบผละออกและเลื้อยหลบหนีไป ส่วนตุ๊กแกไต่ข้างผนังขึ้นไปอยู่ซอกมุมเพดานทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสัตว์ทั้งสองผละจากกันไปแล้ว ชาวบ้านพากันตั้งวงวิพากษ์วิจารณ์เสียงดังลั่น นายวิฑูรย์ มหาเทพ อายุ 63 ปีอดีตผู้ใหญ่บ้านและเป็นมัคนายกของวัดซึ่งสังเกตเห็นสัตว์คู่นี้มาแต่ต้นเปิดเผยว่า ครั้งแรกก่อนที่จะเริ่มพิธีงานบุญได้เห็นตุ๊กแกเกาะอยู่หลังพระประธานองค์ใหญ่ ส่วนงูเขียวเลื้อยมาจากต้นโพธิ์ทางด้านหลังพระประธาน จากนั้นจึงขึ้นไปนำตัวตุ๊กแกจนหล่นลงมาข้างฐานพระประธาน และปฎิบัติการกินตับจนเป็นที่ฮือฮาในกลุ่มชาวบ้าน ส่วนใครจะนำไปตีเลขเด็ดก็แล้วแต่ละคนที่จะนำไปตี ส่วนตัวเองตีออกมาแล้ว 641 สำหรับงวดหน้า

นายอดิศักดิ์ คุ้มเมือง หัวหน้าหน่วยกู้ภัยเอื้ออาทร อปพร.เชียงดาว ได้นำทีมงานเข้ามาเพื่อให้ความปลอดภัยแก่ชาวบ้านหากจะมีการจับงู ก็บอกว่าเป็นภาพที่หาดูยากมา ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ยอมรับหากเห็นสัตว์ไม่ว่าจะเป็นงูและเป็นตุ๊กแก ชาวบ้านเชียงใหม่ เฮกันลั่นทุกครั้ง เพราะตีเลขเก่งกัน แต่เหตุที่ไม่เข้าไปแยกและจับงูก็เพราะเห็นว่าไม่ก่อให้เกิดอันตราย เพราะเป็นเรื่องของธรรมชาติของสัตว์ทั้งสองชนิดนี้ แต่มันน่าแปลกที่มาเกิดตนงานทำบุญใหญ่ ก็เหมือนมาบอกอะไรให้ก็ขออย่าเป็นลางร้าย ให้ดูเป็นโชคดีลางดีไว้ก่อน

ส่วนพระสมุหทิวทัยอานามโย เจ้าอาวาสวัดดอกม่วงคำ ได้กล่าวว่า "ผู้ล่วงลับที่เราได้มาร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ มาบอกโชคลาภ ส่วนจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ศรัทธาสาธุชนจะพึงปรารถนากันไปเอง งูเขียวกินตุ๊กแก เป็นเรื่องธรรมชาติ บังเอิญ คู่นี้มาผิดที่บริเวณพระประธาน ก็เหมือนกับตุ๊กแก ห้อยหัวพนมมือที่เคยมีข่าวนั่นแหละ ที่เป็นที่ฮือฮากันมาแล้ว"

yengo หรือ buzzcity

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

พบปลาหมอสี มีลายคล้ายเลขไทย ชาวบ้านแห่ตีเลขเด็ด

พบปลาหมอสี มีลายคล้ายเลขไทย ชาวบ้านแห่ตีเลขเด็ด



ชาวบ้านแห่ดูเลขเด็ดบนลายปลาหมอสี เจ้าของเผยเลียงมา 1 ปี สุดหวง แม้มีคนขอซื้อในราคาแพง ก็ไม่ยอมขายเด็ดขาด

วันนี้ (12 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่ร้านขนมจีนบุญนาค ตั้งอยู่ซอยข้างธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาพิษณุโลก เลขที่ 811/25 ถนนพิชัยสงคราม ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก ได้เลี้ยงปลาหมอสี มีลายเป็นเลขไทยข้างตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด ชาวบ้านทราบข่าวเชื่อว่าเป็นปลานำโชค แห่ขอเลขเด็ดกันเป็นจำนวนมาก จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบว่าหน้าร้านเปิดเป็นร้านขายขนมจีนน้ำเงี้ยว มี นายยู โฉมแดง อายุ 60 ปี อดีตข้าราชการป่าไม้ที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของร้านขนมจีน กำลังยุ่งกับการขายของอยู่หน้าร้านก่อนจะพาผู้สื่อข่าวไปชมปลาหมอสีตัวดังกล่าวซึ่งเลี้ยงไว้ในตู้ปลาชั้น 2 ของตัวอาคาร

โดย นายยู เปิดเผยว่า ได้ปลาดังกล่าว มาจากเพื่อนรุ่นน้องเมื่อประมาณ 1 ปี ใส่ตู้เลี้ยงไว้ตามปกติ จนกระทั่งเมื่อวันจันทร์ที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้นำปลาออกมาจากตู้เพื่อจะล้างตู้ปลาและสังเกตว่าปลายที่ข้างตัวปลาหมอสีดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับเลขไทย "๕0" และเลขไทย "0๔" จากนั้นตนได้บอกเพื่อนๆต่างแห่กันมาดูมากกมายเชื่อว่าปลาตัวดังกล่าวน่าจะมาให้โชคลาภกับครอบครัวตนเอง

เมื่อสอบถามว่า หากมีคนมาขอซื้อแล้วให้ราคาที่สูงจะขายหรือไม่ นายยู กล่าวทันทีว่า ไม่ขายเด็ดขาด เพราะเลี้ยงดูมาตลอดปีกว่า รู้สึกผูกผันไม่อยากขายสิ่งที่ตนเองรัก อย่างไรก็ตามหลังจากชาวบ้านที่ทราบข่าวว่าปลาหมอสี ของตนเอง มีเลขติดที่ลำตัว ต่างมาขอดูกันเป็นจำนวนมาก


yengo หรือ buzzcity

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ชะโดอาละวาดโคราช มาเป็นฝูง 2-3 ร้อยตัว กินเกลี้ยงเพื่อนปลา

ชะโดอาละวาดโคราช มาเป็นฝูง 2-3 ร้อยตัว กินเกลี้ยงเพื่อนปลา


ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม นายเจริญ อุดมการ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครราชสีมา เปิดเผยว่า

จากการสำรวจปลาน้ำจืดพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ในช่วง 2-3 ปีล่าสุดนี้ พบว่าปลากินพืชที่อาศัยอยู่ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ อาทิ อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ่างเก็บน้ำลำมูลบน และอ่างเก็บน้ำลำแชะ มีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากมีปลากินเนื้อ อาทิ ปลาช่อนและปลาชะโด ขยายพันธุ์อยู่อาศัยเป็นจำนวนมากในพื้นที่ดังกล่าว ถึงแม้ว่าทางศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครราชสีมา จะมีการปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่อ่างเก็บน้ำเหล่านั้นกว่า 20 ล้านตัวต่อปี แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยให้ปลากินพืชเหล่านั้นขยายพันธุ์ตามธรรมชาติได้

โดยเฉพาะในพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี ขณะนี้พบว่ามีปลาชะโดชุกชุมมากที่สุด เนื่องจากพื้นที่ของอ่าเก็บน้ำลำแชะ มีป่าปกคลุมอุดมสมบูรณ์ เหมาะสมกับแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาชะโดมาก โดยแม่พันธุ์ปลาชะโดจะเลี้ยงลูกจนโตขนาดเท่าแขนคนก็ยังรวมกันเป็นฝูง บางฝูงมีจำนวน 200-300 ตัว และมีพฤติกรรมดุร้าย ชอบกินปลาทุกชนิดเป็นอาหาร โดยเฉพาะปลากินพืช อาทิ ปลาหมอตาล ปลาตะเพียนขาว ปลาแรด ปลาไน และปลานิล ดังนั้น เมื่อฝูงปลาชะโดแม่ลูกอ่อนเหล่านั้นออกหาเหยื่อ จะทำให้ปลากินพืชที่อยู่บริเวณใกล้เคียงลดลงอย่างรวดเร็ว

นายเจริญกล่าวว่า สำหรับช่วงนี้เป็นช่วงน้ำขึ้นและเป็นฤดูที่ปลาชะโดกำลังเลี้ยงลูกอ่อนอยู่ จึงขอเตือนเด็กๆ หรือประชาชนที่จะลงไปเล่นน้ำในแหล่งน้ำเหนือเขื่อนต่างๆ ให้ระมัดระวังอาจถูกปลาชะโดทำร้ายได้ ขณะนี้ทางศูนย์ก็กำลังประสานกับหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งท้องถิ่นในพื้นที่ อ.ครบุรี หาวิธีลดจำนวนปลาชะโดเหล่านี้อยู่

เบื้องต้นได้มีผู้เสนอให้จัดการแข่งขันตกปลาชะโดชิงเงินรางวัลขึ้น โดยท้องถิ่นต่างๆ จะร่วมลงขันเงินรางวัล เพื่อเป็นแรงจูงใจให้นักตกปลาทั่วประเทศเดินทางมาแข่งขันตกปลาชะโด เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยลดจำนวนปลาชะโด ที่กำลังทำลายพันธุ์ปลากินพืชในพื้นที่ของตนแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อีกด้วย


yengo หรือ buzzcity

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฮือฮาเต่าประหลาดมีเอวแห่ขอหวยเพียบ

ฮือฮาเต่าประหลาดมีเอวแห่ขอหวยเพียบ


ฮือฮาพบเต่าประหลาดมีเอว ชาวบ้านทราบข่าวแห่มาดูขอหวยแน่น เชื่อเป็นพญาเต่า คนเลี้ยงจะมีแต่ความสุข ความเจริญ ลาภยศ สรรเสริญ

วันนี้ (14 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบเต่าประหลาดขนาดเล็ก ไม่กลัวคน ขนาดความยาวกระดองวัดได้ประมาณ 7 ซ.ม. หน้าอกมีสีขาวสลับน้ำตาล บริเวณหัวสีดำมีลายเส้นสีขาวพาดสลับหัว กระดองสีน้ำตาลอมดำ และที่แปลกแตกต่างจากเต่าทั่วไป ก็คือ ที่บริเวณรอบกระดองมีสีขาว กลางลำตัวมีร่องลึกเว้าเข้าทั้งสองข้าง คล้ายเอวคน ซึ่งเต่าดังกล่าวเป็นเต่าของนางธัญญรัตน์ เผดิม อายุ 48 ปี ที่บ้านเลขที่ 68/4 ชุมชนเทศบาลอนุสรณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบกับกลุ่มชาวบ้าน กำลังมุงดูด้วยความสนใจ ที่บริเวณอ่างน้ำหน้าบ้านของบ้านหลังดังกล่าว

นางธัญญรัตน์ เปิดเผยว่า ก่อนที่จะนำเต่าตัวนี้มาเลี้ยง เมื่อสองเดือนที่ตนไปธุระข้างนอกบ้านมาระหว่างขี่รถเข้าบ้าน ได้เห็นสัตว์อะไรเล็กๆแต่ไม่ชัดเจนคลานตามถนน จึงจอดรถลงไปดู พบว่าเป็นเต่าที่มีลักษณะประหลาดมีเอว จึงเก็บมาเลี้ยง จากนั้นพอมีชาวบ้านทราบข่าวต่างพากันเดินทางมาดูแลแห่ขอหวยเป็นจำนวนมาก

นางกิมนี ศรีชมพู อาจารย์ผู้ประกอบพิธี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 338 ม.5 ต.ปรือ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ กล่าวว่า เต่าตัวนี้แปลกมาก มีพลังอำนาจเป็นถึงพญาเต่า ที่สำคัญผู้ที่เก็บเอามาเลี้ยงเป็นผู้ที่มีบารมีบุญสูง เพราะ นางธัญญรัตน์ เป็นคนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี เชื่อว่ากุศลผลบุญที่ทำมาจะนำพาแต่ความสุข ความเจริญ ลาภยศ สรรเสริญมาให้


yengo หรือ buzzcity

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ตะลึง! ศรีสะเกษพบกรุพระผงโบราณหมื่นองค์ คาดอายุกว่า 1,000 ปี

ตะลึง! ศรีสะเกษพบกรุพระผงโบราณหมื่นองค์ คาดอายุกว่า 1,000 ปี




ศรีสะเกษ - ตะลึง! พบกรุพระผงโบราณนับหมื่นองค์ คาดอายุกว่า 1,000 ปี กลางป่าสาธารณะ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ หลวงพ่อเผยตั้งใจปรับพื้นที่เพื่อจัดสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม แต่พบไหโบราณบรรจุพระกว่า 25 ใบ ขณะ ผญบ.นำชาวบ้านก่ออิฐบล็อกครอบปิดไว้ป้องกันขโมย หวังเก็บรักษาไว้ให้ชาวบ้านลูกหลานกราบไหว้บูชา เป็นสมบัติของแผ่นดิน

วันนี้ (14 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณกลางป่าสาธารณประโยชน์ดงบ้านเก่า สะเดาหวาน บ้านหนามแท่ง ต.หนองแวง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นป่าสาธารณะเก่าแก่ ได้มีชาวบ้านจำนวนมากพากันหลั่งไหลมากราบไหว้พระผงโบราณและใบเสมาเก่าแก่ ซึ่งหลวงพ่อสมศักดิ์ สิริธัมโม พระลูกวัดสระพังทองหนามแท่ง บ้านหนามแท่ง อ.กันทรารมย์ ได้ขุดพบ พร้อมนำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้และปิดทองใบเสมาโบราณเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว

โดยพระผงโบราณดังกล่าวมีอยู่ 2 แบบ คือ พระผงปางนาคปรก และปางสมาธิ มีจำนวนรวมกว่า 10,000 องค์ ซึ่ง นายไสว ทองกลม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านหนามแท่ง ได้ร่วมกับชาวบ้านนำอิฐบล็อกมาก่อปูนปิดครอบเอาไว้ และนำเอาพระผงโบราณส่วนหนึ่งออกมาไว้ให้ชาวบ้านได้ชมและกราบไหว้ พร้อมจัดเวรยามเฝ้าดูแลรักษาอย่างเต็มที่

หลวงพ่อสมศักดิ์ สิริธัมโม พระลูกวัดสระพังทองหนามแท่ง กล่าวว่า อาตมภาพเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่บริเวณกลางป่าแห่งนี้เป็นประจำทุกวัน ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นว่าบริเวณเนินดินแห่งนี้เหมาะสำหรับการจัดสร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม จึงได้นำจอบมาทำการขุดดินเพื่อปรับพื้นที่ เมื่อขุดลงไปใต้พื้นดินพบว่ามีไหดินโบราณจำนวนประมาณ 25 ไหฝังอยู่ใต้ดินกระจายอยู่รอบบริเวณเนินดิน และเมื่อนำเอาไหมาเปิดดูพบว่าภายในไหมีพระผงโบราณบรรจุอยู่เต็มทุกใบ และพบใบเสมาโบราณอีกจำนวน 4 ใบอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันด้วย

ดังนั้น จึงได้ขุดนำเอาไหทั้งหมดขึ้นมา และแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านได้ทราบ จากนั้นได้นำชาวบ้านหนามแท่งมาทำการล้างพระผงที่อยู่ในไห ซึ่งพบว่าพระผงโบราณเมื่อโดนน้ำจะแข็งตัวและมีสีแดง แต่เมื่อแห้งแล้วองค์พระจะกลายเป็นสีนวลขาว คาดว่าเนื้อพระจะเป็นว่าน 108 จึงมีลักษณะแบบนี้ โดยพระผงโบราณทั้งหมดมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 10,000 องค์

หลวงพ่อสมศักดิ์กล่าวต่อว่า จากการที่ได้ตรวจสอบใบเสมาโบราณแล้ว พบว่า ใบเสมาส่วนหนึ่งมีรอยจารึกเป็นภาษาขอมโบราณ และมีอักษรเขียนคล้ายกับคำว่า ร.ศ. ๒๑๑ หรือ ๒๑๑๑ ซึ่งตัว ร.ข้างหน้าคล้ายกับเลข ๒ ไทย แต่ไม่ชัดเจนเนื่องจากเก่าแก่มาก จนตัวหนังสือเลือนหายไม่ชัดเจน ส่วนตัว ศ. ค่อนข้างชัดเจน คาดว่าพระผงโบราณและใบเสมาโบราณที่ขุดพบนี้มีอายุประมาณ 1,000 ปี

ทั้งนี้ เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไปได้มีบรรดานักค้าวัตถุโบราณมาติดต่อขอซื้อพระผงโบราณทั้งหมดในราคาขีดละหลายพันบาท แต่ว่าอาตมภาพและชาวบ้านไม่ขายเนื่องจากต้องการเก็บรักษาไว้เพื่อให้ชาวบ้าน ลูกหลานได้สักการะกราบไหว้ และเพื่อเก็บไว้เป็นสมบัติของแผ่นดินต่อไป โดยได้ก่ออิฐบล็อก ความกว้าง 2 เมตร และยาว 10 เมตร ครอบไหโบราณที่บรรจุพระผงโบราณเก็บเอาไว้ ซึ่งจะได้อัญเชิญพระพุทธรูปมาวางประดิษฐานเป็นพระประธานไว้ข้างบนพื้นที่ซึ่งได้ก่ออิฐบล็อกเอาไว้เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชาต่อไป ซึ่งเมื่อชาวบ้านทราบข่าวได้พากันแห่มากราบไหว้สักการะและชมพระผงโบราณกันอย่างต่อเนื่องวันละหลายร้อยคน

ทางด้าน นายไสว ทองกลม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านหนามแท่ง กล่าวว่า ตนได้รายงานเรื่องนี้ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองแวง รับทราบแล้ว เพื่อจะได้จัดหางบประมาณมาทำการบูรณะปรับปรุงบริเวณที่ขุดพบพระผงโบราณแห่งนี้ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระภิกษุสงฆ์และประชาชนทั่วไป โดยบริเวณนี้อดีตเคยเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเก่าแก่ แต่ต่อมาได้มีการย้ายหมู่บ้านออกไปอยู่ด้านนอกป่าแห่งนี้ ซึ่งภายในบริเวณนี้มีต้นไม้ใหญ่อายุหลายร้อยปีหลายสิบต้น เป็นป่าสาธารณประโยชน์โบราณเก่าแก่มากที่สุดอีกแห่งหนึ่งในเขต อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ

นายคำตา พรหมดี อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ 3 บ้านหนามแท่ง ต.หนองแวง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนเกิดมาจนอายุขนาดนี้แล้วไม่เคยพบพระผงโบราณจำนวนมากมายขนาดนี้ คาดว่าจะมีอายุประมาณ 1,000 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่าสถานที่บริเวณนี้เคยเป็นชุมชนของคนโบราณมาก่อน จึงมีวัตถุมงคลล้ำค่าฝังเอาไว้ ซึ่งตนจะได้ร่วมกับชาวบ้านเก็บรักษาพระผงโบราณที่ค้นพบนี้ไว้เป็นสมบัติของชาวบ้านหนามแท่งทุกคนต่อไป


yengo หรือ buzzcity

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557

"เจ้าแบ่ง"วัวพิเศษมีรูจมูก 3 รู แห่วิเคราะห์ตรรกศาสตร์แน่น

"เจ้าแบ่ง"วัวพิเศษมีรูจมูก 3 รู แห่วิเคราะห์ตรรกศาสตร์แน่น



วันนี้ (15 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบลูกวัวมีลักษณะแปลกประหลาดมีจมูก 3 รู ที่บ้านเลขที่ 135 บ้านแสงใหญ่ หมู่ 6 ต.หนองแวง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ จึงไปตรวจสอบ ที่บริเวณคอกวัวข้างบ้าน มีกลุ่มชาวบ้านกำลังยืนมุงดูวัวเพศเมีย พันธุ์พื้นบ้าน ลำตัวสีขาว อายุ 10 วัน มีนายอ้ม บุญจันทร์ อายุ 82 ปี เจ้าของบ้านกำลังดูแลให้อาหารอยู่ จากการสังเกตบริเวณใบหน้าของลูกวัวพบว่า มีรูจมูก 3 รู อยู่เรียงกัน โดยรูตรงกลางเกิดขึ้นมาใหม่ สร้างความแปลกประหลาดใจให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก พากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา เนื่องจากไม่เคยพบเห็นมาก่อน ภายหลังจากข่าวแพร่สะพัดออกไปบรรดาเซียนหวยต่างพากันหลั่งไหลแห่มาดูจำนวนมาก

นายอ้ม กล่าวว่า ลูกวัวตัวดังกล่าวเป็นลูกวัวตัวที่ 8 ของแม่วัวที่ตนเลี้ยงไว้ หลังคลอดออกมาก็พบว่ามีลักษณะที่แปลกมาก ตนก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่ก็ดีใจที่ลูกวัวมีสุขภาพแข็งแรงดี ต่อมาชาวบ้านมาเห็นจึงพากันตั้งชื่อลูกวัวว่า “น้องแบ่ง” เนื่องจาก มี 3 รูจมูก จากนั้นไม่นานได้มีคนมาติดต่อขอซื้อไปเลี้ยง แต่ตนไม่ขาย เพราะวัวลักษณะนี้เป็นวัวพิเศษ ซึ่งอาจเป็น 1 ในแสน หรือไม่ก็เป็น 1 ในล้านตัวก็อาจเป็นไปได้ และเชื่อว่าลูกวัวตัวนี้อาจจะนำโชคลาภเข้ามาสู่ครอบครัว จึงจะเลี้ยงเอาไว้ให้คนทั่วไปได้เข้ามาดูต่อไป ส่วนคอหวยจะตีเป็นเลขอะไรแล้วแต่สะดวก



yengo หรือ buzzcity

วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ตะลึง!รังผึ้งหลวงสีทอง

ตะลึง!รังผึ้งหลวงสีทอง


ชาวสุพรรณบุรี แห่ดูผึ้งหลวงสีทองอร่าม ทำรังขนาดใหญ่ในบ้านทรงไทย เจ้าของเชื่อให้โชคลาภ ทำให้ธุรกิจก้าวหน้า

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนาย โสภณ พันธุ อายุ 44 ปี เจ้าของบ้านสวนเรือนไทย บ้านสวนแผ่นดินแม่ เลขที่ 147 หมู่ 5 ต.บ้านแหลม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ว่า มีผึ้งหลวงจำนวนมาก บินมาทำรังขนาดใหญ่ยักษ์ภายในห้องเรือนไทยจตุรมุข โดยไม่เคยทำอันตรายเจ้าของบ้านและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพัก จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบรังผึ้งหลวงขนาดใหญ่ ทำรังอยู่เหนือหน้าต่างภายในห้องของบ้านทรงไทยจตุรมุข

นายโสภณ กล่าวว่า หลายคนที่พบเห็นต่างบอกว่ารูปร่างคล้ายกับเศียรพระ และห่มจีวรเฉียง แถมมีประกายทองสวยงามมาก จึงไม่อยากทำร้ายเพราะถือเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้น เป็นศิริมงคลแก่ครอบครัว ที่สำคัญยังเชื่อว่ามีรังผึ้งนี้แล้ว ทำให้ธุรกิจดีวันดีคืน

yengo หรือ buzzcity

วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557

"สุดยอดคุณพ่อ" มีลูกตอนอายุมากที่สุดในโลกด้วยวัย 96 ปี

"สุดยอดคุณพ่อ" มีลูกตอนอายุมากที่สุดในโลกด้วยวัย 96 ปี


วันนี้ (17 ต.ค.) เว็บไซต์ต่างประเทศ เดลี่เมลล์ รายงานข่าว พ่อเฒ่าที่มีลูกขณะตัวเองอายุมากที่สุดในโลก คือนายรามจิต รากาฟ วัย 96 ปี กับนางชากุนทาลา ภรรยา อายุ 54 ปี ให้กำเนิดบุตรชายคนที่ 2 เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยครอบครัวนายรามจิตเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักครั้งแรกในปี 2553 เมื่อทั้งคู่มีลูกคนแรก ขณะที่รากาฟมีอายุ 94 ปี หลังครองตัวเป็นโสด และถือพรหมจรรย์ จนกระทั่งมาพบรักภรรยาและแต่งงานเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว

นายรามจิต เผยว่าตนมีเพศสัมพันธ์ 3 ครั้งต่อคืนไม่มีการพึ่งยาใดๆ ทั้งที่มีอายุเฉียดร้อยปีแล้วก็ตาม ทั้งคู่กล่าวว่าหลังคลอดลูกคนนี้ จะทำหมันเพื่อป้องกันไม่ให้มีลูกอีกในอนาคต.

yengo หรือ buzzcity

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฮือฮาลูกหมูแฝดสุดประหลาด 8 ขา 4 หู 1 หัว

ฮือฮาลูกหมูแฝดสุดประหลาด 8 ขา 4 หู 1 หัว



วันนี้ (18 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 88 หมู่ 2 ต.บางกุ้ง อ.เมืองสุพรรณบุรี มีแม่หมูออกลูกประหลาด มี 2 ตัวแปดขา 1 หัว จึงเดินทางไปตรวจสอบพบ น.ส.สมร เปี่ยมทอง อายุ 65 ปีเจ้าของบ้าน และเพื่อนบ้านหลายคนกำลังยืนมุงดูลูกหมูแฝดเพศผู้ สีขาวทั้ง 2 ตัว ลำตัวติดกัน 2 ตัวมี 8 ขา 4 หู 2 หาง 1 หัว ด้านหลังมีเนื้องอกออกมาลักษณะคล้ายหัวและจมูกหมู แต่ไม่มีรูจมูก ใบหูด้านหลังติดกันเหมือนโบว์ผูกผมแต่ลูกหมูดังกล่าวตายแล้วและข้างบ้านมีเล้าหมูอยู่ติดกันและมีแม่พันธุ์ อยู่ประมาณ 10 กว่าตัวแม่พันธุ์ที่คลอดลูกหมูประหลาดนอนให้ลูกๆอีก 7 ตัวกินนมอยู่ในเล้า

สอบถาม น.ส.สมร เล่าว่า เลี้ยงหมูมาเกือบ 40 ปี ไม่เคยเจอลูกหมูประหลาดแบบนี้มาก่อน เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา หมูตัวนี้คลอดลูกออกมาท้องแรก7 ตัว ทุกตัวปกติดี กระทั่งมาถึงคู่แฝดตนสังเกตเห็นขาลูกหมูโผล่มา 4 ขาก็ไม่แปลกใจแต่รอนานเกือบ 1 ชม.ลูกหมูก็ไม่ยอมคลอดออกมาจึงใช้มือช่วยดึงแต่ก็ไม่ออก ต้องใช้มือล้วงเข้าไปคลำดูต้องตะลึงเพราะในท้องแม่หมูพบลำตัวลูกหมูติดกัน จึงพยายามช่วยดึงออกมาอย่างยากลำบาก ใช้เวลาอีกเกือบชม.จึงช่วยออกมาได้แต่น่าเสียดายหลังจากลูกหมูคลอดออกมาสุดตัวก็ตาย หลังจากชาวบ้านทราบข่าวต่างแห่กันมาดูจนแน่นขนัด ตนจะหาวิธีเก็บลูกหมูตัวนี้เอาไว้ดูให้นานที่สุดเพราะไม่เคยเห็นความแปลกประหลาดแบบนี้มาก่อน ส่วนเพื่อนบ้านหลายคนต่างก็นำไปตีเป็นเลขเด็ด

yengo หรือ buzzcity

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

แตกตื่นหนุ่มบราซิลโผล่ร่วมงานศพตัวเอง

แตกตื่นหนุ่มบราซิลโผล่ร่วมงานศพตัวเอง



เกิดเหตุการณ์ที่ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน และกรีดร้อง บางคนเป็นลมหมดสติ หลังจากจู่ๆ พนักงานล้างรถหนุ่มรายหนึ่งที่เชื่อกันว่าตายไปแล้ว ได้เดินเข้าไปร่วมงานศพตัวเองในเมืองอลาโกอินฮาส ของเขตซัลวาดอร์ เดอ บาเฮียของบราซิล ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของสมาชิกในครอบครัว

นายกิลเบอร์โต อาร์อูโย ชาวบราซิลวัย 41 ปี ทราบข่าวจากเพื่อนที่เตร็ดเตร่อยู่บนถนนว่า ครอบครัวคิดว่าเขาตายไปแล้ว และกำลังจัดพิธีฝังศพ ทำให้เขารีบกลับไปบ้าน เพื่อสร้างความกระจ่างชัดว่า เขายังมีชีวิตอยู่ ทั้งนี้ ครอบครัวของนายอาร์อูโย คิดว่า เขาตายไปแล้ว เนื่องจากพบศพผู้เสียชีวิตคล้ายนายอาร์อูโย ด้านนางมาเรีย เมเนเซส หนึ่งในผู้ร่วมงานศพกล่าวว่า ผู้คนต่างตกใจ ผู้หญิงกรีดร้อง และหลายคนวิ่งแตกตื่นออกไปจากงานศพอย่างไม่คิดชีวิต.

yengo หรือ buzzcity

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ชาวกรุงเก่าตื่นเห็ดสีทองใหญ่เท่ากระด้ง แห่ขอหวยตามระเบียบ

ชาวกรุงเก่าตื่นเห็ดสีทองใหญ่เท่ากระด้ง แห่ขอหวยตามระเบียบ


เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านกรุงเก่าและจังหวัดข้างเคียง แตกตื่น

พากันเข้ามาดูเห็ดประหลาดสีทองเหลืองอร่ามขนาดใหญ่ยักษ์ ขึ้นที่โค่นต้นโพธิ์เก่าแก่ขนาดใหญ่อายุหลายร้อยปี หน้าศาลาปฏิบัติธรรมวัดป้อมรามัญ ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเป็นวัดที่จำพรรษาของพระเกจิชื่อดัง พระครูเกษมจันทวิมล หรือพระอาจารย์แดง เจ้าอาวาสวัดป้อมรามัญ

โดยชาวบ้านที่มาดูความประหลาดของเห็ดดังกล่าว พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เห็ดที่ว่าไม่ทราบว่าเป็นเห็ดชนิดใด

แต่มีลักษณะมีเนื้อแข็งผิวเป็นมันวาว แต่มีสีเหลืองทองอร่ามไปทั้งดอก มีขนาดกว้างใหญ่แบบกระด้ง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 60 เซนติเมตร ความหนากว่า 20 เซนติเมตร แยกเป็นรอยถึง 4 ชั้น โดยขึ้นอยู่ตรงโคนต้นโพธิ์เก่าแก่ของวัดที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 คนโอบ นอกจากนี้ บริเวณที่เห็ดสีทองผุดขึ้นมานั้น ยังมีต้นเฟื่องฟ้าดอกสีแดงขึ้นอยู่ใกล้เคียงด้วย ชาวบ้านจึงวิพากษ์วิจารณ์กันว่า เป็นการเสริมดวง เพราะเห็ดสีทอง ขึ้นโคนต้นโพธิ์เก่าแก่ และยังจะมีความเฟื่องฟูเพราะขึ้นติดต้นเฟื่องฟ้า ก อย่างไรก็ตาม พบว่าชาวบ้านนำดอกไม้ธูปเทียนมาไหว้ขอหวย ด้วยเป็นช่วงใกล้หวยออก

กรรมการวัดป้อมรามัญให้ข้อมูลเห็ดดังกล่าวขึ้นมาได้ไม่นาน แต่ช่วงนี้มีขนาดใหญ่มากขึ้นจนแปลกตาอย่าง

และมีสีทองเหลืองอร่ามไปทั้งดอกเห็นที่ใหญ่เท่ากระด้ง และเมื่อตรวจสอบจุดอื่นใต้ต้นโพธิ์ พบว่ามีเห็ดแบบเดียวกันขึ้นที่โค่นต้นโพธิ์อีกหลายจุด มองแล้วก็แปลกตา แต่ก็เป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ ไม่อยากให้ชาวบ้านไปลูบคลำหรือสัมผัสมากนัก เกรงจะเป็นอันตราย และทำให้เห็ดเฉามือ แต่เท่าที่เห็นสีทองของเห็ดมีความชัดเจนสวยงามขึ้นทุกวัน

นางสาววราภรณ์ ประภัสสร อายุ 30 ปี ที่เดินทางสมุทรปราการ กล่าวว่า ตนเองก็ไม่เคยเห็นเห็ดอะไรจะใหญ่และมีสีทองสวยงามแบบนี้ และตนเองก็ลองลูบคลำดูพบเลขเด็ด 57 เช่นกัน

ด้านพระครูเกษมจันทวิมล เจ้าอาวาสวัดป้อมรามัญ หรือพระอาจารย์แดง พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ทางด้านเมตตามหานิยม กล่าวว่า

เห็ดตามโคนต้นไม้ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เรายังไม่สามารถอธิบายได้ว่าเห็ดสีทองที่พบโคนต้นโพธิ์เป็นเห็ดอะไร และทำไมเป็นสีทอง และที่วัดแห่งนี้ก็เป็นวัดเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ยาวนานสร้างมารแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและต้นโพธิ์ก็เชื่อว่ามีคู่มากับการสร้างวัด เมื่อปีที่แล้วถูกน้ำท่วมนานมากกลัวจะล้ม แต่โชคดีปัจจุบันต้นโพธิ์ยังรอดยืนต้นอยู่ ส่วนเรื่องชาวบ้านมากกราบไหว้ ก็เป็นเรื่องความเชื่อของชาวบ้าน แต่ก็จะได้เตือนว่าอย่าได้ไปงมงายกับการเสี่ยงโชค


yengo หรือ buzzcity

วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ชาวบ้านกรุงเก่าฮือฮาพระครูมรณภาพ 3 เดือนไม่เน่า

ชาวบ้านกรุงเก่าฮือฮาพระครูมรณภาพ 3 เดือนไม่เน่า



เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ ( 8 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่าที่วัดตานิม ม.1 ต.ตานิม อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา มีชาวบ้านพากันไปดูสังขารของพระครูสิทธิพงษ์คณาทร ที่มรณภาพเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 55 แล้วพบว่าสังขารไม่เน่าเปื่อย จึงได้ไปตรวจสอบ

พบว่าที่ศาลาการเปรียญภายในวัดตานิม มีประชาชนมากกว่า 100 คนมาดูสังขารของพระครูสิทธิพงษ์คณาทร หรือหลวงพ่ออุ่น อดีตเจ้าอาวาสที่มรณภาพครบ 100 วันแล้วสังขารไม่เน่าเปื่อย โดยสภาพร่างกายเหมือนคนนอนหลับ เล็บมือเท้าและเส้นผมงอกยาวขึ้นมาเล็กน้อย ส่วนตามร่างกายไม่เน่าเหม็น สร้างความตื่นเต้นให้กับประชาชนที่มาเฝ้าดู ต่างจุดธูปยกมือไหว้ท่วมศีรษะ เพื่อความเป็นสิริมงคล

นายธนากร ปลื้มเนตร อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 4/1 ม. 5 ต. ขวัญเมือง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนสนิทของพระครูหรือหลวงพ่ออุ่น เปิดเผยว่า หลวงพ่อป่วยโรคชราละสังขารไปด้วยอายุ 83 ปี ญาติโยมนำสังขารมาตั้งบำเพ็ญกุศลและเก็บเอาไว้เตรียมที่จะนำออกมาทำบุญครบ 100 วัน และจะหารือในการประกอบพิธีขอพระราชทานเพลิงศพปี 2556 เมื่อเปิดหีบพบว่าสังขารของพระครู ไม่เน่าเปื่อยและไม่มีกลิ่นเหม็นเป็นที่อัศจรรย์อย่างมาก โดยก่อนหน้านี้พระครูอุป อิสโร ที่มรณภาพไปเมื่ออายุ 79 ปี เมื่อปี 2513 ก็ไม่เน่าเปื่อย จึงได้เก็บรักษาเอาไว้ในหีบแก้ว และตั้งเอาไว้ใกล้กัน เชื่อว่าเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่ออุปที่มรณะไปก่อนหน้าแล้ว ซึ่งชาวบ้านจะนำสังขารของหลวงพ่ออุ่นมาประกอบพิธีทำบุญครบ 100 วันในวันที่ 8 พ.ย.และจะสวดพระอภิธรรมทุกวันพระต่อไป.


yengo หรือ buzzcity

วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฮือฮาหล่อรูปพระสีวลี รุ่นปางถือไอแพด แทนถือไม้เท้า

ฮือฮาหล่อรูปพระสีวลี รุ่นปางถือไอแพด แทนถือไม้เท้า



เมื่อ 9 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านจบก-บ้านหนองเหล็ก ต.บ้านผือ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ นายพิภพ ดำทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานพิธีเททองหล่อพระสีวลี ปางถือไอแพด รุ่น “มหาลาภ ทันโลก โภคทรัพย์” โดยพระครูปลัดวิสุทธิ์ นริสัสโร ประธานฝ่ายสงฆ์กล่าวว่า การนำแนวคิดเททองหล่อพระสีวลี ปางถือไอแพด เพราะต้องการสื่อความหมาย ว่าพระสงฆ์ทุกวันนี้ อยู่ในโลกที่กว้างไกล เต็มไปด้วยเทคโนโลยี

พระสงฆ์ต้องตามให้ทันจะได้ไม่ตกยุคสมัย และนำอุปกรณ์เหล่านี้มาช่วยสอนญาติโยมคนรุ่นใหม่ ให้เข้าถึงพระพุทธศาสนา เพราะเด็กหนุ่ม สาว คนรุ่นใหม่ ใช้อุปกรณ์สื่อสารเหล่านี้ แล้วห่างวัดไม่ฟังธรรม แนวทางที่พระสงฆ์จะทำได้คือการเข้าถึงเทคโนโลยี เหล่านี้ แล้วใช้สอนธรรมะ กับคนรุ่นใหม่สื่อสารธรรมะกับคนรุ่นใหม่ ส่วนใครจะว่าอะไร สามารถตอบคำถามสังคมได้

พระครูปลัดวิสุทธิ์ กล่าวว่า การไม่ยึดมั่นถือมั่น เพราะตามวัดต่างๆ ญาติโยมจะเห็นปางพระสีวลี ถือไม้เท้า นั่นเป็นการยึดมั่นถือมั่น ทำอย่างใดก็ทำอยู่อย่างนั่น ไม่เปลี่ยนแปลง แต่เราไม่ยึดมั่น เปลี่ยนแปลงได้ นำสิ่งที่ดีมาใช้ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ติดภาพลักษณ์เดิมๆ ไม่ยึดติดกับสิ่งใด อันเป็นการหลุดพ้น ละวาง เชื่อเป็นแนวทางของศาสนาพุทธ

สำหรับพระเกจิอาจารย์นั่งปรก อธิษฐานจิตในพิธี ประกอบด้วย หลวงปู่คำบุ วัดกุดชมพู จ.อุบลราชธานี,หลวงพ่อเมียน วัดจะเนียงวนาราม จ.บุรีรัมย์ หลวงพ่อสอ วัดศรัทธารมณ์ หลวงพ่อสุข วัดบ้านตาโน หลวงพ่อมา วัดบ้านสโน และหลวงพ่อทองคำ วัดป่าเทพประทานพร จ.สุรินทร์


yengo หรือ buzzcity

วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฟ้าผ่าต้นสะเดาขาดสองท่อน ผงะกรุพระแตก ชาวบ้านแห่ขุดพระดัง

ฟ้าผ่าต้นสะเดาขาดสองท่อน ผงะกรุพระแตก ชาวบ้านแห่ขุดพระดัง



เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 พ.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด ได้รับแจ้งว่า มีเหตุฟ้าผ่าลงกลางต้นสะเดาหักสองท่อน ชาวบ้านพบกรุพระแตก บริเวณที่ต้นสะเดาที่ถูกฟ้าผ่า ที่บ้านนา ต.โพนสูง จึงได้เดินทางไปที่บ้านนา ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลย เมื่อไปถึงพบชาวบ้านจำนวนมาก กำลังช่วยกันขุดหาพระโบราณที่โคนต้นสะเดา ที่โดนฟ้าผ้า ขนาด 1 คนโอบ สูงร่วม 20 เมตร อยู่ที่บ้านของนายตา หุมอาจ อายุ 90 ปี ม.1 บ้านนา ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลย ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน คนที่พบชื่อนายณรงค์ศักดิ์ โพธิสาสิน อายุ 25 ปี อยู่ม.1 บ้านนา ต.โคกงาม และนายณัฐพล หุมอาจ ซึ่งเป็นเพื่อนกันกับนายณรงศักดิ์ โพธิสาสิน อายุ 19 ปี

นายณรงค์ศักดิ์ เล่าว่า เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 10 พ.ย. ได้เกิดฟ้าผ่าที่ต้นสะเดา ซึ่งอยู่ข้างบ้านนายตา จนหัก 2 ท่อน ทั้งที่ไม่มีฝนตก แต่ฝนตกที่บ้านโพนสูง ต.โพนสูง หลังฟ้าผ่า ตนกับเพื่อนชื่อนายณัฐพล ได้คุยกันว่า ได้ยินผู้ใหญ่เคยพูดว่า ที่ไหนมีฟ้าผ่าต้นไม้ ที่นั้นต้องมีแร่ธาตุที่ทำให้เกิดฟ้าผ่า

จนมาเช้าวันนี้จึงได้ชวนกันไปดูและคุ้ยดินที่โค่นต้นสะเดา ก็พบพระและเหรียญ ที่โคนต้นสะเดาที่หัก ยิ่งขุดลึกลงไป ก็พบพระเป็นจำนวนมาก เช่น พระนาคปรกเงินแท้ 1 องค์ พระสมเด็จผงหัก 2 ท่อนไม่ทราบรุ่น 1 องค์ พระกำแพงผง 1 องค์ พระนางพญาผง 1 องค์ พระนาคปรกผง 1 องค์ หลวงพ่อโสธรเนื้อเงิน 1 องค์ พระสมเด็จพระพุทธจารย์โต ปี พ.ศ.2411 (144 ปี) ด้านหลังมีรูป ร.5 ล้อมด้วยวงธรรมจักร เนื้อผง ขนาด 3 นิ้ว 1 องค์ รูปหล่อพระเจ้าตากสิน เนื้อนาค ขนาด 1 นิ้ว รูปหล่อรัชกาลที่ 1 ทรงม้า เนื้อนาค ขนาด 1 นิ้ว และยังพบตะกรุดโบราณ 1 เส้น กำไลหอยมุก 1 วง ถ้วยดินเผาเป็นหิน 1 ถ้วย

นอกจากนั้นยังพบกรามด้านล่างของมนุษย์ มีฟันสมบูรณ์ 4 ซี่ และหัก 7 ซี่ คาดว่าเป็นของคนโบราณที่เรียกว่า 8 ศอก จากนั้นตนทั้ง 2 ได้นำไปเก็บไว้ที่บ้าน จนชาวบ้านทราบ ต่างมาขอดูและขุดหาแต่ก็ไม่มีใครพบ แต่เมื่อข่าวแพร่ออกไป ทำให้ชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง เข้ามาขุดหาพระเป็นจำนวนมากมีทั้งผู้ใหญ่ เด็กเล็ก ผู้ชาย ผู้หญิง แต่ก็ยังไม่มีใครขุดพบ นอกจากตนกับเพื่อน

จากการสอบถามนายตา อายุ 90 ปี เจ้าของที่ดิน เล่าว่าต้นสะเดา ต้นดังกล่าว ตนเองเป็นคนปลูกไว้เมื่อตอนอายุ 40 ปี เมื่อตอนที่พ่อแม่ได้แบ่งที่ทำกินให้ลูกๆ แต่ตนไม่ทราบว่าใครเอามาฝังไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ตนเองทราบข่าวก็ไม่เชื่อ จึงไปพิสูจน์ดูพบว่ามีจริงก็ตกใจเหมือนกัน

เมื่อมีข่าวแพร่สะพัดออกไปได้มีชาวบ้านที่อยู่ข้างเคียงเริ่มทยอยมาดูและขุดขอหวยเป็นจำนวนมาก ทำให้แม่ค้าที่ขายล็อตเตอรี่แห่กันมาขายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเลขเด็ดที่ชาวบ้านตีได้เลขเด็ด 11 , 26 ส่วนหนึ่งทั้งสองที่ได้พระไปไม่อยากให้คนเห็นของที่ขุดได้


yengo หรือ buzzcity

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิวาห์ยิ่งใหญ่คู่แฝดวัย 3 ขวบกว่าแก้เคล็ด

วิวาห์ยิ่งใหญ่คู่แฝดวัย 3 ขวบกว่าแก้เคล็ด




ชาวราชบุรีจัดงานวิวาห์ยิ่งใหญ่คู่แฝดวัย 3 ขวบกว่าแก้เคล็ดตามความเชื่อโบราณเด็กคนละเพศที่เกิดมาพร้อมกันชาติที่แล้วไม่สมหวังในความรักก็เลยเกิดมาคู่กันในชาตินี้

วันนี้ (16 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่บ้านเลขที่ 68/ 4 หมู่ 4 ต.ลาดบัวขาว อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีการจัดงานพิธีสมรสระหว่าง ด.ญ.นราพร หรือน้องแอ๊ด คำสัมฤทธิ์ และ ด.ช.ณธรรม หรือน้องออย คำสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นพี่น้องฝาแฝด วัย 3 ขวบ 9 เดือน บุตรของนายอนันต์ คำสัมฤทธิ์ อายุ 36 ปี และนางพจนา คำสัมฤทธิ์ อายุ 34 ปี ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่า บรรยากาศงานแต่งครั้งนี้เป็นไปด้วยความคึกคัก เนื่องจากมีบรรดาญาติมิตร รวมถึงแขกผู้มีเกียรติภายในหมู่บ้านเดินทางมาร่วมงานแต่งงานของเด็กทั้งสองกันอย่างคับคั่ง

โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดลาดบัวขาว จำนวน 9 รูป มาทำพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ และประสาทพร ส่วนพิธีสมรสดังกล่าว ได้มีการจัดพิธีกรรมเหมือนกับพิธีสมรสทั่วไปทุกอย่าง โดยมีการจัดขบวนขันหมากสินสอดประกอบด้วย เงินสด 1 แสนบาท สร้อยคอ และสร้อยข้อมือทองคำ หนัก 4 บาท พร้อมแหวนทองคำ 1 วง หลังจากประกอบพิธีแห่ขันหมาก ผ่านด่านประตูเงินประตูทองแล้ว ได้มีการผูกข้อมือให้เด็กคู่สมรสทั้ง 2 นอกจากนั้น ทางเจ้าภาพยังได้จัดให้มีดนตรี และจัดเลี้ยงโต๊ะจีนแก่แขกที่มาร่วมงาน

นายอนันต์ ผู้เป็นบิดาของคู่แฝดบ่าวสาววัยเด็ก เปิดเผยว่า ตนแต่งงานอยู่กินกับนางพจนา ภรรยามานานหลายปี โดยประกอบอาชีพค้าขาย และมีบุตรคนโตเป็นผู้ชาย 1 คน อายุ 6 ขวบ ต่อมา ภรรยาก็ได้ตั้งครรภ์ และให้กำเนิดฝาแฝดเป็นหญิงชาย คือน้องแอ๊ด และน้องออย ออกมา ตนรู้สึกดีใจมาก เมื่อรู้ว่าได้ลูกแฝดที่ให้กำเนิดออกมา มีทั้งผู้ชาย และหญิง เนื่องจากครอบครัวของตนอยากได้บุตรสาวมาก

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ที่จัดงานแต่งงานให้แก่ลูกแฝด เนื่องจากคนสมัยโบราณมีความเชื่อว่า เด็กคนละเพศที่เกิดมาพร้อมกันนั้นชาติที่แล้วไม่สมหวังในความรักก็เลยเกิดมาคู่กันในชาตินี้ อีกทั้งเมื่อเกิดมาแล้วจะไม่ค่อยมีความสุขในชีวิตจะมีแต่ภัยมารังควานจนอาจพลัดพรากจากกัน หรือแยกย้ายห่างกันไป ต้องแก้เคล็ดโดยการจับมาแต่งงานกัน จึงจะสามารถทำให้ทั้งคู่มีความสุข อายุยืน และเจริญในหน้าที่การงาน

ส่วนการเลือกจัดงานแต่งให้แก่ลูกทั้ง 2 ในวันนี้ เนื่องจากพระเกจิในจังหวัดราชบุรี ที่ตนนับถือท่านบอกให้จัดวันนี้เพราะเป็นฤกษ์ดี ตน และครอบครัวจึงได้จัดงานดังกล่าวขึ้นมา


yengo หรือ buzzcity

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ชาวบ้านตื่นชมหินเหล็กไหล

ชาวบ้านตื่นชมหินเหล็กไหล



กรณีขุดพบหินเหล็กไหลในบริเวณวัดป่าแดนนาบุญ จ.กาฬสินธุ์ ตามที่พระวิพัฒน์ อธิปัญญา รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าแดนนาบุญนิมิต ซึ่งมีลักษณะเป็นหินผิวสีเหลืองเข้ม เนื้อสีเขียวมรกต สร้างความฮือฮาให้ชาวบ้านและประชาชนที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หินก้อนดังกล่าวเป็นหินเหล็กไหล น้ำหนักประมาณ 12 กิโลกรัม ถูกเก็บรักษาที่กุฎิหลวงพ่อถาวร อคฺคธมฺโม พระลูกวัด แต่ละวันจะมีประชาชนจากหลายพื้นที่ ทั้งต่างอำเภอ ต่างจังหวัด เข้ามากราบไหว้ ขอโชคลาภและความเป็นสิริมงคล บางคนตั้งจิตอธิษฐาน ทำการยกเสี่ยงโชคชะตาตามความเชื่อ

หลวงพ่อถาวร กล่าวว่าวันแรกที่ขุดพบก็มอบหมายให้พระรูปหนึ่งนำไปเก็บรักษาในกุฎิของพระรูปนั้น แต่ก็ได้รับการบอกเล่าจากพระรุปดังกล่าว ว่าไม่สามารถจำวัตรได้ เพราะฝันไม่ดี เหมือนถูกหินเหล็กไหลกดทับหน้าอก วันรุ่งขึ้นจึงเอาไปให้พระอีกรูปหนึ่งรักษา แต่ก็เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีก พระรูปอื่นจึงไม่กล้ารับไปเก็บ สุดท้ายจึงมอบให้อาตมารักษาที่กุฏิหลังนี้ ซึ่งมีการทำพิธีบอกกล่าวขอขมา เก็บใส่พานทองอย่างดี ก็ไม่มีเหตุผิดปกติอะไร ญาติโยมมาขอดูก็ไม่หวงห้าม โดยบางรายถึงกับบนบานอธิษฐานไปตามความเชื่อ และกลายเป็นหินอธิษฐานหรือหินศักดิ์สิทธิ์สำหรับยกเสี่ยงโชคชะตา ซึ่งทุกคนต่างยืนยันว่า มีความแม่นยำมาก ด้านนายหมื่น ฤทธิ์วงศ์ อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 26 ม.5 บ้านวังยูง กล่าวว่า เกี่ยวกับการทำนายหรือเสี่ยงทายโชคชะตา จากการยกก้อนหินหรือหินอธิษฐานตามสถานที่ต่างๆ ตนเคยได้ยินมาบ้าง แต่ไม่ไปเคยพิสูจน์ ก็เพิ่งจะมาทดสอบและมีประสบการณ์ด้วยตัวเอง จากการยกหินเหล็กไหลที่วัดป่าแดนนาบุญนี้ ซึ่งยอมรับว่าเป็นความมหัศจรรย์ เหลือเชื่อ ตอนที่ยกขึ้นก็เบาหวิว ต่างกับตอนที่อธิษฐานขอยกไม่ขึ้นก็หนักอึ้ง เป็นเรื่องที่ประหลาดมาก

ขณะที่นายหมุน ฤทธิ์เรือง มัคทายกวัดกล่าวว่า ตั้งแต่ขุดพบหินเหล็กไหลและนำมาเก็บรักษาที่กุฎิหลวงพ่อถาวร มีประชาชนจากทั่วสารทิศ ทุกสาขาอาชีพ หลั่งไหลมาดูและยกหินอธิษฐานไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งก็ไม่ได้กีดกันหวงห้าม ถือเป็นความเชื่อของแต่ละคน โดยชายคนหนึ่ง ท่าทางเป็นเศรษฐี มาจากต่างจังหวัด อ้างว่าเป็นนักสะสมของเก่า หรือเซียนวัตถุมงคลประมาณนั้น บอกว่าเหตุที่หินก้อนนี้มีลักษณะดังกล่าว เพราะเป็น “หินกินเหล็ก” ซึ่งเป็นหินที่เกิดจากการเล่นแร่แปรธาตุของผู้มีวิชาอาคม แต่เดิมอาจจะเป็นก้อนเล็กๆ แต่เมื่อได้กินเหล็กเข้าไป เหล็กก็จะละลายและสมานเป็นเนื้อเดียวกับก้อนหิน จึงทำให้มองเปลือกนอกเป็นก้อนหิน ขณะที่เนื้อในเป็นเหล็กสีเขียวมรกต เป็นของดีที่หายาก ขณะนี้ถึงจุดอิ่มตัวสมบูรณ์แล้ว จึงสำแดงให้พระวิพัฒน์นิมิตเห็น และทำให้มีการขุดพบ ปรากฏเป็นหินศักดิ์สิทธิ์สำหรับอธิษฐานเสี่ยงทาย ซึ่งชายคนนี้ได้ขอซื้อในราคากิโลกรัมละ 1 ล้านบาท หรือทั้งก้อนประมาณ 12 ล้านบาท แต่ทางวัดและคณะกรรมการวัดไม่ขาย เพราะตั้งใจจะเก็บรักษาเป็นของดีคู่วัด และให้ประชาชนได้มาอธิษฐานเสี่ยงทายโชคชะตาต่อไป.


yengo หรือ buzzcity

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เด็กหญิงวัย 11 มีแขนงอกบนหลัง

เด็กหญิงวัย 11 มีแขนงอกบนหลัง



เด็กหญิง 11 ขวบในจีน เข้ารับการรักษาหลังมีแขนที่3งอกออกมาบนหลัง แพทย์เผยเป็นตัวอ่อนของฝาแฝด

ก้อนเนื้อขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนหลังของเด็กหญิงวัย 11 ขวบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฝาแฝดที่มีความล้มเหลวในการเติบโตตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และถูกผนวกรวมเข้ากับร่างกายของอีกคนหนึ่ง

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามันประกอบไปด้วยเต้านม แขน รวมถึงไหล่และนิ้วมืออีก 2 นิ้ว อย่างไรก็ตามภาวะความผิดปกติในครรภ์ที่มีตัวอ่อนอยู่ในตัวอ่อนอีกที เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นยากมาก โดยจะเกิดแค่ 1 ใน5ล้านเท่านั้น


yengo หรือ buzzcity