ชาวกาฬสินธุ์ฮือฮาพบหินเหล็กไหลถูกฝังในวัดศักดิ์สิทธิ์
กาฬสินธุ์ - เจ้าอาวาสวัดป่าแดนนาบุญ กาฬสินธุ์ นำพระเกจิและชาวบ้านประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ หลังนิมิตแปลกและเกิดปรากฏการณ์ประหลาดตั้งแต่ช่วงเข้าพรรษา เพื่อพิสูจน์ความจริงก่อนขุดพบก้อนหินประหลาดน้ำหนัก 20 กิโลกรัม สีเหลืองแก่ ขณะที่เนื้อในมีสีเขียวเข้ม ชาวบ้านฮือฮาเชื่อเป็นหินเหล็กไหล ตั้งใจเก็บรักษาเป็นวัตถุมงคลประจำวัด
ที่วัดป่าแดนนาบุญ บ้านวังยูง หมู่ 5 ตำบลลำพาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ พระวิพัฒน์ อธิปัญญา รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าแดนนาบุญ พร้อมพระเกจิ 7 รูป ได้ร่วมกันประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เพื่อพิสูจน์ความจริงในสิ่งที่เกิดจากการนิมิตและเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในบริเวณวัด โดยมี ดร.คูณ เครือวรรณ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ สำนักงานวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมผู้นำชุมชน ชาวบ้าน แต่งชุดขาวเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก
พระวิพัฒน์ อธิปัญญา รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าแดนนาบุญ กล่าวว่า นับตั้งแต่เข้าพรรษาปีนี้เป็นต้นมารู้สึกว่าภายในบริเวณวัดจะมีเสียงแปลกๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก โดยเฉพาะในวันพระ ที่พระเณรและญาติโยมที่มาทำบุญ ปฏิบัติธรรม รวมทั้งชาวบ้านที่ทำนาในละแวกนี้จะได้ยินเสียงดังคลายเสียงตีกลองเพลดังขึ้นภายในบริเวณวัดเป็นระยะ แต่จับจุดไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหนหรือเกิดจากวัตถุใด
ในขณะที่เวลากลางคืนที่นั่งสมาธิก็จะมีความผิดปกติเกิดขึ้นในมโนจิต ที่มักจะนิมิตเห็นภาพวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง สัณฐานเป็นแท่งยาวประมาณ 1 ฟุต เปล่งรังสีแสงเหลืองอมเขียว ทำทีจะโผล่ขึ้นมาจากผิวดินหน้ากุฏิแล้วลับหายไป แล้วมีภาพของพระภิกษุรูปหนึ่งปรากฏแทนที่ ซึ่งพระรูปนี้คือหลวงพ่อสมบูรณ์ อคฺเตโช เป็นพระเกจิที่เคร่งในวิปัสสนากรรมฐาน อดีตเคยธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดนี้ ก่อนที่จะจาริกท่องธุดงค์ไปตามวิถีของท่านเมื่อปี 2538
พระวิพัฒน์กล่าวอีกว่า ในพรรษาปีนี้ ผ่านวันพระมาแล้ว 4-5 ครั้ง เสียงดังก็ยังได้ยินอย่างต่อเนื่อง และยังนิมิตเห็นวัตถุประหลาดสลับกับภาพหลวงพ่อสมบูรณ์วนเวียนอยู่อย่างนั้นเรื่อยมา ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กับพระลูกวัดและญาติโยมว่าเกิดจากอะไร ได้แต่สงสัยหาข้อสรุปไม่ได้
“เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายอีกอย่าง เมื่อไม่กี่วันมานี้มีกิจนิมนต์ไปต่างจังหวัด ได้พบกับหลวงพ่อสมบูรณ์โดยบังเอิญ ทราบว่าปัจจุบันจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในเขต อ.เซกา จ.หนองคาย จึงได้เล่าความเป็นไปให้ท่านฟัง ท่านได้พูดเป็นปริศนาว่า ก่อนที่จะธุดงค์จากวัดป่าแดนนาบุญเมื่อ 17 ปีก่อน ได้ฝังของดีบางอย่างไว้ เนื่องจากมีน้ำหนักมากไม่สะดวกในการพกติดตัว จึงได้ฝังไว้เป็นสมบัติของวัด จากการที่เกิดเหตุการณ์แปลกๆ ดังกล่าว เป็นเพราะว่าถึงเวลาที่ของดีนั้นอยากจะออกมาจากการถูกฝังในดินก็อาจเป็นได้ ขอให้ใช้วิจารณญาณดูเอง”
พระวิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อนำคำพูดของหลวงพ่อสมบูรณ์มาบอกเล่าให้พระเณรและญาติโยมฟัง จึงมีมติที่จะพิสูจน์ความจริงกัน โดยประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์บริเวณหน้ากุฏิ ตรงจุดที่นิมิตเห็น มีการสวดมนต์บอกกล่าวรุกขเทวา พระภูมิเจ้าที่ ก่อนทำการขุดค้นหาของดีที่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร ซึ่งต่างก็ลุ้นด้วยใจระทึก
กระทั่งถึงความลึกประมาณ 1 เมตร จอบที่ใช้ขุดก็กระทบกับวัตถุอย่างหนึ่งเข้า ลักษณะเป็นแท่งยาวประมาณ 1 ฟุต เมื่อนำขึ้นมาจึงรู้ว่าเป็นก้อนหินแข็งสีเหลืองแก่ น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ทุกคนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีรูปพรรณสัณฐานเหมือนที่พระวิพัฒน์นิมิตเห็น และจากร่องรอยที่ถูกคมจอบกระทบ ทำให้มองเห็นเนื้อในแท่งหินนั้นสีเขียวเข้มอย่างมรกต ขณะที่ชาวบ้านที่มุงดูต่างรู้สึกตื่นเต้นเห็นเป็นของแปลก จึงให้ชื่อว่าหินเหล็กไหล ซึ่งเบื้องต้นได้นำไปทำความสะอาด และจะเก็บรักษาไว้เป็นของดีประจำวัดให้ชาวบ้านได้กราบไหว้บูชาเป็นวัตถุมงคลประจำวัดต่อไป
อย่างไรก็ตาม วัดป่าแดนนาบุญได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านท้องถิ่นนี้เชื่อว่าเจ้าที่เฮี้ยน เป็นที่สถิตของรุกขเทวดา มีบริวารเป็นพญานาคราช พญาเต่าพันปี เคยมีคนลบหลู่เข้ามาล่าสัตว์และลอบเข้ามาตัดไม้แล้วเจอดีแทบเอาชีวิตไม่รอด
จึงไม่มีใครกล้าบุกรุก ทำให้คงมีสภาพร่มรื่น อุดมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมกรรมฐานของพระสายวิปัสสนา และผู้แสวงหาความสันโดษเป็นอย่างมาก


ไม่มีความคิดเห็น :
แสดงความคิดเห็น